ดินเน็ทเวิร์ค - ศูนย์รวมปุ๋ย ดินปลูก และมูลไส้เดือน

ดินเน็ทเวิร์ค - ศูนย์รวมปุ๋ย ดินปลูก และมูลไส้เดือน จำหน่ายปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ ดินปลูก โมลาส มูลไส้เดือนคุณภาพ 🌿 พิเศษ! ชาวไร่อ้อยน้ำตาลพิษณุโลก สามารถใช้สินเชื่อ (เงินเกี้ยว) ได้

บริษัทดินเน็ทเวิร์ค (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทที่นำเศษวัตถุดิบในชุมชน หรืออุตสาหกรรมที่ใกล้เคียง อาทิเช่น ขี้เค้กหม้อกรอง มูลสัตว์ หญ้าเนเปียร์ กาบใบอ้อย ผักตบชวา เปลือกกล้วย ฯลฯ มาตั้งกอง เพื่อให้จุลินทรีย์มีการย่อยสลาย มากกว่า 90 วัน จนได้ผลลัพธ์ออกเป็นวัสดุปรับปรุงดิน คุณภาพระดับปุ๋ยอินทรีย์เข้มข้น สามารถนำไปใช้เป็นดินปลูกได้ ปลูกผักสวนครัว ใช้รองก้นหลุม ใช้เป็นดินเพาะได้ เพราะทำให้อัตราการงอกดีมาก ใช้ผสมดินเพื่อเพิ่มอินทรีย์วัตถุให้กับพืชได้ "ดินดี ปลูกอะไรก็งาม"

20/04/2026

ผักบุ้งจีนอินทรีย์ จากแปลงสู่จาน กรอบ สด ปลอดภัย รับรองความอร่อยค่ะ

18/04/2026

ข้าวโพดหวานราชินีทับทิมสยาม ทานดิบได้ โดยไม่ต้องต้ม หวาน กรอบ อร่อย สีแดงสวยธรรมชาติ หากินยาก ไขมันต่ำ บำรุงสายตา อยากให้ลองนะครับ สนใจสอบถามได้ครับ

04/04/2026

ราคาข้าวโพดหวาน "ราชินีทับทิมสยาม" (Siam Ruby Queen) แบบฝักสดทานได้ทันที

เฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 50-80 บาท (ประมาณ 3-4 ฝัก)

จำหน่ายปลีกฝักละ 20-30 บาท

ได้รับความนิยมเนื่องจากเป็นพันธุ์หวานสีแดงที่ทานสดได้

ความยั่งยืนกลายเป็นความหวังและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของชาวไร่อ้อยได้อย่างไร คอลัมน์ Scoop พาไปดูการเดินทางตลอด 5 ปีของ ‘น้...
11/03/2026

ความยั่งยืนกลายเป็นความหวังและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของชาวไร่อ้อยได้อย่างไร คอลัมน์ Scoop พาไปดูการเดินทางตลอด 5 ปีของ ‘น้ำตาลอ้อยออร์แกนิค Lin’ กับ โชติ-สุโชติ ฉันท์วิภว ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ

ตั้งแต่การปลูกอ้อยโดยไม่ใช้สารเคมี การเก็บเกี่ยวแบบไม่เผา ไปจนถึงการแปรรูปในโรงงานอย่างรัดกุม เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรควบคู่ไปกับแนวคิดที่สะท้อนอยู่ในน้ำตาลอ้อยออร์แกนิค จนทำให้แบรนด์ไม่ได้สื่อสารเรื่องความหวานหรือสุขภาพเป็นหลัก แต่เลือกเล่าเรื่องความโปร่งใสของกระบวนการ

ติดตามได้ที่ https://readthecloud.co/lin-organic-sugar/

#น้ำตาลลิน #น้ำตาลทราย

ความยั่งยืนกลายเป็นความหวังและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของชาวไร่อ้อยได้อย่างไร คอลัมน์ Scoop พาไปดูการเดินทางตลอด 5 ปีของ ‘น้ำตาลอ้อยออร์แกนิค Lin’ กับ โชติ-สุโชติ ฉันท์วิภว ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ

