CM. Go Club ซีเอ็ม.โกะคลับ #หมากล้อม

บทความเกือบทั้งหมดที่เขียนในเพจ ซีเอ็ม.โกะ ได้แนวคิดมาจากหมากล้อม ไม่ว่าจะเป็นภาพรวมจนถึงรายละเอียดเล็กน้อยต่าง ๆ

โดยในเพจไม่ได้เน้นเทคนิคการเล่นหมากล้อม ดังนั้นบุคคลทั่วไปที่รู้วัตถุประสงค์ของเกม ก็สามารถที่จะเข้าใจได้ (เป็นเกมที่แข่งกันสร้างพื้นที่)

สำหรับนักหมากล้อมการเข้าใจหลักการและแนวคิดอย่างเหมาะสม ช่วยให้พัฒนาฝีมือหมากล้อมได้ถูกทางและรวดเร็วมากขึ้นด้วย

ขอให้มีความสุขกับหมากล้อมครับ

“ชีวิตก็เหมือนกระดานหมาก ยังมีจุดที่เราคิดไม่ถึงเสมอ”เราเคยได้ยินกันบ่อยว่า “อย่าเป็นน้ำเต็มแก้ว”แต่คำถามที่น่าคิดกว่านั...
31/05/2026

“ชีวิตก็เหมือนกระดานหมาก ยังมีจุดที่เราคิดไม่ถึงเสมอ”

เราเคยได้ยินกันบ่อยว่า “อย่าเป็นน้ำเต็มแก้ว”

แต่คำถามที่น่าคิดกว่านั้นคือ เมื่อไหร่กันที่เรากำลังจะกลายเป็นน้ำเต็มแก้วโดยไม่รู้ตัว?

โดยส่วนตัว สัญญาณหนึ่งที่สังเกตได้ง่ายที่สุดคือ เมื่อในหัวเราเริ่มมีคำว่า “แล้ว” มากเกินไป

ดีแล้ว
เรียบร้อยแล้ว
สำเร็จแล้ว
ใช่แล้ว
พอแล้ว

คำเหล่านี้ฟังดูเหมือนความมั่นใจ และอาจใช้สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้อื่นได้ โดยขึ้นอยู่กับเจตนาของผู้พูด แต่เมื่อมองกลับมาที่ตัวเราเอง มันอาจเป็นจุดเริ่มต้นของความประมาท เพราะเมื่อคิดว่าบางอย่าง “สมบูรณ์แล้ว” เราก็มักหยุดตั้งคำถาม หยุดตรวจสอบ และหยุดมองหาสิ่งที่ยังขาดอยู่

ความมั่นใจเช่นนี้อาจทำให้คนทั่วไปคล้อยตามได้ชั่วคราว แต่เมื่อพบผู้รู้ หรือคนที่มองภาพรวมได้ลึกกว่า ช่องว่างบางอย่างมักถูกมองเห็นได้ไม่ยาก เพราะผู้รู้ไม่ได้ฟังเพียงน้ำเสียงที่มั่นใจ แต่พิจารณาเหตุผล วิธีคิด และการมองรอบด้านที่อยู่เบื้องหลังคำพูดนั้นด้วย

แม้แต่ผู้รู้ก็ยังมีด้านที่ไม่รู้ ผู้รู้ที่แท้จริงจึงมักไม่รีบด่วนสรุป เพราะเข้าใจว่าทุกอย่างมีบริบทของมัน สิ่งที่ดูผิดในมุมหนึ่งอาจมีเหตุผลในอีกมุมหนึ่ง และสิ่งที่เหมือนถูกต้องในตอนแรกก็อาจมีผลเสียซ่อนอยู่ภายหลังได้

ยิ่งไปกว่านั้น ความมั่นใจที่ไม่เปิดพื้นที่ให้กับข้อสงสัย อาจย้อนกลับมาทำร้ายความมั่นคงภายในใจเราได้เช่นกัน เพราะเมื่อเราหยุดมองหาทางเลือก หยุดเตรียมทางออก และหยุดยอมรับว่ายังมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้ เราอาจไม่พร้อมรับมือเมื่อสถานการณ์จริงไม่เป็นไปตามที่คิดไว้

เช่นเดียวกับหมากล้อม ทุกอย่างไม่ได้ตัดสินจากภาพตรงหน้าเพียงจุดเดียว แต่อยู่ที่ว่าเรามองเห็นความสัมพันธ์ของทั้งกระดานได้ครบถ้วนแค่ไหน

ในหมากล้อม หมากหนึ่งตาอาจจะมองว่าถูกก็ได้ มองว่าผิดก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าเรากำลังมองจากจุดไหน และมองเห็นภาพรวมมากพอหรือไม่ สิ่งที่ดูเหมือนการรุก อาจเป็นเพียงการป้องกัน สิ่งที่ดูเหมือนการถอย อาจเป็นการเตรียมจังหวะต่อไป และสิ่งที่ดูเหมือนเสียเปรียบในตอนแรก อาจเป็นการรักษาสมดุลของทั้งกระดานในระยะยาว

หมากหนึ่งตาไม่สามารถตัดสินได้จากตำแหน่งที่วางเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูว่าหมากเชื่อมกับหมากอื่นอย่างไร กระทบพื้นที่ส่วนอื่นอย่างไร และทำให้สมดุลของเกมเปลี่ยนไปทางไหน

ชีวิตจริงก็ไม่ต่างกัน หลายเรื่องหากมองเพียงประโยคเดียว เราอาจตัดสินได้ง่ายมาก เช่น “การใช้กำลังยึดครองพื้นที่เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้” ซึ่งโดยหลักการแล้วฟังดูสมเหตุสมผล แต่หากย้อนกลับไปดูบริบทก่อนหน้า เช่น มีการรุกราน ทำร้ายประชาชน หรือสร้างภัยคุกคามขึ้นมาก่อน ภาพของเหตุการณ์นั้นอาจซับซ้อนกว่าที่เห็น

อย่างไรก็ตาม การมองบริบทไม่ใช่การหาข้ออ้างให้ทุกการกระทำ แต่คือการมองให้ครบถ้วนว่าเหตุการณ์เริ่มจากอะไร ใครได้รับผลกระทบ และการตอบสนองนั้นยังเหมาะสมหรือไม่

เพราะถ้าเรามองเพียงผลลัพธ์ตรงหน้า โดยไม่มองเหตุที่นำมาถึงจุดนั้น เราอาจตัดสินผิด แต่ถ้าเราใช้เหตุในอดีตมาอ้างทุกการกระทำโดยไม่ดูขอบเขต เราก็อาจปล่อยให้ความรุนแรงหรือความไม่ถูกต้องดำเนินต่อไปได้เช่นกัน

นี่คือความยากของการมองบริบท มันไม่ใช่การเลือกข้างอย่างง่าย ๆ แต่คือการพยายามมองทั้งกระดานให้ครบที่สุดเท่าที่เราจะทำได้

บางครั้งการนิ่งเฉยไม่ใช่ความเป็นกลาง แต่คือการปล่อยให้ความไม่ถูกต้องดำเนินต่อไป การตอบสนองที่เหมาะสมจึงมีไว้เพื่อย้ำว่า ทุกการกระทำย่อมมีผลของมัน

เช่นเดียวกับภายในครอบครัว หากมีความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้น แต่ทุกคนเลือกเพิกเฉยเพราะมองเพียงผลประโยชน์หรือความสบายใจของตัวเอง สุดท้ายความไม่ยุติธรรมนั้นก็จะค่อย ๆ กลายเป็นเรื่องปกติ คนที่ทำผิดจะไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมต้องเปลี่ยนแปลง ส่วนคนที่ได้รับผลกระทบก็อาจค่อย ๆ หมดศรัทธาต่อความสัมพันธ์และระบบที่ควรจะปกป้องเขา

ดังนั้น การตอบสนองจึงไม่ใช่การใช้อารมณ์เพื่อเอาคืน แต่คือการสร้างขอบเขตที่ชัดเจนว่าอะไรยอมรับได้ อะไรยอมรับไม่ได้ และหากมีใครทำให้สมดุลของทั้งกระดานเสียไป ก็จำเป็นต้องมีการรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้น ไม่เช่นนั้นความเสียหายเล็ก ๆ อาจค่อย ๆ ขยายจนกลายเป็นปัญหาของทั้งระบบ

