13/02/2026
ขอแชร์วิธีการวางแพลนเส้นทางสำหรับ ski touring + backcountry ที่ Hakuba ไว้อ่านกันเพลินๆ สนุกๆ นะครับ 🏔️ 🇯🇵
📝 — การเตรียมตัวทั่วไปสำหรับ backcountry และ ski touring —
สำหรับคนที่เริ่มต้น touring สิ่งที่ต้องทำอย่างแรกคือเข้าคอร์ส avalanche safety training เรียนรู้วิธีการลดความเสี่ยงในการเล่นสกีแบบ off piste และการรับมือกับเหตุการณ์หิมะถล่ม โดยคอร์ส avalanche สามารถเช็คได้ในแต่ละประเทศ บางประเทศแบ่งออกเป็น 2 เลเวล บางประเทศมีแค่คอร์สเดียว
💡💡💡
> เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม: beacon, shovel, probe เป็นอุปกรณ์พื้นฐาน จะเช่าตามร้าน mountaineering ตามรีสอร์ทก็ได้
> อุปกรณ์ที่ควรมีเพิ่มเติมในกรณีที่ไป backcountry บน slope ที่มี gradient มากกว่า 25 องศาขึ้นไปคือ avy backpack ที่จะช่วยปล่อยถุงลมนิรภัยให้เราลอยไปบนหิมะในกรณีที่เกิดหิมะถล่มในขณะที่เราสกี
> สำหรับ terrain ที่ยากๆ ก็จะมีอุปกรณ์อื่นเพิ่มขึ้นมาคือ เชือก, crampons, ice axe เป็นต้น
> อุปกรณ์อื่นๆ เพิ่มเติมคือ โทรศัพท์ (iPhone จะมีแอพ measure ด้วย), วิทยุสื่อสาร, ที่วัดองศาของสโลป, first aid kit
> รู้วิธีการเลี้ยวตอนเดินขึ้น หรือ kick turn
ในช่วงระหว่าง season พยายามฝึกใช้อุปกรณ์ 3 ทหารเสือของเรา คือ beacon, probe, และ shovel โดยควรเข้าคอร์สเพื่อเพิ่มสกิลการใช้อุปกรณ์ต่างๆ อย่างน้อย season ละ 1 ครั้ง มีหนังสือแนะนำด้วย คือ Staying Alive in Avalanche Terrain ด้วยครับ 📕
📝 — การวานแพลนเส้นทาง touring ทั้งแบบเดินขึ้น ascent และแบบสกีลงมา descent
ปกติการแพลนเส้นทางสำหรับ touring นั้นเรามักจะไม่ไปค้นหาเส้นทางใหม่ (นอกจากระดับ pro หรือ advanced mountaineering guide) เพื่อความปลอดภัยนัก ski touring จะดูเส้นทางจากหนังสือ backcountry guide book ที่เค้ารวบรวมเส้นทาง backcountry ของพื้นที่หรือภูเขาในแถบนั้นๆ เอาไว้ให้แล้ว ซึ่งง่ายต่อการวานแพลนเพิ่มเติม
สำหรับ Backcountry ใน Hakuba มีหลายเส้นทางที่นัก ski touring สามารถไปตามได้ โดยผมลองเช็คข้อมูลจาก 2 เว็บไซต์นี้ครับ
https://snowaction.com.au/five-awesome-hakuba-back-country-ski-options/
https://skidescent.com/goryu-north-ridge-aspect-is-king/
ซึ่งเค้าบอกรายละเอียดคร่าวๆ ว่าเริ่มจากไหน ไปไหน แต่ว่าไม่ได้บอกรายละเอียดครบถ้วน ซึ่งนี่คืองานที่เราจะต้องมาทำต่อเอง คือการวางแพลนเส้นทางและทำความเข้าใจกับสโลปหรือ topographic map ของภูเขาที่เราจะไป touring โดยมี guide book เป็น reference สำหรับเส้นทาง
วิธีการอ่าน topographic map มีรายละเอียดค่อนข้างเยอถ ซึ่งสามารถเรียนได้จากคอร์ส ski touring ครับ คร่าวๆ คือ topo map จะเป็นแผนที่ที่มีเส้นยาวๆ ขดกันเป็นวงซ้อนกัน เรียกว่า contour line ซึ่งแสดงเป็นภาพแบบ top view ของภูเขา ยิ่งเส้น contour หลายเส้นใกล้กันมากเท่าไหร่ แสดงว่าตรงจุดนั้นจะชันมาก และถ้าอยู่ห่างกันก็จะชันน้อยลง โดยแอพสมัยนี้สามารถแสดง shade หรือสีตามความชันได้ด้วย ทำให้เราอ่าน map ได้ง่ายขึ้น