ตั้งแต่การปลูกอ้อยโดยไม่ใช้สารเคมี การเก็บเกี่ยวแบบไม่เผา ไปจนถึงการแปรรูปในโรงงานอย่างรัดกุม เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรควบคู่ไปกับแนวคิดที่สะท้อนอยู่ในน้ำตาลอ้อยออร์แกนิค จนทำให้แบรนด์ไม่ได้สื่อสารเรื่องความหวานหรือสุขภาพเป็นหลัก แต่เลือกเล่าเรื่องความโปร่งใสของกระบวนการ

ติดตามได้ที่ https://readthecloud.com/lin-organic-sugar/

#น้ำตาลลิน #น้ำตาลทราย

เทคนิคปลูกมะนาวให้ลูกดก #เลือกทำเลและเตรียมดินแดดคือหัวใจ: มะนาวต้องได้แดดจัดอย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวัน ถ้าแดดน้อยจะมีแต่...
11/03/2026

เทคนิคปลูกมะนาวให้ลูกดก

#เลือกทำเลและเตรียมดิน
แดดคือหัวใจ: มะนาวต้องได้แดดจัดอย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวัน ถ้าแดดน้อยจะมีแต่ใบ ไม่ค่อยมีดอก
ดินต้องระบายน้ำเก่ง: ใช้ดินร่วนผสมปุ๋ยคอกและแกลบดิบ อย่าให้ดินแน่นจนน้ำขัง เพราะรากมะนาวเน่าง่ายมาก
#เทคนิค "แกล้งมะนาว" (กระตุ้นให้ออกลูก)
เมื่อต้นมะนาวสมบูรณ์ (อายุประมาณ 8 เดือน - 1 ปี) ให้ใช้วิธี งดน้ำ เพื่อฝืนธรรมชาติ:
งดน้ำ: ปล่อยให้ดินแห้งจนใบเริ่มสลด (ประมาณ 7-10 วัน)
อัดน้ำและปุ๋ย: พอมะนาวใกล้จะเหี่ยว ให้รัดน้ำให้ชุ่มทันที พร้อมใส่ปุ๋ยสูตรเร่งดอก (เช่น 8-24-24)
ผลลัพธ์: ต้นจะตกใจและรีบสะสมอาหารเพื่อออกดอกแทนการแตกใบใหม่
#การตัดแต่งกิ่ง
กิ่งน้ำค้าง/กิ่งกระโดง: ตัดกิ่งที่ชี้โด่เด่ออกไปทางยอดสูงๆ ทิ้ง เพราะกิ่งพวกนี้แย่งอาหารแต่ไม่ให้ผล
โปร่งโล่ง: ตัดแต่งให้กลางพุ่มโปร่ง เพื่อให้แสงส่องถึงและลดการสะสมของโรค/แมลง
#การบำรุงตามระยะ
ช่วงบำรุงต้น: ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยสูตรเสมอ (16-16-16) เดือนละครั้ง
ช่วงติดผล: เน้นปุ๋ยที่มีโพแทสเซียมสูงเพื่อให้ผลมีน้ำเยอะ ผิวสวย
#ดินดีปลูกอะไรก็งาม

"ผักเคล (Kale)" มารู้จักราชินีแห่งผัก เจ้าของผักหลากฉายา 🥗👑เชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคนคงคุ้นชื่อของเจ้าผักใบเขี้ยวเขียวอันนี...
10/03/2026

"ผักเคล (Kale)" มารู้จักราชินีแห่งผัก เจ้าของผักหลากฉายา 🥗👑

เชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคนคงคุ้นชื่อของเจ้าผักใบเขี้ยวเขียวอันนี้กันพอสมควร อาจเคยได้ยินฉายาอันหลากหลายของเจ้าของผักชนิดนี้ อย่างเช่น

"ราชินีแห่งผักใบเขียว" (Queen of Greens)
"ผักซูเปอร์ฟู้ด (Superfood)"
"ผักอายุยั่งยืน" (The Longevity Green)

ผักเคล (Brassica oleracea var. acephala) มีต้นกำเนิดมาจาก ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและเอเชียไมเนอร์ (แถบตุรกีและกรีซในปัจจุบัน) ชื่อ "เคล" มาจากภาษากรีกคำว่า "kale" หรือ "kal" ที่หมายถึงกะหล่ำชนิดหนึ่ง