นี่คือเหตุผลที่หมากล้อมไม่ได้สอนเราเพียงเรื่องการเอาชนะ แต่สอนเรื่องสมดุล ความสัมพันธ์ และผลลัพธ์ของการตัดสินใจ

บนกระดาน หมากแต่ละเม็ดไม่ได้อยู่ลำพัง หมากหนึ่งตาอาจกระทบทั้งกระดาน การได้พื้นที่ตรงหน้าอาจต้องแลกกับอิทธิพลระยะยาว และบางครั้ง การเสียหมากบางส่วนก็อาจจำเป็นเพื่อรักษาภาพรวมที่ใหญ่กว่า

ชีวิตในการทำงานก็เช่นกัน

เวลารับคนเข้าทำงาน ผู้บริหารจำนวนมากอาจไม่ได้กลัวคนเก่ง แต่กลัวคนเก่งที่คิดว่าตัวเองเก่งจนไม่เหลือพื้นที่ให้เรียนรู้ เพราะคนแบบนี้มักเชื่อว่าสิ่งที่ตัวเองคิดนั้นถูกต้องแล้ว สิ่งที่ทำอยู่นั้นดีพอแล้ว และสิ่งที่ตัวเองเห็นนั้นครบถ้วนแล้ว

ในทางตรงกันข้าม คนที่มองรอบด้านมักถามตัวเองอยู่เสมอว่า ยังขาดอะไรอีกไหม ยังมีจุดไหนที่เราไม่เห็นหรือเปล่า สิ่งที่เราคิดว่าถูก อาจถูกเฉพาะในบริบทหนึ่ง แต่ผิดในอีกบริบทหนึ่งหรือไม่

นี่คือความต่างระหว่าง “ความมั่นใจ” กับ “น้ำเต็มแก้ว”

ความมั่นใจเป็นสิ่งจำเป็น เพราะมันทำให้เรากล้าตัดสินใจ กล้าลงมือ และทำให้คนอื่นเชื่อมั่นในตัวเรา แต่ความมั่นใจที่มากเกินไปก็อันตราย และคนที่มั่นใจจนเกินไปมักถูกหลอกได้ง่ายที่สุด

ไม่ใช่เพราะเขาไม่ฉลาด แต่เพราะเขาเชื่อในความคิดของตัวเองมากเกินไป

เมื่อคนเรามั่นใจเกินไป เราจะตรวจสอบน้อยลง ฟังคำเตือนน้อยลง และมองข้ามรายละเอียดที่ขัดกับสิ่งที่เราอยากเชื่อ หากมีใครพูดในสิ่งที่ตรงกับความเชื่อของเรา เราก็อาจยอมรับมันง่ายเกินไป โดยไม่ทันเห็นว่าความมั่นใจของเรากำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือ

หมากล้อมสอนเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจน เพราะบนกระดาน ไม่มีหมากเม็ดใดถูกหรือผิดด้วยตัวมันเอง หมากหนึ่งตาจะดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับบริบท จังหวะ ภาพรวม และความสัมพันธ์กับหมากอื่นรอบตัว ดังนั้นเมื่อเกิดข้อผิดพลาดจึงย้อนกลับมาดูที่ตัวเองด้วยเสมอ ว่าอะไรเป็นสิ่งที่เราพลาดไป

บางครั้งการช่วยเหลือก็อาจกลายเป็นการทำร้าย
บางครั้งความรักก็อาจทำให้คนหนึ่งไม่เติบโต
บางครั้งปัญหากลับเป็นสิ่งจำเป็น เพราะมันบังคับให้เราต้องหาทางรอดด้วยตัวเอง

ในหมากล้อม ถ้าเราไม่เคยเจอกลุ่มหมากที่ถูกโจมตี เราก็อาจไม่เข้าใจว่าการสร้างรอดคืออะไร ถ้าเราไม่เคยเสียหมาก เราก็อาจไม่เข้าใจว่าบางครั้งการเสียเล็กน้อยเพื่อรักษาภาพรวมเป็นเรื่องสำคัญ และถ้าเราไม่เคยถูกบีบให้อยู่ในตำแหน่งที่ยากลำบาก เราอาจไม่รู้ว่าทางรอดมักเกิดขึ้นเมื่อเรามองลึกกว่าสิ่งที่เห็นตรงหน้า

คนที่ไม่มีทางเลือก บางครั้งอาจมีข้อได้เปรียบอีกแบบหนึ่ง เนื่องจากเขาไม่มีอะไรให้เสียมากนัก จึงกล้าลอง กล้าตัดสินใจ และกล้าเปลี่ยนแปลง ในขณะที่คนที่มีพร้อมทุกอย่างก็มีข้อได้เปรียบอีกแบบหนึ่ง หากเขารู้จักพอ รู้จักรักษา และรู้จักใช้สิ่งที่มีอย่างเหมาะสม ไม่ต่างกับสถานการณ์บนกระดาน

ไม่มีด้านใดถูกหรือผิดเสมอไป
ทุกอย่างขึ้นอยู่กับบริบท

นี่คือเหตุผลที่หมากล้อมเป็นมากกว่าเกมการเอาชนะ เพราะหมากล้อมสอนให้เรามองความสัมพันธ์ของสิ่งต่าง ๆ มากกว่าการมองแค่ผลลัพธ์เฉพาะหน้า เราไม่สามารถดูเพียงว่าเราได้พื้นที่ตรงไหน หรือเสียหมากตรงไหน แต่ต้องดูว่าทั้งกระดานกำลังพาเราไปทางไหน

ในชีวิตจริง เรามักเห็นผู้บริหารหรือคนที่ประสบความสำเร็จตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ตรงประเด็น และดูมั่นใจมาก จนหลายคนอยากเลียนแบบทันที แต่สิ่งที่เราเห็นอาจเป็นเพียงปลายทางของกระบวนการเรียนรู้ที่ยาวนาน

เหมือนกับหมากล้อม ที่มือใหม่ที่เล่นเกมเร็ว มักจะเดินหมากสะเปะสะปะไม่มีทิศทาง เพราะยังมองไม่เห็นภาพรวม แต่ผู้เล่นมืออาชีพ แม้จะวางหมากเร็ว ก็ไม่ได้แปลว่าเขาคิดน้อย แต่เขาผ่านการฝึกฝน การอ่านหมาก และการทบทวนพื้นฐานมานับครั้งไม่ถ้วน จนสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว

ถึงแม้จะเป็นมืออาชีพ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะหยุดการเรียนรู้

ยิ่งอยากพัฒนามากขึ้นไปเท่าไหร่ ยิ่งต้องกลับมาทบทวนพื้นฐานมากขึ้นเท่านั้น เพราะพื้นฐานไม่ใช่สิ่งง่าย ๆ ที่เรียนครั้งเดียวแล้วจบ แต่เป็นรากของความซับซ้อนทั้งหมด ยิ่งพื้นฐานแน่นเท่าไหร่ การตัดสินใจในสถานการณ์ที่ยากลำบากก็ยิ่งแม่นยำมากขึ้นเท่านั้น

การไม่เป็นน้ำเต็มแก้ว ไม่ใช่การลดคุณค่าของตัวเอง แต่คือการมั่นใจโดยไม่หลงคิดว่าเราสมบูรณ์แล้ว

ในหมากล้อมและในชีวิตจริง คนที่เก่งที่สุดอาจไม่ใช่คนที่คิดว่า “ฉันรู้แล้ว” แต่คือคนที่ยังถามตัวเองเสมอว่า

“ยังมีอะไรที่เรายังไม่เห็นอีก”

ซีเอ็ม.โกะ (2026/06/01)
รูปภาพ: เล่นแร่แปรวิญญาณ (Alchemy of Souls) ตอนที่ 3

25/05/2026

“หมากล้อมกับวิทยายุทธ์ในนวนิยายจีน”

