คอกม้า HORSE CING สอนขี่ม้าอุตรดิตถ์

คอกม้า HORSE CING สอนขี่ม้าอุตรดิตถ์ สอนขี่ม้าแบบตัวต่อตัว ขี่ม้าจูงเดิน ขี่ม้าถ่ายรูป รับฝาก-รับฝึกม้า

คอกม้า Horse Cing คอกม้าแห่งเดียวของ.อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ มีบริการ สอนขี่ม้า จูงม้า-ขี่ม้าเดิน รับฝาก รับฝึกม้าใหม่

🙏🙏🙏🇹🇭🇹🇭🇹🇭🇹🇭
25/08/2026

🙏🙏🙏🇹🇭🇹🇭🇹🇭🇹🇭

22/08/2026
คนที่รวยที่สุดในโลก.....เปิดอ่านบ้าง .....
21/08/2026

คนที่รวยที่สุดในโลก.....เปิดอ่านบ้าง .....

ถึงกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม (Down syndrome) และกลุ่มอาการออทิสติก (ASD) จะเป็นกลุ่ม “เด็กพิเศษ” เหมือนกัน แต่เป็นเด็กพิเศษคนละกลุ่มกันอย่างสิ้นเชิง

*** บทความนี้เป็นการปรับปรุงและเผยแพร่อีกครั้ง เพื่อให้ผู้ติดตามหรือใครที่สนใจได้ศึกษาครับ ***

ช่วงหลังๆ มานี้ได้มีหลายคนได้สอบถามเกี่ยวกับกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม (Down syndrome) และออทิสติก Autism Spectrum Disorder (ASD) ว่าแตกต่างกันอย่างไรมาพอสมควรครับ รวมไปถึงหลายท่านก็ได้สับสนว่าเด็กพิเศษ 2 กลุ่มอาการนี้แตกต่างกันอย่างไร ? บางท่านเข้าใจว่าด้วยความเป็นกลุ่ม “เด็กพิเศษ” เหมือนกัน ก็เลยเข้าใจผิดว่าเป็นกลุ่มอาการเดียวกันก็มี จึงส่งผลในเกิดการสบสนทางข้อมูลเช่น ออทิสติกสามารถสังเกตมองออกทางหน้าตาได้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เพราะกลุ่มอาการที่สามารถสังเกตได้ทางหน้าตาที่เป็นเอกลักษณ์ได้นั้น คือกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม ดังนั้นบทความนี้เราจะมาทำความเข้าใจถึงความแตกต่างของ 2 กลุ่มอาการนี้กันครับ............................

❤️ เข้าใจคำว่าเด็กพิเศษ

นิยามของคำว่า “เด็กพิเศษ” (Special Child) นั้นย่อมาจากความว่า “เด็กที่มีความต้องการช่วยเหลือพิเศษ” (Child With Special Needs) ซึ่งนั้นหมายความว่าเขาต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ เพื่อที่ทำให้เขาสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนอื่นๆ ทั่วๆ ไป บนบรรทัคฐานเดียวกับคนทั่วไปในสังคม จากข้อจำกัดที่เขาบกพร่องในแต่ละประเภท ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการดูแลกายและจิตใจ การดูแล ช่วยเหลือ บำบัดฟื้นฟู การสอน การรักษา และความเข้าใจที่ต้องการเป็นพิเศษมากกว่าเด็กปกติ ซึ่งเด็กพิเศษเองก็มีหลายประเภท ตามเกณฑ์ของประเทศไทยได้แบ่งผู้พิการออกเป็น 7 ประเภท สำหรับเกณฑ์ของทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และแบ่งเป็น 9 ประเภท สำหรับทางการศึกษาพิเศษของกระทรวงศึกษาธิการ ดังนั้นถึงแม้ว่ากลุ่มอาการดาวน์ซินโดรมและกลุ่มอาการออทิสติก จะเป็น “เด็กพิเศษ” เหมือนกัน แต่จัดได้ว่าเป็นกลุ่มเด็กพิเศษคนละประเภทกันเลยครับ............................