ลองดูวิธีการอ่าน topo map จากเว็บนี้ก็ได้ https://www.rei.com/learn/expert-advice/topo-maps-how-to-use.html
สำหรับการเดินขึ้นหรือ uphill นั้นแนะนำว่าให้ใช้ crampons ใส่กับบูท ส่วนสกีก็ผูกติดกับกระเป๋า หรือจะเดินขึ้นโดยใช้ ski แบบ touring โหมดก็ได้ ซึ่งจะต้องติดแผ่น skin เข้าไปที่ใต้สกี
ในการวางเส้นทางนั้น มีแอพหลักๆ ที่นักสกีสาย backcountry จะนิยมใช้กันคือ
1. CalTopo แนะนำให้ใช้แบบ desktop version
2. Gaia GPS
3. Avenza Maps
ขั้นที่ 1) เริ่มสร้างเส้นทางโดยอ่าน topo ด้วยแอพ CalTopo หรือ Gaia ซึ่งทั้งสองแอพนี้มีข้อดีคือจะแสดง slope shading ที่มีสีที่บอกว่าบริเวณไหนบ้างที่มี gradient เยอะๆ โดยเส้นทางที่เราจะสร้างนั้นก็เอามาจากหนังสือ ski touring หรือเส้นทางที่คนอื่นทำแล้วแชร์ไว้ก็ได้
จริงๆ เราจะสร้างเส้นทางขึ้นมาใหม่ก็ได้ แต่ต้องชำนาญพื้นที่จริงๆ ซึ่งผมเลือกวิธีแรกเพราะสะดวกและปลอดภัยกว่าหาเส้นทางใหม่ครัย โดยเฉพาะเป็นภูเขาที่เราไม่คุ้นเคยด้วยแล้ว ไม่ควรไปเส้นที่เราไม่รู้จัก
ขั้นที่ 2) หลังจากได้ touring route แล้วก็ export ออกมาเป็น QR code แล้วก็ใช้แอพ Avenza สแกนเพื่อเก็บ map ไว้ดูแบบออฟไลน์ได้ แต่ผมแนะนำให้ปริ้นแผนที่ออกมาด้วย จะได้เอาไว้ดูได้กรณีที่โทรศัพท์แบตหมด
ขั้นที่ 3) export map ออกมาเป็น gpx ไฟล์ แล้วก็ import เข้า smart watch เช่น Garmin ซึ่งเอาไว้ใช้ดูตอนเรา navigate ได้ด้วย
😉 ทิปเพิ่มเติมคือ ลองเช็ค Facebook group ของ ski touring ของภูเขาหรือเมืองที่เราจะไปด้วย ซึ่งจะมีคนมาช่วยแนะนำต่างๆ ให้เราด้วย
📝 — เช็ค snow condition และ avalanche danger วันที่เรา touring —
1. เช็ค bulletin หรือประกาศของรีสอร์ท local ของ area ที่เราจะไป touring และ backcountry ski
2. เช็คระดับความเสี่ยงในการเกิด avalanche ตัวอย่างในรูปคือ ผมแวะไปที่ Ski patrol office ของ Hakuba Goryu เพื่อถามเจ้าหน้าที่และขอเบอร์ติดต่อฉุกเฉินไว้ด้วย
3. เช็คอุปกรณ์ โดยเฉพาะ avy backpack และ beacon ว่าเครื่องทำงานได้ดีทั้งในโหมด Send และโหมด Search โดยให้เช็คเครื่องของทุกคนในกลุ่ม
📝 — Ski touring & backcountry ที่ Hakuba Goryu และ 47 —
ช่วงที่ผมไป Hakuba วันแรกๆ นั้นไม่มีหิมะตกมาแล้วประมาณเกือบๆ สัปดาห์ ซึ่ง snowpack น่าจะ stable พอสมควร และวันนั้นอากาศดีมากๆ ฟ้าเปิด แดดออก เลยตัดสินใจกับเพื่อนว่าจะไป touring กัน โดยผมเริ่มหาข้อมูลจากการไปที่ร้านขายอุปกรณ์สำหรับ backcountry ใน Hakuba โดยเฉพาะ ซึ่งเจอกับคุณ Matsumoto เจ้าของร้าน แล้วเค้าก็แนะนำว่าให้ลองไปที่ Hakuba Goryu ซึ่งสามารถ backcountry ฝั่งที่เป็น North ridge ขึ้นไปได้ แล้วก็สกีลงมาอ้อมไปอีกฝั่งไปสุดที่ Hakuba 47 (เป็นรีสอร์ทที่อยู่ติดต่อ Hakuba Goryu)