สำนักหมากล้อมแต่ละแห่ง หากเปรียบเทียบก็คงคล้ายกับสำนักวิทยายุทธ์ในหนังสือนิยายกำลังภายใน แม้มีแหล่งกำเนิดมาจากวัดเส้าหลิน และผู้คนล้วนพยายามมุ่งเข้าหาหลักธรรมชาติ แต่ต่างมีความถนัดและวิถีทางของตนเองด้วยเหตุแห่งความลึกซึ้ง จึงเกิดเคล็ดวิชาที่เน้นหนักต่างกัน ในส่วนของการสอนบางสำนักเน้นสอนจากกระบวนท่าจนเข้าใจเคล็ดวิชาได้เอง ในขณะที่บางสำนักเริ่มสอนจากเคล็ดวิชาให้ส่งออกสู่กระบวนท่า หรือสอนควบคู่กันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอาจารย์ผู้สอนและลูกศิษย์เอง การเรียนกระบวนท่าจากหลายสำนักอาจทำให้เคล็ดความตีกันเอง เนื่องจากยังขาดประสบการณ์ที่จะสอดประสานหลักการเหล่านั้น หาใช่หลักการไม่ถูกต้องเสียทีเดียวเพราะต่างมีข้อดีข้อเสียขึ้นอยู่กับจังหวะเวลาทั้งสิ้น ตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนคงเป็น ก๊วยเจ๋งจากมังกรหยกที่เรียนวิชากับเจ็ดประหลาดกังหนำ

“เมื่อเข้าใจชีวิตความคิดจะลื่นไหลดั่งสายน้ำ” สามารถหลบเลี่ยงในสิ่งที่ยังไม่เข้าใจ เมื่อเข้าใจก็สามารถเข้าสู่ประเด็นได้ จึงไม่ก่อเป็นภาระในจิตใจ

ครั้งนี้จึงอยากกล่าวถึงนักเขียนนวนิยายกำลังภายในที่มีชื่อเสียงที่ชื่นชอบหมากล้อม และนำหมากล้อมมาเขียนในผลงาน แม้กระทั่งแนวคิดที่ได้จากหมากล้อมมาสอดแทรกได้อย่างลงตัว

“หวง จู่เฉียง” (黄祖强, พ.ศ. 2495 - 2560) นามปากกา “หวง อี้” (黄易) เริ่มเขียนนิยายกำลังภายใน ปี พ.ศ. 2530 โดยช่วงแรกเขียนควบคู่ไปกับนิยายวิทยาศาสตร์ ภายหลังจึงเปลี่ยนมาเขียนกำลังภายในเพียงอย่างเดียว โดยนิยายกำลังภายในเรื่องแรกคือ เทพทลายนภา และที่มีชื่อเสียงจนผลิตเป็นซีรี่ย์ เช่น เจาะเวลาหาจิ๋นซี, มังกรคู่สู้สิบทิศ, เทพมารสะท้านภพ

ในนิยาย “มังกรคู่สู้สิบทิศ” ยังได้เขียนตัวละคร กระบี่หมากล้อม ฟู่ฉ่ายหลิน (ชอนแชอิม) แห่งเกาหลี เคล็ดวิชาจึงมักเป็นเรื่องของการรักษาสภาวะเป็นกลาง คิดเหมือนไม่คิด สภาวะดั่งเงาจันทร์ในบ่อน้ำ

th.wikipedia.org/wiki/หวง_อี้_(นักเขียน)

“สยง เย่าหัว” (熊耀华, พ.ศ. 2480 - 2528) นามปากกา “โกวเล้ง” (古龙, กู่ หลง) ฉายา "ปีศาจสุรา" ผลงานที่สร้างชื่อเสียง เช่น ชอลิ้วเฮียง, ฤทธิ์มีดสั้น, เล็กเชี่ยวหงส์, ลูกปลาน้อย (เซียวฮือยี้)

และในนิยาย “ศึกศรสวาท” ตอนหนึ่งกล่าวถึง นักพรตสองท่านกำลังประลองฝีมือกัน โดยใช้ฝ่ามือขวายื่นออกปะทะด้วยกำลังภายใน อีกมือหนึ่งประลองกันด้วยหมากล้อม ทางหนึ่งหักล้างกันด้วยกำลังภายใน ทางหนึ่งพันตูด้วยหมากล้อม

กำลังภายในบ่งบอกถึงการฝึกปรือ วิชาหมากล้อมกลับเป็นขุมพลังแห่งปัญญา ถึงแม้ไม่เกี่ยวข้องแต่ยื้อยุดฉุดดึงกันและกัน หากเสียสติสมาธิกำลังภายในต้องแตกซ่าน หนึ่งหมากที่ผิดพลาดสามารถพ่ายแพ้ทั้งกระดาน

ยามนี้ทั้งสองสามารถแบ่งสมาธิเป็นสองทาง ทั้งไม่หมกมุ่นกลหมากล้อมจนกำลังภายในแตกซ่าน และไม่ทุ่มเทใช้กำลังภายในจนวางหมากผิดพลาด

ในนิยายยังได้บรรยายถึงสถานการณ์บนกระดานไว้อย่างละเอียดละออเห็นภาพ นอกจากนี้ยังเขียนสอดแทรกไว้ในนิยายอีกหลายเรื่อง

(การแปลในอดีตเขียนหมากล้อมเป็นหมากรุกแต่การบรรยายถึงหมากสีขาวสีดำก็ทำให้แยกแยะได้ไม่ยาก)

th.wikipedia.org/wiki/โกวเล้ง

“เฉิน เหวินถ่ง” (陈文统, พ.ศ. 2467 - 2552) นามปากกา “เนี่ย อู้เซ็ง” (梁羽生, Liáng YǔShēng, เหลียง อวี่เชิง) นักเขียนนิยายกำลังภายใน มีผลงาน 36 เรื่อง นางพญาผมขาว, เจ็ดนักกระบี่, รอยแหนเงาจอมยุทธิ์ ฯลฯ

เฉิน เหวินถ่ง ยังเคยเข้าแข่งขันหมากล้อมระดับประเทศ และเขียนบทความประจำเกี่ยวกับหมากล้อมตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์

th.wikipedia.org/wiki/เนี่ย_อู้เซ็ง

“จา เหลียงยง” (查良镛, พ.ศ. 2467 - 2561) นามปากกา “กิมย้ง” (金庸, จิน ยง) นักเขียนนิยายกำลังภายในที่ได้รับความนิยมมาก มักเขียนนิยายโดยแฝงความคิดทางการเมือง ตอนอายุ 9 ขวบ ก็อ่านนิยายของจีนทั้งหมด และนิยายแปลของต่างประเทศ ในวัยเยาว์ได้อ่านวรรณกรรมคลาสสิกทั้ง 4 เรื่องของจีน ได้แก่ สามก๊ก (三国演义) ซ้องกั๋ง (水浒传) ไซอิ๋ว (西游记) และ ความฝันในหอแดง (红楼梦)

กิมย้ง ได้เขียนผลงาน 15 เรื่อง จอมใจจอมยุทธ, มังกรหยก, กระบี่ใจพิสุทธิ์, แปดเทพอสูรมังกรฟ้า, กระบี่เย้ยยุทธจักร, อุ้ยเสี่ยวป้อ ฯลฯ

ในนิยาย “แปดเทพอสูรมังกรฟ้า” ตอนหนึ่งกล่าวถึง การเข้าร่วมงานหมากล้อมของเหล่ายอดฝีมือ ซีจุ๊ได้บังเอิญแก้โจทย์หมากล้อมของอู๋หยาจื่อได้ จึงได้รับการถ่ายทอดพลังเจ็ดสิบปีจากอู๋หยาจื่อ และตำแหน่งเจ้าสำนักสราญรมย์

กิมย้ง ไม่ได้สนใจหมากล้อมอย่างผิวเผินเท่านั้น เพราะช่วยให้เขารู้สึกผ่อนคลายอารมณ์ บนกระดานหมากล้อมกิมย้งชื่นชมความมหัศจรรย์และความลึกซึ้งของวัฒนธรรมตะวันออก ที่ช่วยสร้างความรู้สึกและแรงบันดาลใจนับครั้งไม่ถ้วน