❤️ กลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม (Down syndrome)

สำหรับอาการดาวน์ซินโดรมนั้นเกิดขึ้นจากโคโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา 1 แท่ง จึงทำให้เกิดความผิดปกติทางพัฒนาการ ทั้งด้านกายภาพ ด้านร่างกาย ด้านสติปัญญาและการเรียนรู้ต่างๆ โดยเราสามารถคัดกรองได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ลักษณะเด่นของกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรมก็คือ “สามารถมองเห็นได้ทางกายภาพ” เพราะเขามีลักษณะโครงสร้างร่างกาย หน้าตา ที่เป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มอาการนี้ เช่น มีศีรษะเล็ก ใบหน้าเล็ก ใบหูเล็ก มีสันจมูกแบน มีกะโหลกศีรษะด้านหลังแบน มีดวงตาเรียว หางตาเฉียงขึ้น หัวคิ้วหนา ม่านตาอาจมีจุดขาว มีคอสั้น แขนสั้น ขาสั้น เท้าสั้น มีส่วนสูงน้อยกว่าค่าเฉลี่ย เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีลักษณะพฤติกรรมที่มีนิสัยร่าเริง อารมณ์ดี ยิ้มง่าย หัวเราะง่าย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะเรื่องของระดับสติปัญญา (IQ) เนื่องจากว่าลักษณะของดาวน์ซินโดรมจะมีเรื่องของความบกพร่องทางสติปัญญา หรือที่เราเรียกว่ากลุ่มอาการ Intellectual Disability (ID) ร่วมด้วย รวมไปถึงกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรมยังสามารถมีโรคอื่นๆ ร่วมกันได้ เช่น โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด เป็นต้น ดังนั้นกลุ่มอาการนี้จึงถือว่าเป็นเด็กกลุ่มที่มีความต้องการช่วยเหลือพิเศษประเภทหนึ่ง แต่เนื่องด้วยการแพทย์ที่ดีขึ้นจึงสามารถช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้ได้มากขึ้นครับ............................

❤️ กลุ่มบกพร่องทางสติปัญญา Intellectual Disability (ID)

เนี่องจากกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรมจะมีภาวะบกพร่องทางสติปัญญาร่วมด้วย เราจึงควรจะรู้จักกลุ่มอาการบกพร่องทางสติปัญญาร่วมด้วยครับ แต่ทั้งนี้กลุ่มอาการบกพร่องทางสติปัญญาไม่จำเป็นต้องเป็นดาวน์ซินโดรมทุกคน บางคนก็เป็นแค่กลุ่มอาการบกพร่องทางสติปัญญา โดยที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับกลุ่มดาวน์ซินโดรมเลยก็ได้ครับ
สำหรับกลุ่มบกพร่องทางสติปัญญา Intellectual Disability (ID) ในประเทศไทยนั้นมีการใช้คำอื่นๆ อีกหลายคำที่สื่อถึงคนกลุ่มนี้ ซึ่งบางคำเป็นคำเชิงลบเช่น “คนปัญญาทึบ” โดยที่มีการใช้คำพวกนี้เนื่องจากว่าคนกลุ่มนี้ดูเรียนรู้ช้า ไม่ทันคน สอนอะไรก็ไม่เข้าหัว ซึ่งผมไม่สนับสนุนให้เรียกคนกลุ่มนี้แบบนี้ครับ เพราะมันดูด้อยค่าความเป็นมนุษย์ด้วยกัน ผมจะขอเรียกคนกลุ่มนี้ว่า คนกลุ่มบกพร่องทางสติปัญญา หรือคนกลุ่ม Intellectual Disability (ID) เฉยๆ ก็พอครับ
โดยคนกลุ่มนี้จะมีทักษะการเรียนรู้ที่ต่ำกว่าคนปกติ ไม่ว่าจะเป็นด้านเชาวน์ปัญญา ด้านการปรับตัว ด้านสังคม และด้านการใช้ชีวิต ว่าง่ายๆ ก็คือคนกลุ่มนี้จะเรียนรู้ได้ช้าทุกด้าน เปรียบสเหมือนกับคอมพิวเตอร์ที่ CPU ช้า ทำให้การประมวลผลช้าในทุกๆ ด้าน คนกลุ่มนี้จะไม่ได้มีปัญหาด้านพฤติกรรมและอารมณ์ ทักษะสังคม โดยตรง แต่ปัญหาเกิดจากที่ว่าเรียนรู้ได้ช้าโดยธรรมชาติ อาจต้องสอนอะไรที่ช้าๆ เข้าใจง่ายๆ กว่าคนปกติ เข้าใจอะไรด้วยรูปธรรม และจะต้องสอนซ้ำหลายรอบมากกว่าคนปกติ โดยตามเกณฑ์เบี้องต้นได้ระบุว่าค่าระดับทางสติปัญญา (IQ) ของคนกลุ่มนี้จะต่ำกว่าระดับ 70 (ค่า IQ ปกติอยู่ที่ระดับ 90 ขึ้นไป)............................