เกริ่นมาขนาดนี้ ใช่แล้ว ! คือ ว่ากันว่า ผักเคล (Kale) เป็นหนึ่งในพืชที่เก่าแก่ที่สุดในตระกูลกะหล่ำ (Brassicaceae) และถือว่าเป็น "บรรพบุรุษของผักใบเขียว" หลายชนิดที่เรารู้จักในปัจจุบัน รวมถึงกะหล่ำปลี กะหล่ำดอก และบร็อคโคลี

จนปัจจุบัน ผักเคลได้รับการยอมรับว่าเป็น "ซูเปอร์ฟู้ด" (Superfood) เนื่องจากคุณค่าทางโภชนาการที่โดดเด่น นักโภชนาการและผู้รักสุขภาพได้นำผักเคลมาสร้างสรรค์เป็นเมนูอร่อย ที่กลบความขมของผักลงไปได้ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ เช่น สมูทตี้ สลัด และเคลชิป นั่นเองคร้าบ (ร่ายมายาวเชียว🥹)

สำหรับผักเคล (Kale) ลักษณะใบหยิก ขรุขระ รสเข้มข้น ออกขมนิด ๆ ใบนุ่มบางกรอบ วิตามิน A วิตามิน C วิตามิน K ไฟเบอร์ สารต้านอนุมูลอิสระ สูงกว่า

แหล่งอ้างอิงเพิ่มเติม
- บทความ Where did Kale come from? จากเว็บ anappleaday
- บทความ All About Kale: The Evolution of This Popular Green จากเว็บ chelseagreen
- บทความ Fascinating facts: kale จากเว็บ RHS
- บทความ Who made that kale ? จากนิตยสาร New York Times
- บทความ The Odyssey of G*i Lan จากเว็บ visiontimes

17/01/2026

การรดน้ำกองปุ๋ยหมัก เพื่อรักษาความชื้นที่เหมาะสมเพื่อให้จุลินทรีย์ทำงานได้ดี

17/01/2026
จุลินทรีย์ในดิน สำคัญกว่าปุ๋ยจริงหรือ? มาหาคำตอบกันหลายแปลงทำงานหนัก ใส่ปุ๋ยไม่เคยขาดทุกฤดู แต่ดินกลับแน่น แข็ง พืชไม่เด...
14/01/2026

