31/08/2026
วันนี้ เมื่อ 25 ปีที่ผ่านมา, ซานเดอร์ เวสเตอร์เฟลด์ จากมือหนึ่งผู้คว้า 5 แชมป์ สู่คนที่ถูกถีบออกจากทีมในวันเดียว !
หากอนุมานว่า ถ้า อลิสซอน เบ็คเกอร์ ทำพลาดจนเสียประตูในเกมถัดไป แล้ว อันโดนี่ อิราโอล่า ตัดสินใจดร็อปเขา ก่อนเซ็นผู้รักษาประตูเข้ามาทีเดียวสองคนเพื่อแทนที่ ?
มันคือเรื่องที่ฟังดูแทบจะเป็นไปไม่ได้
อลิสซอน คือหนึ่งในผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดของโลก และเป็นหนึ่งในการเซ็นสัญญาที่ประสบความสำเร็จที่สุดของลิเวอร์พูลนับตั้งแต่พรีเมียร์ลีกถือกำเนิดขึ้น แต่เมื่อ 25 ปีก่อน ลิเวอร์พูลเคยทำเรื่องที่ใกล้เคียงกันนี้มาแล้ว และคนที่ต้องรับชะตากรรมคือ ซานเดอร์ เวสเตอร์เฟลด์
ย้อนกลับไปปี 1999 ลิเวอร์พูลภายใต้การคุมทีมของ เชราร์ อุลลิเยร์ ทำลายสถิติค่าตัวผู้รักษาประตูในอังกฤษด้วยการจ่าย 4 ล้านปอนด์คว้าตัวนายทวารชาวดัตช์มาจากวิเทสส์ อาร์เน็ม
ตัวเลขนั้นอาจดูเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ 65 ล้านปอนด์ที่ลิเวอร์พูลจ่ายให้โรม่า เพื่อคว้าตัว อลิสซอน ในปี 2018 แต่ในเวลานั้น 4 ล้านปอนด์คือสถิติ
เวสเตอร์เฟลด์ เป็นหนึ่งในเจ็ดนักเตะที่ อุลลิเยร์ ดึงเข้ามาในช่วงซัมเมอร์ ซึ่งใช้งบประมาณรวมราว 30 ล้านปอนด์เพื่อสร้างทีมขึ้นมาใหม่ และเขาก็ได้รับตำแหน่งมือหนึ่งทันที
แต่ความจริงคือ ลิเวอร์พูลไม่ได้ต้องการ เวสเตอร์เฟลด์ เป็นตัวเลือกแรก เพราะแท้จริงแล้ว เป้าหมายแรกของพวกเขาคือ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ซาร์
ฟาน เดอร์ซาร์ เล่าให้ FourFourTwo ฟังว่า :
"ตอนที่ผมออกจากอาแจ็กซ์ในปี 1999 ผมเดินทางไปลิเวอร์พูล และคุยกับ อุลลิเยร์ ผมได้ชมสนามแอนฟิลด์ รวมถึงพบประธานสโมสร และนักเตะอีกสองสามคน ผมคิดอยู่พักหนึ่ง แต่เมื่อยูเวนตุสเข้ามา ผมรู้สึกว่าการไปเล่นที่อิตาลีน่าจะเป็นความท้าทายที่ใหญ่กว่า"
ฟาน เดอร์ซาร์ เลือกย้ายไปที่ยูเวนตุสด้วยค่าตัว 5 ล้านปอนด์ นั่นทำให้ลิเวอร์พูลหันไปหา เวสเตอร์เฟลด์ แทน และเรื่องราวนั้นเริ่มต้นจากเกมหนึ่งที่เขาไม่ได้ตั้งใจให้เป็นการออดิชันเสียด้วยซ้ำ
ซานเดอร์ เวสเตอร์เฟลด์ ย้อนเล่าว่า : "เอ็ดวิน มีส่วนกับการย้ายทีมของผมจริงๆ ลิเวอร์พูลมีรายชื่อผู้รักษาประตูอยู่หลายคนเพื่อแทนที่ เดวิด เจมส์ ในปี 1999 และ เอ็ดวิน คือเป้าหมายอันดับหนึ่ง"
"พวกเขาเดินทางไปอัมสเตอร์ดัมเพื่อดูเขาเล่นให้อาแจ็กซ์เจอกับทีมของผม(วิเทสส์) เราชนะ 1-0 และผมเล่นได้ดี"