นอกจากนี้ กิมย้งยังเป็นหนึ่งในสี่ผู้ร่วมจัดการแข่งขันหมากล้อมจีนโลกชิงถ้วยรางวัล “เหยียนหวงเปย” โดยจัดครั้งแรกในปี พ.ศ. 2542

th.wikipedia.org/wiki/กิมย้ง

อ้างอิง: รายชื่อนวนิยายกำลังภายใน
th.wikipedia.org/wiki/รายชื่อนวนิยายกำลังภาย

รายชื่อผู้ร่วมจัดการแข่งขันหมากล้อมจีนโลกทั้ง 4 ท่าน

“จา เหลียงย้ง” (查良镛, พ.ศ. 2467 - 2561) หรือ “กิมย้ง” นักเขียนนวนิยายกำลังภายใน และประธานกิตติมศักดิ์สมาคมนักประพันธ์แห่งประเทศจีน
th.wikipedia.org/wiki/กิมย้ง

“เสิ่น จวินซาน” (沈君山, พ.ศ. 2475 - 2561) ประธานกองทุนอู๋เจี้ยนสวงแห่งไต้หวัน และอธิการบดีมหาวิทยาลัยชิงหวา (มหาวิทยาลัยที่มีสถาปัตยกรรมกระดานหมากล้อมขนาดใหญ่ที่สวยงาม nthu-en.site.nthu.edu.tw)
en.wikipedia.org/wiki/Shen_Chun-shan

“หลิน ไห่เฟิง” (林海峰, พ.ศ. 2485) รู้จักในนาม “ริน ไคโฮ” นักหมากล้อมอาชีพระดับ 9 ดั้ง และอดีตแชมป์โลก เป็นลูกศิษย์ของปรมาจารย์ อู๋ ชิงหยวน
th.wikipedia.org/wiki/หลิน_ไห่เฟิง

“เนี่ย เว่ยผิง” (聂卫平, พ.ศ. 2495) อดีตกรรมาธิการให้คำปรึกษาด้านการเมืองแห่งประเทศจีน และนักหมากล้อมอาชีพระดับ 9 ดั้ง
en.wikipedia.org/wiki/Nie_Weiping

โดย ซีเอ็ม.โกะ (2021/10/12)

25/05/2026

“หมากกลเจินหลง: เมื่อหมากล้อมเผยธาตุแท้ของมนุษย์”

ชื่อของ “กิมย้ง” หรือ จินยง (金庸) คือชื่อที่แทบไม่จำเป็นต้องขยายความใด ๆ อีกต่อไป เพราะเพียงเอ่ยชื่อนี้ ผู้คนจำนวนมากก็จะนึกถึงโลกยุทธภพ จอมยุทธ์ สำนักต่าง ๆ ความรัก ความแค้น คุณธรรม และชะตากรรมของผู้คนที่ถูกถักทออยู่ในนิยายกำลังภายในของเขา

ผลงานทั้ง 15 เรื่องของกิมย้ง มักถูกจดจำผ่านวลี 14 ตัวอักษรที่แฟนนิยายคุ้นเคยกันดี

飞雪连天射白鹿,笑书神侠倚碧鸳

ทุกเรื่องล้วนประกอบกันเป็น “หนึ่งยุทธภพ” ที่กิมย้งสร้างขึ้นด้วยปลายปากกา

เมื่อตามรอยกลับไปยังบ้านเกิดของกิมย้งที่เมืองไห่หนิง มณฑลเจ้อเจียง เราจะพบ “สถาบันกิมย้ง” หรือ 金庸书院 สถานที่ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงชีวิตและผลงานของเขา สถาบันแห่งนี้สร้างแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 2010 ตั้งอยู่ที่เมืองโบราณหยางกวน

ตัวอาคารได้รับแรงบันดาลใจจากสำนักศึกษาอันหลานในสมัยราชวงศ์ชิง ซึ่งเชื่อมโยงกับตระกูลจาแห่งไห่หนิง ตระกูลของกิมย้งเอง บรรพบุรุษของเขาเคยมีบทบาทในการสนับสนุนการศึกษา สะท้อนให้เห็นว่ากิมย้งไม่ได้เติบโตขึ้นมาอย่างโดดเดี่ยว แต่ยืนอยู่บนรากฐานของตระกูลที่ผูกพันกับอักษรศาสตร์และการเรียนรู้มาอย่างยาวนาน

แต่กิมย้งไม่ได้เป็นเพียงนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้น เขายังเป็นผู้ที่หลงใหลในหมากล้อมอย่างลึกซึ้ง ภายในหอสมุดของสถาบัน ยังมีการจัดแสดงสิ่งของที่เขาเคยใช้ ทั้งปากกา แว่นตา จดหมาย และชุดหมากล้อมที่เขาเคยบริจาคไว้

เมื่อพูดถึงหมากล้อมในงานเขียนของกิมย้ง ฉากที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่สุด คือ “หมากกลเจินหลง” ในเรื่อง《天龙八部》หรือแปดเทพอสูรมังกรฟ้า

หมากกลเจินหลงไม่ใช่เพียงปริศนาบนกระดาน แต่เป็นกระจกที่สะท้อนจิตใจของผู้เล่นแต่ละคนออกมาอย่างชัดเจน

ต้วนอี้พ่ายแพ้ เพราะเขาปล่อยวางความรักไม่ได้ เขาไม่อาจสละหมากแม้เพียงเม็ดเดียว จึงติดอยู่กับการต่อสู้เฉพาะจุด จนมองไม่เห็นภาพรวมของกระดาน

มู่หรงฟู่พ่ายแพ้ เพราะเขายึดติดกับอำนาจและความอยากชนะ แม้เขาจะกล้าสละหมากอย่างเด็ดขาด แต่สิ่งที่เขาไม่อาจสละได้ คือสถานะ ความทะเยอทะยาน และความฝันที่จะฟื้นฟูแคว้นเยี่ยน

ต้วนเหยียนชิงพ่ายแพ้ เพราะเขาก้าวข้ามอดีตไม่ได้ ชีวิตที่ควรได้เป็นรัชทายาท กลับกลายเป็นชีวิตที่เต็มไปด้วยบาดแผล และความแค้น หมากกลเจินหลงจึงสะท้อนบาดแผลลึกที่สุดในใจของเขาออกมา

ทั้งสามคน เล่นหมากกระดานเดียวกัน
แต่พ่ายแพ้คนละแบบ

ต้วนอี้แพ้ เพราะปล่อยวางไม่ได้
มู่หรงฟู่แพ้ เพราะอยากชนะมากเกินไป
ต้วนเหยียนชิงแพ้ เพราะติดอยู่กับอดีต

แต่ผู้ที่ไขหมากกลนี้ได้ กลับเป็น “ซีจุ๊” หลวงจีนน้อยผู้ไม่รู้หมากล้อม

เขาหลับตาวางหมากลงไปหนึ่งเม็ด และยอมให้หมากของตนเองตายไปกลุ่มใหญ่ หมากตานั้นดูเหมือนการพ่ายแพ้ แต่กลับกลายเป็นการเปิดทางรอดใหม่ให้ทั้งกระดาน

นี่คือความหมายของการ “置之死地而后生” พาตัวเองเข้าสู่แดนตาย แล้วจึงพบทางเกิด

กิมย้งจึงไม่ได้ใช้หมากกลเจินหลงเพื่อเล่าเรื่องหมากล้อมเท่านั้น แต่ใช้กระดานนี้เล่าเรื่องมนุษย์

คนเรามักแพ้ ไม่ใช่เพราะไม่มีฝีมือ แต่เพราะยึดติดกับบางสิ่งมากเกินไป

บางคนยึดติดกับความรัก
บางคนยึดติดกับอำนาจ
บางคนยึดติดกับอดีต
บางคนยึดติดกับตัวตนของตัวเอง

หมากกลเจินหลงจึงไม่ได้ถามว่าใครเดินหมากเก่งที่สุด แต่มันถามว่า ใครสามารถปล่อยวางได้จริง

และบางครั้ง ทางออกของชีวิตอาจไม่ได้เกิดจากการพยายามเอาชนะทุกอย่าง แต่อาจเกิดจากการยอมสละบางสิ่ง เพื่อให้ทั้งกระดานได้มีชีวิตต่อไป