❤️ กลุ่มอาการออทิสติก (ASD)

กลุ่มอาการออทิสติกนับได้ว่าเป็นกลุ่มที่มีการทำงานที่ผิดปกติทางระบบประสาทและสมองตั้งแต่แรก ซึ่งในปัจจุบันเราจะเรียกว่า Autism Spectrum Disorder (ASD) โดยคำว่า “ออทิสติก” หรือภาวะ “Autism” มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกว่า “Autos” ซึ่งแปลว่า “Self” หมายถึง แยกตัวอยู่ตามลำพังในโลกของตัวเอง ซึ่งเปรียบเสมือนมีกำแพงใส หรือกระจกเงา ที่กั้นบุคคลเหล่านี้ ออกจากสังคมรอบข้าง กลุ่มอาการออทิสติกนั้นไม่สามารถมองเห็นทางกายภาพได้ หรือเรียกง่ายๆ ก็คือว่า “ไม่สามารถสังเกตมองเห็นได้จากทางหน้าตา รูปร่าง” และ “ไม่สามารถคัดกรองตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาได้” แต่จะสังเกตเห็นได้จากความผิดปกติทางพัฒนาการและพฤติกรรม ที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ของพัฒนาการตามธรรมชาติของมนุษย์โดยทั่วไป
ออทิสติกนั้นตามเกณฑ์ปัจจุบันที่จิตแพทย์ใช้ในการวินิจฉัยจะใช้เกณฑ์จากคู่มือวินิจฉัยและสถิติเกี่ยวกับโรคทางจิตที่ชื่อว่า DSM – 5 (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 5; Diagnostic and Statistical Manual of Mental Disorders, 5th Edition) ซึ่งคู่มือนี้ จัดพิมพ์ขึ้นโดยสมาคมจิตแพทย์อเมริกันในปี ค.ศ. 2013 ระบุว่า ออทิสติก Autism Spectrum Disorder (ASD) มีทั้งหมด 3 ระดับ ได้แก่
👉 ระดับอาการเล็กน้อย (Mild Autism)

หรือภาษาคู่มือเรียกว่า "กลุ่มที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือ" (Requiring support) ซึ่งอาการของคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีอาการเพียงเล็กน้อย คนกลุ่มนี้น่าสนใจ เพราะอาจมีความสามารถศักยภาพสูง สามารถเรียนหนังสือ ทำงานร่วมกับคนทั่วๆ ไปได้ จึงทำให้หลายคนมักจะมองข้ามคนกลุ่มนี้ไป เนื่องจากอาการไม่ชัดเจน ในบางครั้ง คนทั่วๆ ไปที่ไม่ใช่นักสหวิชาชีพอาจมองไม่ออก และไม่เชื่อว่าเป็นออทิสติกด้วยซ้ำ! แต่แท้ที่จริงแล้วคนกลุ่มนี้ถึงเขาจะมีศักยภาพสูง แต่ก็ยังมีความบกพร่องตามเกณฑ์ของออทิสติก ซึ่งในต่างประเทศยังมีศัพท์ที่พูดถึงบุคคลออทิสติกกลุ่มนี้ว่า เป็นกลุ่มที่มีความสามารถสูง (High-Functioning Autism) อีกด้วย
👉 ระดับอาการปานกลาง (Moderate Autism)

หรือภาษาคู่มือเรียกว่า "กลุ่มที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือมาก" (Requiring substantial support) ซึ่งอาการภาพรวมจะเห็นได้ชัดเจนและรุนแรงกว่ากลุ่มออทิสติกระดับอาการเล็กน้อย แต่ว่ายังสามารถใช้ชีวิตร่วมกับคนโดยรวมได้ สามารถเรียนร่วมกับเด็กปกติได้ แต่ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมในด้านต่างๆ ของชีวิตและในห้องเรียน ซึ่งหากได้รับการช่วยเหลือที่ดีก็สามารถเรียนจบปริญญาตรีได้ โดยการให้เรียนในด้านที่เขาชอบ และช่วยโดยการบอกแนวข้อสอบหรือใช้ข้อสอบพิเศษช่วยเหลือ เป็นต้น
👉 ระดับอาการรุนแรง (Severe Autism)