จุลินทรีย์ในดิน สำคัญกว่าปุ๋ยจริงหรือ? มาหาคำตอบกัน
หลายแปลงทำงานหนัก ใส่ปุ๋ยไม่เคยขาดทุกฤดู แต่ดินกลับแน่น แข็ง พืชไม่เดิน ต้นทุนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ผลผลิตไม่ได้เพิ่มตามแรงและเงินที่ใส่ลงไป ปัญหานี้ทำให้เกษตรกรจำนวนมากเริ่มตั้งคำถาม บางทีคำถามสำคัญอาจไม่ใช่ว่าฤดูนี้ควรเพิ่มปุ๋ยอะไรดี หรือจะใส่สูตรไหนให้แรงขึ้น แต่อาจเป็นคำถามที่ย้อนกลับไปถึงฐานรากของแปลงว่า ดินของเรายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ เพราะถ้าดินไม่พร้อม ต่อให้ใส่ปุ๋ยมากแค่ไหน พืชก็ใช้ได้ไม่เต็มที่ เรามาหาคำตอบกันครับ ว่าจุลินทรีย์ในดิน สำคัญกว่าปุ๋ยจริงหรือ?
จุลินทรีย์ในดิน หัวใจของดินมีชีวิต
จุลินทรีย์ในดิน ไม่ได้มีหน้าที่แค่ย่อยเศษพืชให้สลายตัวเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เปลี่ยนธาตุอาหารที่อยู่ในดินให้อยู่ในรูปที่พืชดูดใช้ได้จริง ช่วยสร้างโครงสร้างดินให้ร่วนซุย ระบายน้ำและอากาศได้ดี ลดการสะสมของเชื้อโรคในดิน และเสริมความแข็งแรงให้ระบบรากของพืช พูดให้เข้าใจง่าย ปุ๋ยคือวัตถุดิบที่ใส่ลงไปในแปลง แต่จุลินทรีย์คือกลไกสำคัญที่ทำให้พืชสามารถใช้ประโยชน์จากปุ๋ยนั้นได้อย่างเต็มที่
ปุ๋ยยังจำเป็น แต่ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด
ปุ๋ยไม่ได้ผิด และยังจำเป็นต่อการปลูกพืช แต่ถ้าดินขาดจุลินทรีย์ ปุ๋ยที่ใส่ลงไปจะถูกพืชนำไปใช้ได้ไม่เต็มที่ สิ่งที่ตามมาคือเกษตรกรต้องใส่ปุ๋ยมากขึ้นทุกปี ขณะที่ธาตุอาหารจำนวนไม่น้อยสูญเสียไปกับน้ำและอากาศ ดินเสื่อมสภาพเร็วขึ้น โครงสร้างดินแน่น แข็ง และจัดการยาก ดินลักษณะนี้ แม้จะใส่ปุ๋ยต่อเนื่อง ก็ไม่ตอบสนองต่อการบำรุง เพราะเป็นดินที่ขาดระบบช่วยแปรธาตุอาหารให้พืชใช้ได้จริง หรือพูดง่าย ๆ คือดินที่ “กินปุ๋ยไม่เป็น”
ทำไมฟื้นดินก่อน ถึงลดปุ๋ยได้
เมื่อดินเริ่มกลับมามีชีวิต จุลินทรีย์ในดินจะเริ่มทำงานเต็มระบบ ทั้งช่วยตรึงไนโตรเจน ละลายฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมที่สะสมอยู่ในดินให้อยู่ในรูปที่พืชนำไปใช้ได้ รากพืชจึงดูดอาหารได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หลายแปลงที่ดูแลดินอย่างต่อเนื่องพบว่าสามารถลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้ประมาณ 20-50% โดยที่พืชยังแข็งแรง การเจริญเติบโตสม่ำเสมอ และผลผลิตไม่ลดลง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการฟื้นดินจากฐานราก คือกุญแจสำคัญของการลดต้นทุนในระยะยาว
เทคนิคดูแลจุลินทรีย์ในดิน แบบเกษตรกรทำได้
1. เติมอินทรียวัตถุให้ดินสม่ำเสมอ เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก เศษพืชคลุมดิน คืออาหารของจุลินทรีย์
2. ใช้สารเคมีเท่าที่จำเป็น สารที่แรงเกินไป กำจัดศัตรูพืชได้ แต่ก็ทำลายดินไปพร้อมกัน
3. รักษาความชื้นและโครงสร้างดิน ดินแห้งจัด หรือแน่นเกินไป จุลินทรีย์อยู่ไม่ได้
4. มองการฟื้นดินเป็นเรื่องระยะยาว จุลินทรีย์ไม่ใช่ยาเร่ง แต่คือการซ่อมระบบจากฐานราก
ปุ๋ยมีหน้าที่บำรุงพืช ช่วยเติมธาตุอาหารให้การเจริญเติบโตเดินต่อไปได้ แต่จุลินทรีย์คือผู้บำรุงดิน ทำหน้าที่ดูแลระบบทั้งหมดให้ดินทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเมื่อดินแข็งแรง ดินจะเลี้ยงพืชได้ด้วยตัวเองมากขึ้น ดินที่ดีจึงไม่ใช่ต้นทุน แต่คือการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว หากต้องการลดต้นทุนอย่างแท้จริงและยั่งยืน คำตอบอาจไม่ใช่การใส่ปุ๋ยให้หนักขึ้นในทุกฤดู แต่คือการเริ่มต้นดูแล ฟื้นฟู และทำให้ดินกลับมามีชีวิตอีกครั้งตั้งแต่วันนี้
#จุลินทรีย์ในดิน #ดินมีชีวิต #ฟื้นดินก่อนปลูก #ลดต้นทุนการเกษตร #เกษตรยั่งยืน #ความรู้จากแปลงจริง #สาระความรู้คนทำเกษตร #เกษตรกรไทย
……………………………………
ที่มา : เกษตรสัญจร

⚠️ วิธีสังเกตุอาการ พืชขาดธาตุอาหาร ⚠️ใครที่ปลูกพืชแล้วเจอปัญหา ปลูกยังไงก็ไม่โต ใบหงิกงอ ไม่มีผลผลิต สาเหตุอาจจะเกิดจาก...
14/01/2026