นี่คือเหตุผลที่หมากล้อมในงานของกิมย้ง ไม่ใช่แค่เกมกระดาน

แต่มันคือภาพสะท้อนของยุทธภพ
และเป็นภาพสะท้อนของใจคน

แปลและเรียบเรียงโดย ซีเอ็ม.โกะ (2026/05/25)

เครดิตวิดีโอต้นฉบับ: 蒋弈君

24/05/2026

“กิมย้งและหมากล้อม: กระดานที่ยังไม่จบ”

กิมย้ง หรือในเสียงจีนกลางว่า จินยง (10 มีนาคม ค.ศ. 1924 – 30 ตุลาคม ค.ศ. 2018) มีชื่อจริงว่า จา เหลียงยง เขาไม่ได้เป็นเพียงนักเขียนนิยายกำลังภายในผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้น แต่ยังเป็นคนที่หลงใหลในหมากล้อมอย่างลึกซึ้ง จนในวงการหมากล้อมฮ่องกงยอมรับว่าเขาเป็น “棋痴” หรือคนที่คลั่งไคล้หมากล้อมอย่างแท้จริง

คลิปนี้จึงเริ่มต้นจากการถ่ายทอดอีกด้านหนึ่งของจินยง ด้านที่ไม่ได้มีเพียงตัวอักษร กระบี่ และยุทธภพ แต่ยังมีกระดานหมากล้อม หมากดำขาว และมิตรภาพที่เกิดขึ้นบนกระดาน

เขาเริ่มสัมผัสโลกหมากล้อมตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1930 และเมื่อมาถึงฮ่องกง เขาก็ยังคงผูกพันกับหมากล้อมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในฐานะผู้เล่น ผู้เขียนบทวิจารณ์ และผู้สนับสนุนวงการหมากล้อม เขาเคยใช้นามปากกาเขียนบทวิจารณ์หมากล้อมที่มีมุมมองลึกซึ้ง และฝีมือของเขาก็ถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้าของวงการหมากล้อมฮ่องกง

จินยงเคยดวลหมากกับบุคคลสำคัญในแวดวงวรรณกรรมและหนังสือพิมพ์ เช่น เนี่ยกั่นหนู่ คอลัมนิสต์หลักของ เหวินฮุ่ยเป้า ทั้งสองเล่นกันอย่างดุเดือดจนลืมกินลืมนอน และยังมีข้อตกลงกันว่าใครแพ้ต้องเลี้ยงเป็ด บางครั้งเมื่อเล่นติดลม เขาถึงขั้นวางบทความที่จะลงหนังสือพิมพ์วันรุ่งขึ้นไว้ก่อน เพื่อเล่นหมากล้อมให้เต็มอิ่ม

หมากล้อมยังเป็นสะพานเชื่อมมิตรภาพในชีวิตของจินยงอย่างชัดเจน ตัวอย่างสำคัญคือความสัมพันธ์ระหว่างจินยงกับเหลียงอวี่เซิง สองปรมาจารย์นิยายกำลังภายในยุคใหม่ ที่ครั้งหนึ่งเคยมีความเห็นต่างกันจนห่างเหินกันไปกว่า 20 ปี แต่ในเวลาต่อมา หมากล้อมได้พาทั้งสองกลับมาเป็นมิตรกันอีกครั้ง กระดานหมากจึงไม่ใช่เพียงพื้นที่ของการประลองฝีมือ หากยังเป็นพยานของการปล่อยวางความบาดหมางในอดีต

จินยงยังเคยฝากตัวเป็นศิษย์กับยอดนักหมากล้อมหลายคน เช่น อู๋ชิงหยวน, หลินไห่เฟิง, หวังลี่เฉิง และ เฉินจู่เต๋อ เขาเคยพูดแบบครึ่งภูมิใจครึ่งล้อเลียนตัวเองว่า บรรดาศิษย์ของคิตานิ มิโนรุ เมื่อนับดั้งรวมกันแล้วอาจมากที่สุด แต่สำหรับเขา ถ้านับดั้งของบรรดาอาจารย์รวมกัน ก็คงมากที่สุดเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม จินยงไม่ได้รักหมากล้อมเพียงเพื่อชื่อเสียง เขาสนับสนุนวงการหมากล้อมอย่างจริงใจ เช่น ตอนที่ เฉินจู่เต๋อ ป่วยเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารในปี 1981 จินยงซึ่งยังไม่รู้จักเขาเป็นการส่วนตัว ได้เขียนจดหมายชวนให้มาพักที่บ้านในฮ่องกง เพราะฤดูหนาวที่นั่นอบอุ่นกว่า เฉินจู่เต๋อจึงพักอยู่ที่บ้านเขานานถึงครึ่งปี และทั้งสองเล่นหมากล้อมกันทุกวัน เมื่อเฉินจู่เต๋อเสียชีวิตในปี 2012 จินยงยังฝากคนส่งพวงหรีดขนาดใหญ่สูงเกือบสองเมตรไปไว้อาลัย พร้อมคำว่า “จู่เต๋อ อาจารย์หมากล้อมของข้า จิตวิญญาณของท่านจะคงอยู่ตลอดไป” ลงชื่อว่า “ศิษย์ผู้ได้รับคำสอน จา เหลียงยง”

ในช่วงทศวรรษ 1980 จินยงยังซื้อพื้นที่หนึ่งชั้นที่จิมซาจุ่ย ฮ่องกง เพื่อใช้เป็นที่ตั้งของสมาคมหมากล้อมฮ่องกง โดยคิดค่าเช่าเพียงเดือนละ 1 ดอลลาร์ฮ่องกง ทุกครั้งที่ทีมหมากล้อมจีนไปแข่งที่ฮ่องกง ก็มักได้รับการต้อนรับโดย หมิงเป้า และจินยงเองก็มักออกมาต้อนรับด้วยตนเอง ในปี 1984 รอบชิงชนะเลิศรายการ ซินถี่ยวี่คัพ ยังจัดขึ้นที่บ้านของเขา โดยมี เนี่ยเว่ยผิง และ เฉียนอวี่ผิง ดวลหมากกันที่นั่น และเพื่อขอบคุณการสนับสนุนของเขา สมาคมหมากล้อมจีนจึงมอบตำแหน่ง 6 ดั้งกิตติมศักดิ์ ให้แก่จินยง

สำหรับจินยง หมากล้อมไม่ใช่แค่เกม แต่เป็นการฝึกใจและฝึกคุณธรรม เขาเคยอ้างคำพูดในวงการหมากล้อมญี่ปุ่นว่า “คนที่เล่นหมากล้อมไม่มีคนเลว” เพราะหมากล้อมยุติธรรมอย่างยิ่ง ไม่มีช่องให้หลอกลวงหรือใช้เล่ห์เหลี่ยม หากมีความไม่ซื่อสัตย์แม้เพียงเล็กน้อย ก็จะถูกมองออกทันที ดังนั้นหมากล้อมทุกกระดานจึงเป็นการฝึกฝนคุณธรรมโดยไม่รู้ตัว

จินยงยังนำหมากล้อมเข้าไปสู่โลกนิยายกำลังภายในของเขาอย่างลึกซึ้ง ใน กระบี่เลือดเขียว เขาเขียนถึง บักซองเต้าหยิน หรือ มู่ซางเต้าจ่าง ผู้มีฝีมือหมากล้อมธรรมดา และเมื่อแพ้ให้กับ อ้วงเซ็งจี้ หรือ หยวนเฉิงจื้อ ก็จำต้องใช้วิชายุทธ์มาชดเชย ใน กระบี่เย้ยยุทธจักร เขาเขียนถึง เฮ็กแปะจื้อ หรือ เฮยไป๋จื่อ ผู้คลั่งไคล้หมากล้อม รู้เรื่องตำนานหมากล้อมอย่างคล่องแคล่ว เช่น ตำนาน หวังจื้อพบเซียน และ หลิวจงฝู่กระอักเลือด ภาพเหล่านี้สะท้อนตัวจินยงเองในฐานะคนที่แม้ฝีมืออาจไม่ถึงขั้นยอดปรมาจารย์ แต่รักหมากล้อมอย่างลึกซึ้งและมีความสุขกับมัน