หรือภาษาคู่มือเรียกว่า "กลุ่มที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือมากที่สุด" (Requiring very substantial support) ซึ่งจะมีอาการของออทิสติกชัดเจน มีพัฒนาการล่าช้าอย่างชัดเจน อาจมีภาวะบกพร่องทางสติปัญญา (ID) ร่วมด้วย บางคนถึงขั้นเป็นกลุ่มออทิสติกที่ไม่มีภาษาพูด (Non-verbal Autism) ในทางทฤษฎีสามารถพัฒนาเต็มที่ได้แค่ช่วยเหลือตัวเองในชีวิตประจำวัน คนในระดับนี้ จะมีพัฒนาการล่าช้าในหลาย ๆ ด้าน และอาจมีภาวะบกพร่องทางสติปัญญาร่วมด้วย ส่วนใหญ่จะต้องมีผู้ดูแลประกบอยู่ด้วยตลอด มีพฤติกรรมซ้ำ ๆ อย่างรุนแรงในแบบที่ควบคุมไม่ค่อยได้ และมีปัญหาด้านการสื่อสารอย่างชัดเจนในหลาย ๆ คน บางคนอาจเป็นกลุ่มที่ไม่มีภาษาพูดได้เลยด้วยซ้ำ
ทั้งนี้ ในแต่ละประเภท ก็จะมีระดับของภาวะโรคที่แตกต่างกันไปในแต่ละคน เช่น ในออทิสติกระดับอาการเล็กน้อย แต่ละคนก็จะมีระดับอาการของออทิสติกไม่เท่ากัน ถึงแม้ว่า จะเป็นออทิสติกในระดับอาการเล็กน้อยเหมือนกันก็ตาม
............................

❤️ ความผิดปกติทางพัฒนาการที่ล่าช้าของออทิสติกมี ดังนี้
👉 ด้านพฤติกรรม (Repetitive Behavior)

จะมีพฤติกรรมที่ไม่ยืดหยุ่น มีพฤติกรรมทำอะไรซ้ำ ๆ จะยึดติดอะไรอยู่แค่บางอย่าง ฝืนใจหรือขัดใจไม่ค่อยได้ ถ้าชอบอะไรจะสนใจหมกหมุ่นอยู่แต่กับสิ่งนั้น ดูเป็นคนใช้ตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางในบางด้าน และคุยแต่เรื่องที่ตนเองสนใจ ควบคุมอารมณ์ได้ไม่ดี รอคอยไม่เป็น วิธีคิดชอบคิดแบบหุ่นยนต์ คือ จะมองโลกเป็นแค่ขาวดำ ถูกผิด ชอบคิด เข้าใจ และทำอะไรเป็นคำสั่ง เข้าใจแต่อะไรที่ตรงๆ เป็นเส้นตรง และมองว่าทุกอย่างเป็นความจริง (Fact) มองทุกอย่างตามความเป็นจริงแบบไม่ยืดหยุ่น เป็นต้น
👉 ด้านการสื่อสารทางสังคมและปฏิสัมพันธ์ทางสังคม

- ปฏิสัมพันธ์ทางสังคมและทักษะสังคม (Social Deficits)

จะมีปัญหาเรื่องทักษะสังคมทุกอย่าง เช่น ชอบอยู่คนเดียว อยู่ร่วมกับผู้อื่นไม่เป็น ไม่สามารถเรียนรู้สิ่งทั่ว ๆ ไป ที่คนสามารถเรียนรู้เองได้ (Common Sense) เพราะไม่เข้าใจกฎเกณฑ์และบทบาททางสังคมทั้งหมด ไม่เข้าใจมารยาท กาลเทศ ตรงไปตรงมา ไม่เข้าใจปากไม่ตรงกับใจ ซื่อ ปิดบังอะไรไม่เป็น ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมคน ไม่เข้าใจความสัมพันธ์และความรู้สึกผู้อื่น ไม่เข้าใจอารมณ์ความรู้สึกคนอื่น และบกพร่องเรื่องของการเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ไม่เข้าใจสีหน้าอารมณ์ผู้อื่น และตัวเองมักแสดงสีหน้าอารมณ์ไม่เป็น เข้าใจอะไรที่ตรง ๆ สวมบทบาทสมมติไม่เป็น หากสอนเรื่องอะไรที่ไม่รู้จักจนรู้แล้ว แต่เมื่อเจอเหตุการณ์ใหม่ที่ไม่รู้จักจะไม่สามารถคาดเดาเองได้ จะต้องสอนใหม่ในเรื่องนั้นไปเรื่อย ๆ เป็นต้น
- ด้านการสื่อสารทางสังคม (Communication and Language Problems)