เมื่อ ฟาน เดอร์ซาร์ เลือกยูเวนตุส อุลลิเยร์ จึงเดินทางมาหา เวสเตอร์เฟลด์ ถึงอพาร์ตเมนต์ในเมืองอาร์เน็ม
เวสเตอร์เฟลด์ เล่าต่อไปว่า : "ผมแทบไม่ต้องคิดอะไร ผมตอบตกลงทันที ผมเป็นแฟนลิเวอร์พูลมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว และเราเซ็นสัญญากันที่สนามบินในอัมสเตอร์ดัม"
"เช้าวันรุ่งขึ้น ผมเดินทางไปบราซิลกับทีมชาติเนเธอร์แลนด์ และได้ประเดิมสนามให้ทีมชาติพบกับบราซิล มันเป็นสัปดาห์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับผม"
ฟาน เดอร์ซาร์ ยังแซวเพื่อนร่วมทีมชาติว่าเขาควรขอบคุณตัวเองเสียด้วยซ้ำที่ทำให้ เวสเตอร์เฟลด์ ได้ย้ายไปลิเวอร์พูล
สองปีต่อมา ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ 5 รายการ ขณะที่ ฟาน เดอร์ซาร์ ยังไม่ได้แชมป์อะไรกับยูเวนตุส ก่อนจะย้ายไปฟูแล่ม เวสเตอร์เฟลด์ จึงย้อนถามเพื่อนว่า : "ไม่เสียใจใช่ไหม เอ็ดวิน?"
ตอนนั้นไม่มีใครคิดว่าลิเวอร์พูลจะต้องเสียใจที่เลือก เวสเตอร์เฟลด์ เช่นกัน, อย่างน้อยก็ในช่วงแรก
เวสเตอร์เฟลด์ เข้ามาอยู่หลังแนวรับชุดใหม่ที่มี ซามี ฮูเปีย และ สเตฟาน อองโชซ์ เป็นคู่เซ็นเตอร์ ฤดูกาล 1999/00 เขาลงเล่นในพรีเมียร์ลีก 36 นัด เก็บคลีนชีตได้ 14 เกม มีเพียงเอ็ด เดอฮุย ของเชลซีที่ทำได้มากกว่า
เขาพลาดการได้ลงสนามครบทุกนัดเพราะใบแดงในเกมเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้เมื่อเดือนกันยายน 1999 เกมนั้นเขามีเรื่องกับ ฟรานซิส เจฟเฟอร์ส ถึงขั้นถูกไล่ออกจากสนามทั้งคู่
เวสเตอร์เฟลด์ เล่าว่า : "มันเป็นเกมที่น่าหงุดหงิด เราตามหลัง 0-1 ก่อนหน้านั้นผมมีปากเสียงกับ เจฟเฟอร์ส ไปแล้ว ผมเรียกเขาว่า 'เยอรมัน' ! หลังจากที่เขาล้มง่ายเกินไป ครึ่งหลังเราก็ทะเลาะกัน จนสุดท้ายโดนใบแดงทั้งคู่"
วันรุ่งขึ้น เวสเตอร์เฟลด์ ยังต้องเข้าพบ อุลลิเยร์ เขาคิดว่าคงโดนตำหนิแน่ๆ แต่กลับไม่ใช่ :
"วันรุ่งขึ้น อุลลิเยร์ เรียกผมไปที่ห้องทำงาน ผมคิดในใจว่า 'เอาล่ะ มาแล้วสินะ' ! แต่ อุลลิเยร์ บอกกับผมว่า 'แน่นอนว่าผมไม่ชอบเห็นนักเตะโดนใบแดง แต่คุณแสดงให้เห็นถึงบุคลิก คุณต้องรักษาสิ่งนี้เอาไว้ คุณแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น และความต้องการเอาชนะ เราเห็นได้เลยว่าดาร์บี้แมตช์มีความหมายกับคุณแค่ไหน และผมต้องการนักเตะแบบนี้' จากบทสนทนากับผู้จัดการทีมในครั้งนั้น มันทำให้ผมเดินออกจากห้องด้วยรอยยิ้มเลยล่ะ" เวสเตอร์เฟลด์ กล่าว