สิ่งที่จินยงภูมิใจมากอีกอย่างหนึ่ง คือการนำ อู๋ชิงหยวน หนึ่งในนักหมากล้อมผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20 มาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างตัวละคร เฟิงชิงหยาง หรือชื่อที่คนไทยคุ้นว่า ฮวงเช็งเอี๊ยง ใน กระบี่เย้ยยุทธจักร วิชา เก้ากระบี่เดียวดาย มีแต่รุก ไม่มีถอย ทุกกระบวนท่าคือการบุกจนคู่ต่อสู้จำต้องตั้งรับ สิ่งนี้คล้ายกับแนวคิดของอู๋ชิงหยวนที่ว่า ขั้นสูงสุดของหมากล้อมไม่ใช่แค่การชนะ แต่คือการทำให้คู่ต่อสู้ไม่อาจใช้พลังของตนออกมาได้

คนหนึ่งคือ 棋圣 หรือปราชญ์แห่งหมากล้อม อีกคนคือ 剑宗 หรือปรมาจารย์แห่งกระบี่ แม้ถูกคั่นด้วยนิยายหนึ่งเล่ม แต่ทั้งสองกำลังพูดถึงความหมายเดียวกัน นั่นคือขั้นสูงสุดของศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นหมากล้อมหรือกระบี่ คือการก้าวพ้นรูปแบบตายตัว

ตอนท้ายของคลิปพาเรากลับไปยัง สถาบันจินยง ในเมืองโบราณหยางกวน เมืองไห่หนิง มณฑลเจ้อเจียง ที่นั่นมีคาเฟ่จินยง ข้างชั้นหนังสือและกลิ่นหอมของกาแฟ มีกระดานหมากล้อมวางอยู่ รอคอยผู้มาเยือนอย่างสงบ จินยงเคยกล่าวว่า เสน่ห์ของหมากล้อมอยู่ที่การครุ่นคิดและการค่อย ๆ ดื่มด่ำ แม้เขาจะจากไปแล้ว แต่กระดานหมากยังไม่จบ

แปลและเรียบเรียงโดย ซีเอ็ม.โกะ (2026/05/25)

เครดิตวิดีโอต้นฉบับ: 蒋弈君

15/05/2026

รีวิว นาฬิกาจับเวลาและเครื่องบันทึกเกม AI รุ่น Xiaoxin Huiyan ในโหมดอัตโนมัติ

27/04/2026

ทดลองใช้งาน เครื่องบันทึกเกม AI รุ่น Xiaoxin Huiyan ในโหมดอัตโนมัติ ที่ไม่จำเป็นต้องกดนาฬิกาหลังเดินหมาก เมื่อผู้เล่นวางหมากเสร็จ ระบบจะสลับไปจับเวลาฝั่งตรงข้ามให้อัตโนมัติ ทำให้การเล่นลื่นไหลและสะดวกมากขึ้น

ตัวเครื่องสามารถบันทึกเกมและจัดเก็บข้อมูลไว้บนระบบ Cloud พร้อมรองรับการใช้ AI วิเคราะห์เกมได้ทั้งระหว่างการแข่งขัน และภายหลังเมื่อนำบันทึกเกมกลับมาเปิดดูอีกครั้ง นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชันที่มาพร้อมกัน เพื่อดูบันทึก วิเคราะห์เกม และจัดการข้อมูลต่าง ๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น

ในส่วนของนาฬิกาจับเวลา ผู้ใช้สามารถตั้งค่าได้หลายรูปแบบ ทั้งจากตัวเครื่องโดยตรง หรือผ่านแอปพลิเคชัน แล้วส่งค่าการตั้งเวลาไปยังเครื่องบันทึกเกม Xiaoxin Huiyan เพื่อใช้งานได้ทันที

การแข่งขันแอทเชียงใหม่โกะลีก ครั้งที่ 6(6th At Chiang Mai Go League)การแข่งขันหมากล้อมประเภททีม 3 คน จัดแข่งตามลำดับมือว...
27/04/2026

การแข่งขันแอทเชียงใหม่โกะลีก ครั้งที่ 6
(6th At Chiang Mai Go League)

การแข่งขันหมากล้อมประเภททีม 3 คน จัดแข่งตามลำดับมือวาง โดยผู้เล่นทั้ง 3 คนของแต่ละทีมจะลงแข่งคนละ 1 กระดานในแต่ละรอบ รวมทั้งหมด 3 กระดานต่อรอบ ทีมที่ชนะในรอบนั้น คือทีมที่มีจำนวนผู้ชนะมากกว่า (ชนะ 2 ใน 3 กระดาน หรือ 3 ใน 3 กระดาน)

กล่าวเปิดและเริ่มการแข่งขัน : วันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569

กล่าวปิดการแข่งขันและมอบรางวัล : วันที่ 05 สิงหาคม พ.ศ. 2569

เงินรางวัลรวมกว่า 30,000 บาท

ครึ่งแรก
รอบที่ 1 แข่งขันพร้อมกัน วันที่ 27 เมษายน (เวลา 14:50-16:30 น.)
ทีม 1 พัก (BYE) ทีม 2 vs ทีม 7 ทีม 3 vs ทีม 6 ทีม 4 vs ทีม 5
รอบที่ 2 วันที่ 04-10 พฤษภาคม
ทีม 6 พัก (BYE) ทีม 1 vs ทีม 7 ทีม 2 vs ทีม 5 ทีม 3 vs ทีม 4
รอบที่ 3 วันที่ 11-17 พฤษภาคม
ทีม 4 พัก (BYE) ทีม 1 vs ทีม 6 ทีม 7 vs ทีม 5 ทีม 2 vs ทีม 3
รอบที่ 4 วันที่ 18-24 พฤษภาคม
ทีม 2 พัก (BYE) ทีม 1 vs ทีม 5 ทีม 6 vs ทีม 4 ทีม 7 vs ทีม 3
รอบที่ 5 วันที่ 25-31 พฤษภาคม
ทีม 7 พัก (BYE) ทีม 1 vs ทีม 4 ทีม 5 vs ทีม 3 ทีม 6 vs ทีม 2
รอบที่ 6 วันที่ 01-07 มิถุนายน
ทีม 5 พัก (BYE) ทีม 1 vs ทีม 3 ทีม 4 vs ทีม 2 ทีม 6 vs ทีม 7
รอบที่ 7 วันที่ 08-14 มิถุนายน
ทีม 3 พัก (BYE) ทีม 1 vs ทีม 2 ทีม 4 vs ทีม 7 ทีม 5 vs ทีม 6

ครึ่งหลัง (กลับคู่เดิม)
รอบที่ 8 วันที่ 15-21 มิถุนายน
ทีม 1 พัก (BYE) ทีม 7 vs ทีม 2 ทีม 6 vs ทีม 3 ทีม 5 vs ทีม 4
รอบที่ 9 วันที่ 22-28 มิถุนายน
ทีม 6 พัก (BYE) ทีม 7 vs ทีม 1 ทีม 5 vs ทีม 2 ทีม 4 vs ทีม 3
รอบที่ 10 วันที่ 29-05 กรกฎาคม
ทีม 4 พัก (BYE) ทีม 6 vs ทีม 1 ทีม 5 vs ทีม 7 ทีม 3 vs ทีม 2
รอบที่ 11 วันที่ 06-12 กรกฎาคม
ทีม 2 พัก (BYE) ทีม 5 vs ทีม 1 ทีม 4 vs ทีม 6 ทีม 3 vs ทีม 7
รอบที่ 12 วันที่ 13–19 กรกฎาคม
ทีม 7 พัก (BYE) ทีม 4 vs ทีม 1 ทีม 3 vs ทีม 5 ทีม 2 vs ทีม 6
รอบที่ 13 วันที่ 20–26 กรกฎาคม
ทีม 5 พัก (BYE) ทีม 3 vs ทีม 1 ทีม 2 vs ทีม 4 ทีม 7 vs ทีม 6
รอบที่ 14 วันที่ 27-02 สิงหาคม
ทีม 3 พัก (BYE) ทีม 2 vs ทีม 1 ทีม 7 vs ทีม 4 ทีม 6 vs ทีม 5