สำหรับในด้านนี้ อาจมีความผิดปกติในด้านการสื่อสาร เช่น ไม่สบตา พูดได้ช้ากว่าวัย (Delayed speech) พูดตอบโต้โดยไม่รู้ความหมาย (Echolalia) พูดเป็นประโยคไม่ได้ หรือพูดได้สั้น ๆ บอกความต้องการตัวเองไม่ได้ พูดแต่ภาษาที่ตัวเองเข้าใจ พูดภาษาต่างดาว พูดคุยคนเดียวกับเพื่อนในอุดมคติ พูดแต่เรื่องที่ตัวเองสนใจ พูดไม่ชัด ตีความหมายผิดพลาด ชอบใช้ภาษาที่เป็นทางการและต้องใช้ภาษาตรง ๆ พูดเสียงโมโนโทน (Monotone) เป็นต้น
👉 ด้านอื่นๆ

นอกจากนี้ยังมีด้านอื่น ๆ ที่อาจเป็นปัญหาร่วมได้อีกในออทิสติกบางคน เช่น ด้านประสาทสัมผัส (Sensory Processing Disorder : SPD) โดยจะมีประสาทสัมผัสทั้ง 5 ด้าน ที่ไวหรือช้ากว่าคนปกติ ซึ่งอาจเป็นเพียงแค่ด้านใดด้านหนึ่งก็ได้ คนที่ประสาทสัมผัสช้ากว่าปกติ เช่น ไม่เจ็บปวดเมื่อได้รับบาดเจ็บเท่ากับคนปกติ รับรู้ได้ยินเสียงเบากว่าคนปกติ (ซึ่งการได้ยินต้องเป็นปกติ) หากประสาทสัมผัสไวไป ก็จะทำให้การรับรู้ไวกว่าคนปกติ เช่น เสียงเบา ๆ แต่ได้ยินเสียงดังกว่าคนปกติ ไม่ชอบให้สัมผัสแตะต้องตัว เป็นต้น รวมไปถึงอาจมีปัญหาเกี่ยวกับระบบการทรงตัว การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อมัดใหญ่ จึงส่งผลให้ดู งู่มง่าม ซุ่มซ่าม อวัยวะส่วนต่างๆ ทำงานไม่ค่อยสัมพันธ์กันได้ แต่ทั้งนี้ในด้านอื่นๆ นี้ อาจไม่ได้เกิดขึ้นกับออทิสติกทุกคน แค่ในหลายๆ คนอาจเป็นด้านนี้ร่วมกันกับภาวะออทิสติกได้............................

อย่างไรก็ตาม อาการของออทิสติกจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ถ้าได้รับการช่วยเหลือ กระตุ้น ตั้งแต่แรก ๆ และต่อเนื่อง ก็สามารถดีขึ้นมาก ได้ในระดับที่ละเอียดจนใกล้เคียงคนปกติได้ โดยออทิสติกจะเริ่มแสดงอาการให้เห็นสัญญาณของออทิสติกประมาณก่อนอายุ 3 ปี แต่ในบางกรณีที่เป็นกลุ่มออทิสติกที่เป็น Spectrum น้อยมากๆ อาจเห็นสัญญาณได้ชัดเจนเมื่อตอนเข้าเรียนประถมศึกษา เนื่องมาจากปัญหาทักษะสังคมที่ชัดเจนขึ้น จึงทำให้ไม่เข้าใจกฎเกณฑ์ทางสังคมของโรงเรียน มีปัญหาในเรื่องการสร้างความสัมพันธ์ ทำงานกลุ่มกับเพื่อนได้ อย่างไรก็ตามหากเราพบว่าเด็กคนไหนมีพฤติกรรมแปลกๆ ไม่เหมือนเพื่อนคนอื่น รู้สึกเอะใจว่าเด็กคนนี้แปลกๆ แต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร แนะนำให้รีบพบแพทย์เพื่อประเมินและช่วยเหลือครับ............................