ลิเวอร์พูลจบฤดูกาลด้วยการเสียเพียง 30 ประตู น้อยที่สุดในพรีเมียร์ลีก แต่ผลงานช่วงท้ายฤดูกาลทำให้พวกเขาพลาดตั๋วแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาลต่อมาจึงกลายเป็นปีที่ทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง
ลิเวอร์พูลคว้า ลีก คัพ, เอฟเอ คัพ และยูฟ่า คัพ ในฤดูกาลเดียว พร้อมคว้าสิทธิ์กลับไปเล่นแชมเปียนส์ลีก เวสเตอร์เฟลด์ ลงสนาม 61 จาก 63 เกมในฤดูกาลนั้น
ในนัดชิงลีก คัพ เขากลายเป็นฮีโร่ด้วยการเซฟจุดโทษของ แอนดี้ จอห์นสัน ในช่วงดวลจุดโทษ ช่วยให้ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ เขาเล่าว่า :
"การได้เป็นผู้รักษาประตูที่โดดเด่นในช่วงดวลจุดโทษเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม ผมจำได้ว่า แอนดี้ จอห์นสัน ประหม่ามากก่อนยิงลูกสำคัญ ผมรู้ว่าเขาชอบยิงไปมุมไหน และเขาก็ยิงไปทางนั้นจริงๆ หลังเซฟได้ ผมบ้าไปเลย"
ปีนั้นลิเวอร์พูลคว้า 5 แชมป์ แต่ในขณะที่ทีมกำลังเดินหน้าเต็มที่ อนาคตของเขา กลับเริ่มสั่นคลอน ! เมื่อข่าวลือเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ อุลลิเยร์ เริ่มหมดความอดทนกับ เวสเตอร์เฟลด์ ความผิดพลาดเริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น
หนึ่งในนั้นคือเกมที่ลิเวอร์พูลพบเชลซีที่เขาชกบอลเข้าประตูตัวเอง อีกเกมคือรอบชิงยูฟ่า คัพ ที่ลิเวอร์พูลเอาชนะอลาเบส 5-4
ข่าวเรื่องการคว้าตัว เจอร์ซี ดูเด็ค และ คริส เคิร์กแลนด์ เริ่มดังขึ้น ! ลิเวอร์พูลเชื่อมโยงกับ เคิร์กแลนด์ มาตั้งแต่เดือนมกราคม 2001 ด้วยซ้ำ
เวสเตอร์เฟลด์ จึงออกมาพูดถึงสถานการณ์นั้นว่า : "ผมได้รับการยืนยันจาก อุลลิเยร์ ว่าลิเวอร์พูลยังไม่ได้ยื่นข้อเสนอให้ คริส เคิร์กแลนด์ ผมเชื่อในสิ่งที่ผู้จัดการทีมบอก และดีใจที่ได้ยินแบบนั้น"
"ตราบใดที่เราไม่ได้ซื้อ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ซาร์ หรือ ปีเตอร์ ชไมเคิล ผมก็ไม่กังวล เพราะผมไม่สนใจว่าใครจะนั่งเป็นตัวสำรอง ผมมั่นใจในตัวเองมาก และจะไม่ยอมให้ใครแย่งตำแหน่งของผมไปตราบเท่าที่ผมยังมีสัญญากับลิเวอร์พูล"
คำพูดนั้นสะท้อนความมั่นใจของเขา แต่ก็สะท้อนอีกด้านหนึ่งเช่นกัน, เวสเตอร์เฟลด์ กำลังรู้สึกว่าตัวเองต้องต่อสู้กับเสียงวิจารณ์อยู่ตลอดเวลา เขาเคยยอมรับในปี 2000 ว่ามุกตลกเกี่ยวกับความผิดพลาดของตัวเองเริ่มส่งผลต่อสภาพจิตใจ :
"บางคนคิดว่าการล้อผู้รักษาประตูเป็นเรื่องสนุก แต่ผมเริ่มเบื่อแล้ว ถ้ามีใครทำแก้วเบียร์ตกอยู่ห่างจากผมสองเมตร คุณพนันได้เลยว่าจะมีคนฉลาดๆ สักคนถามว่า 'ใช่ เวสเตอร์เฟลด์หรือเปล่า?' แม้แต่บุรุษไปรษณีย์ยังเอาด้วย 'ระวังอย่าทำจดหมายหล่นนะ' เขาพูดแบบนั้นกับผมเลย ผมไม่ชอบคำพูดพวกนี้ และมันไม่ได้ช่วยในเรื่องของความมั่นใจเลย"