คุณค่าของหมากล้อมผ่านสำนวนและวลีจีนเพื่อสะท้อนว่าหมากล้อมไม่ใช่เพียงเกมแข่งขัน แต่ยังช่วยฝึกใจ ฝึกคิด ฝึกมองภาพรวม ฝึกกา...
17/04/2026

คุณค่าของหมากล้อมผ่านสำนวนและวลีจีน

เพื่อสะท้อนว่าหมากล้อมไม่ใช่เพียงเกมแข่งขัน แต่ยังช่วยฝึกใจ ฝึกคิด ฝึกมองภาพรวม ฝึกการวางตัว และทำให้เข้าใจชีวิตมากขึ้น

คำศัพท์และคำเรียกหมากล้อมในภาษาจีน

• 围棋 (เหวยฉี) = หมากล้อม
• 棋 (ฉี) = หมาก / เกมกระดาน / กระดานหมาก
• 弈 (อี้) = เล่นหมาก / แข่งขันหมาก เป็นคำแบบคลาสสิก
• 手谈 (โส่วถาน) = “เสวนาด้วยมือ” คำคลาสสิกที่ใช้เรียกการเล่นหมากล้อม
• 坐隐 (จั้วอิ๋น) = คำคลาสสิกอีกคำที่ใช้เรียกหมากล้อม ให้ภาพของความสงบและสันโดษ
• 纹枰 (เหวินผิง) = กระดานหมากล้อม



1) หมากล้อมฝึกใจ

• 弈道修心/以棋修心/围棋修心
วิถีแห่งหมากล้อมคือการฝึกใจ / ใช้หมากล้อมฝึกใจ
• 围棋养心/以棋养心/弈棋养性
ใช้หมากล้อมหล่อเลี้ยงใจ / เล่นหมากเพื่อขัดเกลานิสัยใจคอ
• 棋中见性/棋中观心/观棋观心
เห็นตัวตนผ่านหมากล้อม / ดูหมากก็เหมือนได้ดูใจ
• 落子见心/落子知心
ดูใจคนได้จากการวางหมาก
• 围棋如镜,可照己心
หมากล้อมเหมือนกระจกที่สะท้อนใจของตน
• 围棋贵静,不贵躁/心静则棋稳/棋静心明
หมากล้อมให้ค่าความนิ่ง ไม่ให้ค่าความร้อนรน / ใจนิ่งแล้วหมากมั่นคง / เมื่อหมากนิ่ง ใจก็ชัด
• 静心落子/落子安心
ทำใจให้นิ่งแล้วค่อยลงหมาก / วางหมากด้วยใจสงบ
• 手谈忘忧/弈棋忘忧
เล่นหมากจนลืมความกังวล
• 对坐一局,各修其心
นั่งเล่นหนึ่งกระดาน ต่างก็ฝึกใจของตน



2) หมากล้อมฝึกคิดและฝึกการตัดสินใจ

• 弈棋明理/下棋明理/围棋明理
เล่นหมากแล้วเข้าใจเหตุผลและหลักการ
• 下棋修心,观局修智/以棋启智
เล่นหมากเพื่อฝึกใจ มองกระดานเพื่อฝึกปัญญา / ใช้หมากล้อมเปิดปัญญา
• 谋定后动/观局而后落子/先思后着
คิดให้รอบด้านก่อนค่อยขยับ / มองกระดานก่อนแล้วค่อยวางหมาก / คิดก่อนเดิน
• 谋定后动,落子不悔/落子无悔
คิดให้รอบด้านก่อนค่อยลงมือ เมื่อวางหมากแล้วก็ไม่เสียใจ / เมื่อวางหมากแล้วไม่เสียใจภายหลัง
• 围棋教人取舍/落子知取舍
หมากล้อมสอนให้คนรู้จักเลือกและยอมเสีย
• 宁失数子,不失一先/弃子争先
ยอมเสียหมากบางเม็ด ดีกว่าเสียจังหวะมือนำ / ยอมทิ้งหมากเพื่อแย่งจังหวะมือนำ
• 一着不慎,满盘皆输
พลาดเพียงตาเดียว อาจเสียทั้งกระดาน
• 棋有先后,人有轻重
หมากมีจังหวะก่อนหลัง ชีวิตก็มีสิ่งสำคัญไม่เท่ากัน
• 舍小就大/弃小取大
ยอมเสียส่วนน้อยเพื่อรักษาส่วนใหญ่



3) หมากล้อมฝึกมองภาพรวม

• 围棋贵大局,不争一隅
หมากล้อมให้ค่าภาพรวม ไม่ยึดติดกับจุดเล็ก
• 先观全局,后落一子/先谋大局,后争一隅
มองทั้งกระดานก่อน แล้วค่อยวางหนึ่งหมาก / คิดภาพรวมก่อน แล้วค่อยแย่งพื้นที่เล็ก ๆ
• 围棋之妙,在于全局/棋局之妙,在顾大势
เสน่ห์ของหมากล้อมอยู่ที่การมองทั้งกระดาน / ความลึกของหมากล้อมอยู่ที่การมองแนวโน้มของทั้งกระดาน
• 方寸棋盘,见大天地/棋盘虽小,天地甚大
กระดานเล็กเพียงคืบ แต่ทำให้เห็นโลกกว้าง / แม้กระดานจะเล็ก แต่โลกในนั้นกว้างใหญ่มาก
• 方寸之间,尽见天地/方寸见天地
ในพื้นที่เล็ก ๆ กลับเห็นฟ้าดินทั้งผืน / จากพื้นที่เล็ก ๆ มองเห็นโลกกว้าง
• 棋局有限,思路无边
กระดานมีขอบเขต แต่ความคิดไร้ขอบเขต
• 一子一世界,一局一人生
หนึ่งหมากคือหนึ่งโลก หนึ่งกระดานคือหนึ่งชีวิต
• 黑白之间,自有棋道/黑白有道
ระหว่างดำกับขาวมีวิถีแห่งหมากอยู่ / ระหว่างดำกับขาว ย่อมมีหลักและหนทางอยู่เสมอ



4) หมากล้อมฝึกการวางตัว จังหวะชีวิต และความสัมพันธ์

• 弈棋知进退/进退有度
รู้จักจังหวะรุกและถอย / รู้จักรุกและถอยอย่างพอดี
• 围棋重先手,做人重分寸
หมากล้อมให้ค่าจังหวะมือนำ ส่วนชีวิตให้ค่าความพอดีและการวางตัว
• 落子即见修养/棋如其人/棋品如人品
เพียงดูการวางหมากก็เห็นการขัดเกลาของคน / หมากล้อมสะท้อนตัวคน / ลักษณะการเล่นหมากสะท้อนลักษณะของคน
• 观棋亦观人/看棋知人
ดูหมากก็คือดูคน / ดูการเล่นหมากแล้วรู้จักคน
• 棋逢对手/棋逢对手,将遇良才
ได้เจอคู่ต่อสู้ที่สูสีกัน / ได้เจอคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อ เปรียบเหมือนแม่ทัพได้พบผู้มีฝีมือ
• 棋逢知己/以棋会友/因棋结缘
ได้พบคนรู้ใจผ่านหมาก / ใช้หมากล้อมคบมิตร / ผูกสัมพันธ์กันผ่านหมากล้อม
• 手谈无言,胜负有味/手谈无声,棋意自深
เสวนาด้วยมือโดยไม่ต้องพูด แพ้ชนะล้วนมีรสชาติ / แม้ไม่เอ่ยคำ แต่ความหมายในหมากกลับลึกซึ้ง
• 对坐纹枰,黑白忘言/纹枰对坐,心有相通
นั่งประจันหน้าอยู่หน้ากระดาน ในโลกดำขาวที่ไม่ต้องใช้คำพูด / นั่งตรงข้ามกันบนกระดาน ใจก็สื่อถึงกัน



