11/08/2026
https://www.facebook.com/share/19RQUMGC98/
จากเหตุการณ์ที่ รร เทพศิรินทร์ นนทบุรี ทำให้เห็นว่าคนไทยยังยึดติดกับความคิดที่ว่า เวลามีเด็กก่อเหตุ แปลว่าเด็กคนนั้นถูกกระทำมาก่อนเลยไปล้างแค้น อะไรงี้
จริงๆแล้ว การที่คนๆนึงจะก่อเหตกราดยิงได้นั้น เกิดได้จากหลายสาเหตุ และไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ถูกกระทำเสมอไป บางเคส อาจไม่ได้มีประวัติถูกบุลลี่อะไรเลย แต่ดันไปเข้าสังคมของคนที่สนใจเรื่องรุนแรง และปั่นกันไปปั่นกันมาจนก่อเหตุในที่สุด
ยกตัวอย่างเช่นเหตุกราดยิงที่โรงเรียนมัธยมแอซเทก (Aztec High School)
เกิดตอนปี 2017 ที่เมืองแอซเทก รัฐนิวเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา
ผู้ก่อเหตุ เป็นอดีตนักเรียนของ รร แห่งนี้ ชื่อ William Atchison อายุ 21 ปี
ในวันเกิดเหตุ คนร้าย ปลอมตัวเป็นนักเรียน แฝงตัวเข้าไปในโรงเรียน
จากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อตระเตรียมอาวุธ จากนั้นจึงเริ่มใช้อาวุธออกยิงทั่วโรงเรียนแบบสุ่ม ครูรีบพาเด็กๆเข้าไปหลบในห้องเก็บของ และเอาข้าวของมาขวางประตูไว้ คนร้ายพยายามยิงใส่ประตู แต่ไม่สามารถบุกเข้าไปได้ เมื่อตำรวจมาถึง คนร้ายก็ตัดสินใจปิดสวิทช์ตัวเองไป
ในเบื้องต้น ตำรวจสันนิษฐานว่าคนร้ายมีอาการทางจิตหรือไม่
แต่เมื่อเอาคอมพ์และมือถือของคนร้ายมาตรวจสอบ ก็พบกับอะไรที่น่าสะพรึง
คนร้ายมีตัวตนบนโลกออนไลน์ที่ฝังรากลึกในชุมชนสุดโต่ง เขาใช้ชื่อแฝงหลายชื่อ ที่สื่อไปในทางการก่อเหตุกราดยิง และโพสเชิดชูไอ้หนวดจิ๋มแห่งเยอรมันอยู่เป็นประจำ ตำรวจพบว่าเนื้อหาของโพสเขา มีแนวคิด เหยียดชาติพันธ์ เกลียดชังผู้หญิง ซึ่งเป็นลักษณะของกลุ่ม Incel
Incel (อินเซล) เป็นคำแสลงที่ย่อมาจาก "Involuntary Celibate" ซึ่งแปลตรงตัวว่า "ผู้ที่ครองตัวเป็นโสดโดยไม่ได้สมัครใจ" ในปัจจุบัน คำนี้ถูกใช้เพื่อเรียกกลุ่มวัฒนธรรมย่อยบนโลกออนไลน์ (ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย) ที่ไม่สามารถหาคู่รักหรือไม่มีเพศสัมพันธ์ได้แม้ว่าตนเองจะต้องการ แต่สิ่งที่ทำให้กลุ่ม Incel กลายเป็นประเด็นทางสังคมและถูกจัดเป็นภัยคุกคาม คือ "แนวคิด" และ "ชุดความเชื่อ" ที่บ่มเพาะความเกลียดชังรุนแรงที่อยู่เบื้องหลัง
คนที่เป็นสมาชิกกลุ่มนี้ มักมีความเชื่อเรื่อง พันธกรรมเป็นตัวตัดสินชะตากรรม เช่น พอตัวเองไม่มีสาวเหลียวแล ก็คิดไปว่าเป็นเพราะพันธกรรมกำหนดมา ให้ตัวเองหน้าตาไม่ดี ไม่มีสเน่ห์จนสาวไม่แล (แต่ไม่เคยโทษตัวเองว่าสันดานเชี่ยขนาดไหน)
ทำให้คนกลุ่มนี้จำนวนไม่น้อย เกลียดชังผู้หญิง เพราะคิดว่าตัวเองถูกปฎิเสธด้วยเรื่องที่ไม่เป็นธรรมเช่น พันธกรรม ทำให้เกลียดชังผู้หญิงอย่างรุนแรง และมักจะเลือกใช้ความรุนแรงในการทำร้ายผู้หญิง เพราะคิดว่าตัวเองมีความชอบธรรมเนื่องจากถูกฝ่ายหญิงเลือกปฎิบัติก่อน
กลับมาที่เคสเมืองแอซเทก กันต่อ เคสนี้นอกจากตำรวจจะเจอหลักฐานในโลกออนไลน์ว่าเขาไปมั่วสุมกับกลุ่ม incel แล้ว ยังพบหลักฐานอีกมากมาย เช่น รอยสักตามร่างกายของเขาที่แสดงให้เห็นถึงแนวคิดของกลุ่ม incel กลุ่มเหยียดชาติพันธ์ และกลุ่มชาตินิยมผิวขาว
เมื่อสืบสาวลงไปลึกกว่านั้น ยังพบว่า ผู้ก่อเหตุ ได้มีการติดต่อพูดคุยกับผู้ก่อเหตุกราดยิงรายอื่นๆ เช่น ผู้ก่อเหตุกราดยิงที่มิวนิค ปี 2016 และวางแผนที่จะก่อเหตุต่อเนื่องกัน นอกนั้นในกลุ่มแชท ยังพบสมาชิกคนอื่นๆที่มีแนวคิดเดียวกัน และวางแผนจะก่อเหตุกราดยิงในประเทศต่างๆ แต่โชคดีตำรวจสกัดจับเอาไว้ได้ทันก่อนที่จะเกิดเหตุ
ปัจจุบัน แนวคิดของกลุ่มพวกนี้แพร่หลายไปทั่วโลก และในไทย มันก็มาถึงแล้ว โดยใน tiktok และใน discord มีชุมชนของพวกนี้กระจัดกระจายกันไป และมีการพูดคุยถูกการก่อเหตุอยู่เนืองๆ
กล่าวคือ การถูกบุลลี่ อาจเป็นปัจจัยนึง ที่ทำให้คนๆนึงก่อเหตุร้าย
แต่นั่นไม่ใช่ปัจจัยทั้งหมด บางคนอาจไม่ได้ถูกบุลลี่อะไร ในทางตรงข้าม อาจจะเป็นฝ่ายบุลลี่คนอื่นด้วยซ้ำ และได้รับการปลูกฝังแนวคิดของกลุ่ม Incel จนกลายเป็นกลุ่มก้อนของความเกลียดชัง และก่อเหตุรุนแรงขึ้นมา
ดังนั้น หยุดสร้างความชอบธรรมให้กับพฤติกรรมแบบนี้
เลิกทำคอนเทนท์อวยและสดุดีผู้ก่อเหตุ
เพราะมิฉะนั้น อีกไม่นานมันอาจจะเกิดเหตุซ้ำ
และเหยื่อรายต่อไป อาจเป็นลูกหลาน ครอบครัว มิตรสหาย ของ content creator เหล่านั้นก็ได้