บางคนถึงขั้นบอกเขาว่าโชคดีที่มี ฮูเปีย กับ อองโชซ์ ยืนอยู่ข้างหน้า : "ทัศนคติแบบนั้นมันงี่เง่ามาก อีกคนบอกว่าเขาเป็นแฟนลิเวอร์พูลมาหลายปี แล้วถามผมว่าผมรู้จริงหรือเปล่าว่าการเป็นนักเตะลิเวอร์พูลหมายความว่าอย่างไร"
"ผมว่ามันเหลือเชื่อ และเป็นคำพูดที่ดูถูกกันมาก ผมไม่เคยมีปัญหากับคำวิจารณ์ ถ้ามันเป็นคำวิจารณ์ที่สมเหตุสมผล"
ฤดูกาล 2001/02 เริ่มต้นโดยไม่มี เวสเตอร์เฟลด์ ในเกมคัดเลือกแชมเปียนส์ลีกกับฮาก้า และเกมพรีเมียร์ลีกนัดเปิดฤดูกาลกับเวสต์แฮม เขากลับมาเป็นตัวจริงในเกมคอมมูนิตี้ ชิลด์ และยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ซึ่งลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ได้ทั้งสองรายการ
จากนั้นเขาได้ลงเล่นพรีเมียร์ลีกนัดแรกของฤดูกาลที่พบโบลตัน และเกิดความผิดพลาด ! ลูกยิงไกลของ ดีน โฮลด์สเวิร์ธ ไหลลอดตัวเขาเข้าไปในช่วงท้ายเกม และลิเวอร์พูลแพ้ 1-2
แม้ อุลลิเยร์ จะออกมาบอกกับทีมว่าอย่าโทษ เวสเตอร์เฟลด์ แต่ขณะเดียวกัน ลิเวอร์พูลก็กำลังหาผู้รักษาประตูคนใหม่
แล้ววันที่ 31 สิงหาคม 2001 ก็มาถึง.. มันเป็นวันสุดท้ายของตลาดซื้อขาย และลิเวอร์พูลเซ็นสัญญากับ เจอร์ซี ดูเด็ค จากนั้นยังเซ็น คริส เคิร์กแลนด์ เพิ่มอีกคน เป็นสองคน ในวันเดียวกัน
เชราร์ อุลลิเยร์ กล่าวว่า : "เป้าหมายของเราคือการเสริมความแข็งแกร่งให้ทุกตำแหน่ง การได้ผู้รักษาประตูดาวรุ่งที่มีอนาคตอย่าง เคิร์กแลนด์ รวมถึงผู้รักษาประตูทีมชาติที่มีประสบการณ์อย่าง ดูเด็ค จะช่วยยกระดับทีมของเราอย่างมาก"
สำหรับ เวสเตอร์เฟลด์ นั่นไม่ใช่การเสริมทีม แต่มันคือการตัดสินชะตาของเขา และที่เลวร้ายที่สุดคือ เขาไม่ได้รู้ตัวมาก่อนว่าจะเกิดอะไรขึ้น : "ผมโกรธมากจนคิดจะเลิกเล่นฟุตบอล"
เวสเตอร์เฟลด์ กำลังรับใช้ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ตอนที่ข่าวการย้ายทีมของ ดูเด็ค และ เคิร์กแลนด์ มาถึง เขาแทบไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน :
"ผมเสียใจ และโกรธมาก อุลลิเยร์ เคยสัญญาว่าผมจะเป็นมือหนึ่ง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมต้องการคุยกับผู้จัดการทีมก่อนเกมนัดต่อไป ถ้าคุณซื้อใครสักคนด้วยเงินจำนวนมาก คุณคงไม่คิดว่าเขาจะนั่งเป็นตัวสำรองหรอก"