ในช่วงเช้าเข้าไปติดต่อที่ Ski patrol เพื่อถามเกี่ยวกับบริเวณที่ห้ามเข้าแล้วก็ความเสี่ยง avalanche ซึ่งในระดับด้านบนภูเขามีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ คือเลเวล 2 (ถ้าตั้งแต่เลเวล 3 ขึ้นไป จะต้องทำ snowpack test ก่อน) ซึ่งก็สามารถ touring แล้วก็สกีลงมาได้เลย ไม่ต้องเช็คอะไรเยอะมาก และดูจากสภาพภูมิประเทศแล้วพื้นที่หน้าตัดของภูเขาฝั่งที่เราไป backcountry นั้นก็ไม่ได้มีแนวโน้มที่เอื้อให้เปิด avalanche มากนัก
ขึ้นลิฟต์ตัวยาวสุดจาก Toomi Station ไปด้านบน และสกีลงมานิดนึงไปเพื่อ chairlift ที่ชื่อว่า “Alps 4th chair lift” ซึ่งด้านบนจะเป็นพื้นที่สุดเขตของรีสอร์ท มีป้ายเตือนว่า หลังจากเลยป้ายนี้ไปถือว่าออกนอกเขตรีสอร์ท เป็น backcountry gate นักสกีต้องรับผิดชอบตัวเอง และถ้าหากเกิดเหตุอะไรขึ้นมา จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการให้เจ้าหน้าที่ไปช่วยเหลือด้วย (แพงมากๆ คิดเป็นเรทต่อ เจ้าหน้าที่ ต่อ ชั่วโมง)
ผมเริ่มเดิน touring กันประมาณ 10.30 น. แล้วก็กว่าจะถึงด้านบนก็ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง นิดๆ ไม่ได้ไกลมาก วันนั้นมีคนมา ski touring เยอะมากๆ โดยในช่วงเริ่มต้นนั้นค่อนข้างชิล เพราะทุกคนก็เดินตามกันไปเรื่อยๆ แต่พอเดินไปสักพัก แต่ละกลุ่มก็เริ่มแยกย้ายไปตามเส้นทางของตัวเอง มีทั้งแบบที่จ้างไกด์มาเอง แล้วก็แบบที่ไม่ได้จ้างมาแบบพวกซึ่งตรงนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเราเองแล้วว่าจะเลือกไปต่อไกลแค่ไหน และจะสกีลงมาจากจุดไหน นี่คือความท้าทายอย่างมาก เพราะเราจะต้องตัดสินใจเอง เขาถึงมีคำพูดที่ว่า “Know before you go”
📝 — ได้เวลาสกีลงมา + เหตุการณ์ไม่คาดคิด —
หลังจากเก็บ skin และเปลี่ยนสกีเป็น downhill โหมดแล้เราก็สกีลงมาเรื่อยๆ โดยตัดสโลปไป เพราะเราเห็น track ของนักสกีที่เล่นลงมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่พอมาถึงจุดนึง คือผมกับเพื่อนตัดสินใจผิดพลาด ที่ไม่ได้เช็ค map ให้ดีก่อนที่จะสกีลงไป ก็คือมี section ที่เราไม่รู้ว่ามันคือหน้าผาหินที่มันมีทางบังคับแคบๆ อยู่ ซึ่งจริงๆ แล้วเราจะต้องไม่สกีผ่านลงไปทางนี้ แต่ว่าเรารีบสกีกันลงมา เลยไม่ได้เช็ค ทำให้พอสกีมาทางนี้แล้วจะกลับขึ้นไปเพื่ออ้อมข้ามไปก็ไม่ทันแล้ว ทำให้เราจำใจต้องสกีข้ามผ่านช่องแคบตรงนี้ไปให้ได้ และตรงนี้ไม่มี track นั่นคือไม่มีคนสกีลงมาทางนี้เลยแม้แต่คนเดียว สิ่งที่เราทำคือจะต้องๆ สไลด์ตัวไปด้านหน้าและด้านหลังลงไปเรื่อยๆ แต่โชคร้ายคือ มันมีต้นไม้มาขวางทำให้เราสกีลงไปไม่ได้ และเรากำลังยืนอยู่บนโขดหินขนาดใหญ่ ที่ด้านล่างมันมีหิมะอยู่เยอะมากๆ ถ้าหากว่าเราสกีโดยกระโดดลงไปตรงๆ เลย