⚠️ วิธีสังเกตุอาการ พืชขาดธาตุอาหาร ⚠️
ใครที่ปลูกพืชแล้วเจอปัญหา ปลูกยังไงก็ไม่โต ใบหงิกงอ ไม่มีผลผลิต สาเหตุอาจจะเกิดจากดินหรือพื้นที่ปลูกขาดแร่ธาตุสารอาหารได้ครับ แต่จะรู้ได้ยังไงว่าพืชขาดสารอาหารชนิดไหน เกษตรสัญรมีวิธีสังเกตมาฝากกันครับ
การปลูกพืชผักหากดินหรือบริเวณที่ปลูกไม่มีความอุดมสมบูรณ์ อาจส่งผลให้พืชที่ปลูกไว้ไม่แข็งแรง โตช้า หรือขาดสารอาหารได้ ซึ่งสารอาหารหลักในการเจริญเติบโตของพืช คือ NPK ซึ่ง ประกอบไปด้วยไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม หรือ การที่พืชโตช้า ไม่สมบูรณ์อาจเกิดจากสภาพแวดล้อมที่ผิดปกติได้
✅ วิธีสังเกตอาการพืชขาดสารอาหาร สามารถสังเกตได้จากลักษณะดังต่อไปนี้ครับ
1. พืชขาดไนโตรเจน จะมีอาการใบเหลือง โดยจะเหลืองจากส่วนปลายใบเข้ามา
2. พืชขาดฟอสฟอรัส จะมีอาการแสดงที่ใบแก่หรือใบล่าง โดยใบจะมีสีม่วงแซมสีเขียวอ่อน
3. พืชขาดโพแทสเซียม จะมีอาการที่ขอบใบ โดยใบแก่จะมีสีเหลือง หากเกิดในข้าวจะส่งผลให้ข้าวมีเมล็ดลีบ
4. พืชขาดแมกนีเซียม จะมีอาการใบจุดประสีเหลืองอยู่ทั่วทั้งใบ ขอบใบมีจุดสีน้ำตาลและปลายใบแห้ง
5. พืชขาดสังกะสี จะมีอาการคล้ายราสนิม โดยจะมีจุดสีเหลืองล้อมรอบด้วยจุดสีน้ำตาล และไม่ค่อยมีดอก
6. พืชขาดทองแดง จะมีอาการใบสีเขียวจัดและกลายเป็นสีเหลือง หรือบางชนิดจะมีอาการใบยาวผิดปกติ
7. พืชขาดแมงกานีส ใบของพืชจะไม่สมบูรณ์ โดยใบของพืชจะบาง และมีลำต้นเล็กผิดปกติ
8. พืชขาดธาตุเหล็ก ใบของพืชจะมีขนาดเล็กผิดปกติและมีสีเหลือง
9. พืชขาดแคลเซียม ใบจะอ่อนม้วนงอและมีลักษณะบิดเบี้ยว หรือมีจุดขาวตามยอดใบคล้ายใบด่าง หากมีดอกดอกจะร่วงหล่น
10. พืชขาดโบรอน มักจะเกิดในผักสลัดหรือพืชตระกูลหัว ใบอ่อนของพืชจะไหม้ บิดงอ และหลุดร่วง หรือใบช้ำ ลำต้นแตกและเปราะหัก
การป้องกันพืชขาดสารอาหารเหล่านี้ ก่อนปลูกพืชควรเช็คคุณภาพของดินก่อนปลูกว่าขาดธาตุอาหารชนิดไหนบ้าง ควรหมั่นสังเกตุอาการของพืชเป็นประจำหากพืชแสดงอาการข้างต้นลองเพิ่มธาตุอาหารที่ขาดลงไป
นอกจากนั้นสภาพแวดล้อม เช่น อากาศที่ร้อนหรือเย็นมากเกินไปก็สามารถส่งผลให้พืชที่ปลูกมีอาการผิดปกติได้ ควรสังเกตอาการควบคู่กันและค่อย ๆ แก้ปัญหา จะได้มีพืชที่สมบูรณ์ ให้ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพ
🌍 ข้อมูล : เกษตรสัญจร

ที่อยู่

88 หมู่ 8 ตำบลไผ่ล้อม
Amphoe Bang Krathum
65110

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00
เสาร์ 08:00 - 17:00

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ดินเน็ทเวิร์ค - ศูนย์รวมปุ๋ย ดินปลูก และมูลไส้เดือนผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์