❤️ กลุ่มอาการแอสเพอร์เกอร์ ซินโดรม (Asperger's Syndrome)

ผมขอเรียกสั้นๆ เพื่อความเข้าใจง่ายว่ากลุ่มอาการแอสเพอร์เกอร์ สำหรับกลุ่มอาการแอสเพอร์เกอร์จัดว่าเป็นเด็กพิเศษกลุ่มหนึ่ง ซึ่งอยู่ในคู่มือวินิจฉัยโรคทางจิตเวช DSM-4 (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4; Diagnostic and Statistical Manual of Mental Disorders, 4th Edition) ซึ่งคู่มือนี้ จัดพิมพ์ขึ้นโดยสมาคมจิตแพทย์อเมริกันในปี ค.ศ. 2000 โดยเนี้อหาของ DSM-4 โดยได้แยกกลุ่มอาการ "ความผิดปกติทางพัฒนาการแบบครอบคลุม" (Pervasive Developmental Disorders) ออกเป็น 5 ภาวะ ได้แก่

👉 ภาวะออทิสติก (Autistic Disorder)

👉 กลุ่มอาการแอสเพอร์เกอร์ ซินโดรม (Asperger's Syndrome)

👉 ภาวะซีดีดี (Childhood Disintegrative Disorder)

👉 ภาวะเร๊ตต์ (Rett’s Disorder)

👉 ภาวะพีดีดี-เอ็นโอเอส หรือ พีดีดี-นอส (PDD-NOS หรือ Pervasive Developmental Disorder – Not Otherwise Specified)
ซึ่งความแตกต่างระหว่างออทิสติกกับแอสเพอร์เกอร์นั้นก็คือ ออทิสติกจะมีความผิดปกติ 3 ด้าน ได้แก่ ความบกพร่องด้านการสื่อสาร ความบกพร่องด้านพฤติกรรม และความบกพร่องด้านปฎิสัมพันธ์ทางสังคม ส่วนแอสเพอร์เกอร์นั้นจะมีลักษณะมีความบกพร่องใหญ่ๆ 2 ด้านก็คือ ด้านพฤติกรรม มีพฤติกรรมซ้ำๆ สนใจอะไรแปลกๆ และความบกพร่องด้านปฎิสัมพันธ์ทางสังคม และแอสเพอร์เกอร์แตกต่างจากออทิสติกตรงที่ทักษะการพูดและสื่อสารดี และมีระดับสติปัญญาที่ปกติถึงฉลาดมาก ในขณะที่ออทิสติกอาจมีระดับสติปัญญาที่ต่ำได้
จิตแพทย์ประจำตัวผมเคยอธิบายให้ครอบครัวผมฟังเข้าใจง่ายๆ ว่า

👉 เด็กทั่วๆ ไปเป็นสีขาว

👉 เด็กออทิสติกเป็นสีดำ

👉 เด็กแอสเพอร์เกอร์จะเป็นสีเทา
นั้นหมายความว่าเด็กกลุ่มนี้จะมีภาวะบางอย่างทับซ้อนกับออทิสติก แต่อาจมีอาการทับซ้อนแค่บางส่วน และอาการอาจรุนแรงน้อยกว่าอาการของออทิสติก............................

แต่ในปัจจุบันตามคู่มือวินิจฉัยโรคทางจิตเวช DSM-5 ได้ยกเลิกกลุ่มอาการแอสเพอร์เกอร์ออก และรวมเข้าเป็นกลุ่มอาการ Autism Spectrum Disorder (ASD) เพราะเขาได้มองว่ากลุ่มอาการนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของออทิสติกในลักษณะ On Spectrum จึงอาจกล่าวได้ว่า กลุ่มอาการแอสเพอร์เกอร์ก็คือกลุ่มออทิสติกระดับอาการเล็กน้อย (Mild Autism) ในปัจจุบันนั้นเอง

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.facebook.com/share/p/1cREKeLTkS/............................

❤️ ทำไมออทิสติกถึงคัดกรองตั้งแต่ในครรภ์ไม่ได้เหมือนดาวน์ซินโดรม ?