ไม่รู้ว่าด้านล่างมันมีหิมะหนาแค่ไหนและมันใช่หน้าผาหรือเปล่า เลยทำให้เราต้องตัดสินใจถอดสกีออก และโดยสกีลงไปก่อน ซึ่งนี่คือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำเลย เป็นอันขาด แต่ในตอนนั้นเราไม่มีทางเลือก เพราะเราไม่ได้เอาเชือกมาเพื่อโดยตัวลงไป กว่าจะผ่านตรงจุดนั้นมาได้ ใช้เวลาไปประมาณเกือบครึ่งชั่วโมง! ทั้งๆ ที่ระยะทางสั้นๆแค่ 20 เมตร แต่ชันมากๆ น่าจะชันประมาณ 60 องศา 😵💫
พอผ่านจุดนั้นมาได้แล้วถือว่าเราโชคดีมากๆ ทั้งๆ ที่คิดว่าเตรียมตัวมาดีแล้ว แต่เพราะความชะล่าใจและสกีลงมาเพลินกันไปหน่อยจนลืมเช็คให้มั่นใจทำให้เลี้ยวผิดจนต้องมาติดอยู่ตรงจุดที่อันตรายแบบนี้ แล้วหลังจากจุดนั้นก็สกีลงมาเรื่อยๆ แต่ก็ต้องคอยระวังเพราะว่าเราจะต้องสกีตามไหล่เขาไปเรื่อยๆ ขนานไปกับแม่น้ำ แล้วก็ต้องถอดสกีออก เดินข้ามแม่น้ำผ่านฝายกั้นน้ำและสกีต่อไปเรื่อยๆ อีกประมาณ 2 กิโลเมตรก็ไปถึงที่ลานจอดรถของอีกรีสอร์ทก็คือ Hakuba 47 ครับ
📝 — สรุป —
การ ski touring ที่ Hakuba Goryu ถือว่าสนุปมากๆ วิวสวย โดยเฉพาะ Japan Alps หิมะดีมากๆ นุ่มสุดๆ แต่ก็ต้องระวังมากเป็นพิเศษเพราะด้วยความที่หิมะมันตกเยอะมากๆ ทำให้มีหลายจุดที่มันอาจจะมีหิมะหนาและลึกมากกว่า 2 เมตร ถ้าหากสกีไปตรงจุดที่หิมะมันลึกมากๆก็อาจจะจมลงไปได้ ดังนั้นต้องสกีด้วยความระมัดระวัง สำหรับคนที่ไม่รู้เส้นทางหรือไม่ชำนาญ ควรจะต้องไปกันกับเพื่อนหลายๆ คนช่วยกันดู สกีลงไปทีละคน ห้ามสกีพร้อมกันหลายคน ถ้าให้ดี ควรจะต้องมีคนชำนาญเส้นทางหรือไกด์ท้องถิ่น (local guide) ไปด้วยครับ
📝 — ทิปเล็กน้อยที่น่าจะมีประโยชน์ —
1. พกอุปกรณ์ส่วนตัว เช่น แว่นตากันแดด, ครีมกันแดด, น้ำ, ขนมที่ให้พลังงาน และข้าวกลางวันไปด้วย
2. พกถุงมือ 2 คู่ คู่นึงบางๆ สำหรับใช้ตอนเดินขึ้น ส่วสอีกคู่คือถุงมือสกีปกติ, ผ้าโพกหัวสำหรับกันแดด, และใส่หมวกกันน๊อคด้ววตอนที่สกีลงมา
3. เตรียมแจ็คเก็ตบางๆ ที่ให้ความอบอุ่นไปด้วย
หวังว่าจะมีประโยชน์และขอให้เพื่อนๆ ที่ไป touring ที่ Hakuba Goryu สนุกกันมากๆ และปลอดภัยกันทุกคนนะครับ 🙂
ภาพสุดท้ายมีความตลกคือ ผมไปขอเบอร์ฉุกเฉินกับ ski patrol แล้วเขายื่นกระดาษมาให้ เขียนว่า Hakuba Taxi ซะตัวใหญ่เลย แต่เบอร์ emergency เขียนไว้ซะตัวเล็ก 555 😂
———
Disclaimer: 🚨
1. โพสต์นี้เป็นแค่การแชร์วิธีของผมเอง ไม่ได้เป็นการสอนที่สามารถทดแทนคอร์ส avalanche safety training ได้ครับ
2. ผมกับเพื่อนแพลนเส้นทางกันเอง ไม่ได้จ้าง guide แต่แนะนำว่าถ้าหากมี guide นำก็จะดีที่สุด เพื่อความปลอดภัยแล้วก็ไม่ต้องเตรียมตัวในเรื่องการวางเส้นทางมาก
3. ก่อนไป backcountry ควรจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับ avalanche safety แบบเบื้องต้นมาก่อน และต้องมีอุปกรณ์พื้นฐาน 3 อย่าง: beacon, shovel, และ probe
#สกี #เล่นสกี #สกีในญี่ปุ่น #ฮาคุบะ