5) มองชีวิตผ่านหมากล้อม

• 人生如棋/棋如人生
ชีวิตก็เหมือนหมากล้อม / หมากล้อมก็เหมือนชีวิต
• 人生如棋,落子无悔
ชีวิตเหมือนหมากล้อม เมื่อตัดสินใจแล้วก็ไม่เสียใจภายหลัง
• 世事如棋/世事如棋,乾坤莫测
เรื่องราวของโลกก็เหมือนหมาก / โลกเหมือนหมาก พลิกผันยากคาดเดา
• 棋里见人生/黑白见人生
ในหมากล้อมมองเห็นชีวิต / ในดำขาวมองเห็นชีวิต
• 一局一悟/一着一省
หนึ่งกระดาน หนึ่งความเข้าใจ / ทุกตาคือการทบทวนตน
• 落子有声,人生无悔
วางหมากให้มีน้ำหนัก ใช้ชีวิตอย่างไม่เสียดาย
• 棋里藏山海/棋中有天地
ในหมากซ่อนทั้งภูเขาและทะเล / ในหมากมีโลกทั้งใบ
• 黑白之间,照见人生
ระหว่างดำกับขาว เราเห็นเงาของชีวิต



คติหมากล้อมคลาสสิก: หลักสิบประการของหมากล้อม “围棋十诀”
โดย หวัง จีซิน (王积薪)

1. 不得贪胜 - อย่าโลภเอาชนะ
2. 入界宜缓 - เมื่อรุกเข้าดินแดนของอีกฝ่าย ควรค่อยเป็นค่อยไป
3. 攻彼顾我 - เมื่อโจมตีอีกฝ่าย ต้องคำนึงถึงฐานตนเองด้วย
4. 弃子争先 - ยอมสละหมากเพื่อแย่งจังหวะมือนำ
5. 舍小就大 - ยอมเสียส่วนน้อยเพื่อรักษาส่วนใหญ่
6. 逢危须弃 - เมื่ออยู่ในภาวะคับขัน ต้องรู้จักตัดใจ
7. 慎勿轻速 - จงระวัง อย่ารีบร้อน
8. 动须相应 - ทุกการเคลื่อนไหวต้องสอดคล้องกัน
9. 彼强自保 - เมื่ออีกฝ่ายแข็งแรง ควรเน้นรักษาตนเอง
10. 势孤取和 - เมื่อกำลังโดดเดี่ยว ควรหาทางประสานหรือประนีประนอม

หลักสิบประการนี้ไม่ได้สอนเพียงเทคนิคการเล่นหมากล้อม แต่ยังสะท้อนเรื่องความพอดี การประเมินสถานการณ์ การรู้จักยอม และการไม่ปล่อยให้อารมณ์ครอบงำ

ซีเอ็ม.โกะ (2026/04/18)
รูปภาพ: 人生如棋,落子无悔
อ่านว่า เหรินเซิงหรูฉี ลั่วจื่ออู๋ฮุ่ย ความหมายคือ ชีวิตเหมือนการเล่นหมากล้อม เมื่อตัดสินใจแล้ว ก็ต้องยอมรับผลและไม่มัวเสียดายทีหลัง
yangkeduo.com/goods1.html?ps=AuAUjC4elb

หนึ่งในคำถามยอดฮิตของคนเล่นหมากล้อมใครคือนักหมากล้อมที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์?ล่าสุด ช่องยูทูบ “SensAI Go” นำการประเม...
14/04/2026

หนึ่งในคำถามยอดฮิตของคนเล่นหมากล้อม

ใครคือนักหมากล้อมที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์?

ล่าสุด ช่องยูทูบ “SensAI Go” นำการประเมินของ KataGo AI มาวิเคราะห์เกมของ 7 ยอดนักหมากล้อมระดับตำนานจากหลากหลายยุคสมัย โดยใช้บันทึกเกมในช่วงที่แต่ละคนทำผลงานได้ดีที่สุดเป็นฐานในการวิเคราะห์ และแปลงผลออกมาเป็นคะแนนที่เรียกว่า AAS (Accuracy Area Score) เพื่อดูว่าในการเล่นจริง แต่ละคนเดินหมากใกล้เคียงกับคำตอบของ AI มากแค่ไหน

นอกจากนั้น ยังใช้กราฟ CDF (Cumulative Distribution Function) เพื่อดูการกระจายความผิดพลาดตลอดทั้งเกม ยิ่งกราฟเข้าใกล้มุมซ้ายบนมากเท่าไร ก็ยิ่งหมายถึงผู้เล่นคนนั้นพลาดน้อยกว่า และรักษาความแม่นยำได้สม่ำเสมอกว่า

ผลที่ออกมา
อันดับ 7 ฮงอินโบ โดซาคุ (ค.ศ.1645-1702) 94.0 คะแนน ปรมาจารย์หมากล้อมแห่งศตวรรษที่ 17 ผู้มีอิทธิพลต่อทฤษฎีและแนวคิด
อันดับ 6 โจฮุนฮยอน (1953) 95.1 คะแนน ตำนานหมากล้อมเกาหลีผู้ได้รับฉายา “เทพสงคราม”
อันดับ 5 อีเซโดล (1983) 95.2 คะแนน คนทั่วโลกรู้จักจากชัยชนะเหนือ AlphaGo
อันดับ 4 อู๋ชิงหยวน (1914-2014) 95.2 คะแนน ผู้สร้างแนวทางการเดินหมากใหม่ ๆ ที่เปลี่ยนความเข้าใจของคนในวงการ
อันดับ 3 อีชางโฮ (1975) 95.4 คะแนน โดดเด่นด้วยความนิ่งและการปิดเกมได้อย่างเฉียบคม
อันดับ 2 ฮงอินโบ ชูซากุ (1829-1862) 96.2 คะแนน ตำนานหมากล้อมแห่งศตวรรษที่ 19 ขึ้นชื่อเรื่องความแม่นยำและการเล่นที่ผิดพลาดน้อย
อันดับ 1 ชินจินซอ (2000) 96.4 คะแนน นักหมากล้อมหมายเลขหนึ่งของโลกยุคปัจจุบัน

เมื่อมองผ่านข้อมูล ความแข็งแกร่งของนักหมากล้อมระดับสูงอยู่ที่การตัดสินใจได้ถูกต้องซ้ำ ๆ ต่อเนื่องตลอดทั้งเกม และพลาดน้อยที่สุด

ชินจินซออาจได้เปรียบอย่างชัดเจนจากการเติบโตและฝึกฝนในยุค AI ขณะที่ฮงอินโบ ชูซากุกลับยิ่งน่าทึ่งขึ้นไปอีก เพราะสามารถสร้างผลงานระดับนี้ได้ในยุคที่ยังไม่มี AI ไม่มีฐานข้อมูลขนาดใหญ่ และไม่มีเครื่องมือช่วยตรวจสอบแบบทุกวันนี้

อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ลักษณะนี้ก็เปิดให้เกิดข้อถกเถียงตามมา เพราะการใช้ค่าประเมินจาก KataGo ต้องตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า AI สามารถสะท้อน “ความถูกต้อง” ของหมากได้แม่นยำเพียงพอ

และการลดข้อผิดพลาด เท่ากับการเล่นเพื่อชนะเกมจริงหรือไม่ โดยเฉพาะในกรณีของผู้เล่นสายต่อสู้ที่จงใจพาคู่ต่อสู้เข้าสู่สถานการณ์ที่ซับซ้อน

ถึงอย่างนั้น คลิปของ SensAI Go ก็ยังเป็นความพยายามที่น่าสนใจในการใช้เครื่องมือยุคใหม่กลับไปตั้งคำถามกับประวัติศาสตร์หมากล้อม โดยไม่อาศัยเพียงความรู้สึกหรือชื่อเสียง และแน่นอนว่า บทสนทนาเรื่องนี้คงยังไม่จบลงง่าย ๆ

ซีเอ็ม.โกะ (2026/04/15)
ที่มา: youtu.be/8OZC3huqlDg?si=8l7UkzvhmhI3aYrP

ส่วนหนึ่งจากละครเวที ฮิคารุ โน โกะ
26/11/2025

ส่วนหนึ่งจากละครเวที ฮิคารุ โน โกะ

ที่อยู่

Amphoe Muang Chiang Mai

เบอร์โทรศัพท์

053226608

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ CM. Go Clubผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง CM. Go Club:

แชร์