ออทิสติกนั้นไม่สามารถตรวจคัดกรองได้ตั้งแต่ในครรภ์มารดา นั้นก็เพราะว่าดาวน์ซินโดรมเราทราบแน่ชัดแล้วว่า เกิดมาจากโครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา 1 แท่ง เราจึงสามารถตรวจจับและทำนายได้ว่า เด็กคนนี้จะเป็นเด็กดาวน์ซินโดรม แต่สำหรับออทิสติกนั้นเราทราบเพียงแค่ว่ายีน (Genetic) มีผล แต่ทางวิทยาศาสตร์ตอนนี้ยังไปไม่ถึงเรื่องของการค้นพบว่า “เกิดจากยีนตัวไหน” อย่างชัดเจน นั้นเป็นเพราะว่า เรายังไม่สามารถค้นพบได้ว่า “กลุ่มยีน” ตัวไหนที่ทำให้เกิดออทิสติกอย่างแน่ชัด จึงยังหารูปแบบ (Pattern) ตายตัวไม่ได้ ไม่เหมือนกับ “ดาวน์ซินโดรม” ที่มี Pattern ตายตัวว่าเกิดจากโครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา 1 แท่ง ทำให้จึงนำไปสู่การที่เราสามารถสร้างเครื่องมือในการคัดกรองตั้งแต่ในครรภ์มารดาได้............................

❤️ ข้อมูลเพิ่มเติม

👉 สำหรับจุดประสงค์ของบทความนี้ ที่ผมได้อธิบายเรื่องของกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม (Down syndrome) และกลุ่มอาการออทิสติก (ASD) ว่าแตกต่างกันอย่างไรนั้น ผมอธิบายเพื่อให้รู้จักเกณฑ์ (Criteria) ของทัั้ง 2 ภาวะนี้ว่าแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งจะนำไปสู่การช่วยเหลือเด็กพิเศษทั้ง 2 กลุ่มนี้ได้ถูกต้องและตรงจุดมากขึ้น รวมไปถึงบทความนี้ยังมีจุดประสงค์เพื่อทำให้สังคมเข้าใจข้อมูลของ 2 ภาวะนี้อย่างถูกต้อง เพื่อใช้ในการเข้าใจ และสังเกตสัญญาณความผิดปกติทางพัฒนาการของเด็กได้อย่างถูกต้องครับ
👉 Elon Musk เปิดเผยต่อสาธารณะว่าตัวเขาเป็นกลุ่มอาการแอสเพอร์เกอร์ ซินโดรม (Asperger's Syndrome) ระหว่างการกล่าวเปิดรายการในฐานะพิธีกรรับเชิญของช่อง Saturday Night Live (SNL) เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2021
👉 ขอบคุณภาพประกอบของกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม (Down syndrome) จากมูลนิธิ LuMind IDSC

#ออทิสติก #เรื่องออทิสติกโดยPสุรเชษฐ์ #แอสเพอร์เกอร์ #จิตวิทยา #การสื่อสาร #พัฒนาการเด็ก #เด็กปฐมวัย #เด็กพิเศษ #ทักษะสังคม #ทักษะการใช้ชีวิต #ระบบอาวุโส #เด็กเรียนรู้ช้า #จิตวิทยาพัฒนาการ #จิตวิทยาเด็กและวัยรุ่น #กุมารแพทย์ #การศึกษา #การศึกษาพิเศษ #ครอบครัว #แม่และเด็ก #บกพร่องทางสติปัญญา #สังคมไทย #ผู้พิการ #ดาวน์ซินโดรม #ความรู้สังคมไทย #เลี้ยงลูก

17/08/2026

เราสอนเด็กๆ ให้เด็กๆรู้จักกีฬานี้ ผู้ปกครองสามารถ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้นะครับ คอกม้า เราอยู่ชนบท แต่การเรียนการสอนเหมือนอยู่ ประเทศอเมริกา  กีฬาขี่ม้าสายนี้มันเหนื่อยทั้งร่างกาย และการใช้สมองเพื่อควบคุม ม้า...เราจริงจังมากๆ ขอบคุณที่เห็นคุณค่าเรา ม้าแพงมากสายนี้ หลักล้านขึ้นไป...ม้าเราเป็นม้ากีฬา...ต้นทุนสูงมากขอบคุณที่เข้าใจเราครับ...

14/08/2026

❤️❤️❤️❤️

ที่อยู่

Https://goo. Gl/maps/iM4ds8BJV19sYccQ 6
Amphoe Lap Lae
53210

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00
เสาร์ 08:00 - 18:00
อาทิตย์ 08:00 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+66909924487

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คอกม้า HORSE CING สอนขี่ม้าอุตรดิตถ์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์