เขาพยายามสงบสติอารมณ์ และรอคำตอบ เพราะเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านั้น อุลลิเยร์ ยังบอกเขาว่าเขาคือมือหนึ่ง เวสเตอร์เฟลด์ ถึงขั้นโทรศัพท์ไปปรึกษา ฟาน เดอร์ซาร์
เวสเตอร์เฟลด์ กล่าวต่อไปว่า : "ตามคำพูดของ อุลลิเยร์ ผมเปิดเผยความลับในห้องแต่งตัว และเขาบอกว่าผมพูดมากเกินไป แต่ผมพูดถึงสโมสรในแง่ดีมาตลอด และไม่เคยเปิดเผยความลับอะไรเลย"
เมื่อกลับจากภารกิจทีมชาติ เขาเดินเข้าไปคุยกับ อุลลิเยร์ แล้วได้รับคำตอบที่เลวร้ายที่สุดกลับมาว่า :
"เขาบอกผมว่าผมคือผู้รักษาประตูอันดับสามของทีม เขาบอกว่าผมยังสามารถซ้อมกับทีมชุดใหญ่ได้ แต่วันเสาร์ผมจะต้องนั่งบนอัฒจันทร์ ผมโกรธมาก เรามีความคิดเห็นต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะกลับไปคุยกันอีกแล้ว ตั้งแต่นี้ไป ผมจะหาสโมสรใหม่ ผมไม่มีเหตุผลที่จะอยู่ลิเวอร์พูลต่อ ตราบใดที่ อุลลิเยร์ ยังเป็นผู้จัดการทีม"
และนั่นคือจุดจบของเขาที่แอนฟิลด์ เขาไม่เคยลงเล่นให้ลิเวอร์พูลอีกเลย, หลายปีต่อมา เวสเตอร์เฟลด์ ย้อนเล่าเหตุการณ์นั้นให้ FourFourTwo ฟังว่า :
"ผมไม่อยากเชื่อเลย ผมบอกเขาว่าผมลงเล่นให้ลิเวอร์พูลมากกว่า 100 เกม และคว้า 5 แชมป์ในหนึ่งปี เขาบอกว่าเขาต้องการผู้รักษาประตูที่ไม่ทำพลาด ผมจึงตอบกลับเขาไปว่า 'คุณจะไม่พบผู้รักษาประตูแบบนั้นหรอก ฟังนะ คุณจะไม่พบผู้รักษาประตูที่ไม่เคยทำพลาด"
ประโยคสั้นๆ แต่บอกทุกอย่าง เพราะผู้รักษาประตูไม่มีทางไม่พลาด คำถามจึงไม่ใช่ว่าเขาจะพลาดหรือไม่ แต่คือหลังจากพลาดแล้ว สโมสรจะมองเขาอย่างไร สำหรับ เวสเตอร์เฟลด์ ลิเวอร์พูลเลือกมองเขาเป็นอดีต
"ผมรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ถึงวันนี้ก็ยังไม่เข้าใจ" เวสเตอร์เฟลด์ให้สัมภาษณ์กับ Planet Football
"ตั้งแต่วันแรก อุลลิเยร์ บอกผม และบอกสื่อว่าผู้รักษาประตูต้องใช้เวลาปรับตัวกับฟุตบอลอังกฤษ ผมโดนวิจารณ์เหมือนผู้รักษาประตูทุกคน เพราะตำแหน่งนี้ต้องเจอแรงกดดันมหาศาล โดยเฉพาะเมื่อเล่นให้ลิเวอร์พูล ผมไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองรับแรงกดดันไม่ไหว แต่ผมได้ยินเสียงวิจารณ์เหล่านั้น"
เขามองว่าตัวเองกำลังพัฒนาขึ้นด้วยซ้ำ, ปีแรก ลิเวอร์พูลมีแนวรับดีที่สุดในพรีเมียร์ลีก ปีที่สอง พวกเขาคว้าแชมป์สามถ้วย แต่ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวกลับเปลี่ยนสถานะของเขา :
"ผมทำพลาดหนึ่งครั้ง จากนั้นเดินทางไปเล่นให้ทีมชาติ และลิเวอร์พูลซื้อผู้รักษาประตูเข้ามาสองคนแทนที่จะเป็นหนึ่ง มันเป็นเรื่องหนักสำหรับผมมาก ถ้าพวกเขาซื้อมาแค่คนเดียว ต่อให้เป็น ดูเด็ค ผมก็ยังสู้เพื่อตำแหน่งของตัวเองได้
แต่เมื่อมีสองคนเข้ามา เรื่องก็จบลง พวกเขาไม่แม้แต่จะพาผมไปมีส่วนร่วมในเกมแชมเปียนส์ลีกนอกบ้านในฐานะผู้รักษาประตูอันดับสาม ตอนนั้นคุณรู้ทันทีว่าตัวเองคือมือสี่ มันเป็นฝันร้าย ไม่มีอะไรให้ผมทำต่อเลย ไม่มีโอกาสกลับมาอีก พวกเขาทำให้มันชัดเจนมาก ผมคิดว่ามันโหดร้าย แต่คุณจะทำอะไรได้ล่ะ ? ฟุตบอลก็เป็นแบบนี้"
เวสเตอร์เฟลด์ ย้ายออกจากลิเวอร์พูล ในเดือนธันวาคม 2001 โดยเซ็นสัญญากับรีล โซเซียดาด ด้วยค่าตัว 3.4 ล้านปอนด์
แต่ก่อนหน้านั้น เขาเคยคิดจริงจังถึงการแขวนถุงมือ : "ช่วงเวลานั้นมืดมนที่สุดในอาชีพของผม ตลาดซื้อขายเพิ่งปิด และผมต้องนั่งดูเกมในบ้านจากอัฒจันทร์ แถมไม่ได้เดินทางไปเล่นแชมเปียนส์ลีกด้วย"
หลายปีต่อมา เขาจึงได้รู้เหตุผลว่าทำไมลิเวอร์พูลถึงเซ็นผู้รักษาประตูสองคนในวันเดียว เดิมทีสโมสรต้องการเพียง ดูเด็ค แต่เกิดปัญหาขึ้นระหว่างการตรวจร่างกาย ลิเวอร์พูลจึงต้องการยกเลิกการย้ายทีม
ทว่าเฟเยนูร์ดยืนยันให้ดีลเดินหน้าต่อ ลิเวอร์พูลจึงหันไปคว้า เคิร์กแลนด์ จากโคเวนทรีด้วย แต่สำหรับ เวสเตอร์เฟลด์ เหตุผลนั้นไม่ได้ทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นสมเหตุสมผลขึ้นเลย :
"ผมยังไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่ให้ผมสู้เพื่อตำแหน่ง แทนที่จะทำแบบนั้น อุลลิเยร์ กลับถีบผมออกไปอย่างไร้ความปรานี ผมถึงขั้นคิดจะเลิกเล่นฟุตบอลด้วยซ้ำ"
จากความแค้น สู่การให้อภัย, เวลาผ่านไปหลายปี ความรู้สึกของ เวสเตอร์เฟลด์ ที่มีต่อ อุลลิเยร์ ค่อยๆเปลี่ยนไป ทั้งสองคนกลับมาเจอกันอีกครั้งในเกมการกุศลของทีมตำนานลิเวอร์พูล อุลลิเยร์ เดินเข้ามากอดเขา และทักทายเหมือนไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน
เวสเตอร์เฟลด์ ยอมรับว่า ครั้งหนึ่งเขาเคยเกลียดชายคนนี้มาก แต่ภรรยาของเขาช่วยทำให้มุมมองเปลี่ยนไป :
"ผมไม่ชอบ อุลลิเยร์ อยู่เป็นเวลานาน แต่ภรรยาของผมบอกว่า 'จงขอบคุณเขาที่พาคุณไปสู่สโมสรในฝัน คุณได้เล่นให้ลิเวอร์พูลก็เพราะเขา' ! ผมจึงเลือกยึดติดกับความคิดนั้น"
บางที นั่นอาจเป็นบทสรุปที่ดีที่สุดสำหรับเรื่องราวของ ซานเดอร์ เวสเตอร์เฟลด์ กับลิเวอร์พูล เขาไม่ได้จากแอนฟิลด์ในแบบที่ต้องการ ไม่ได้รับโอกาสต่อสู้เพื่อตำแหน่ง ไม่ได้รับคำอธิบายที่เขาคิดว่าสมควรได้รับ
และในคืนหนึ่ง ชีวิตของเขาจากมือหนึ่งของทีมที่คว้าแชมป์ 5 ใบ กลายเป็นผู้รักษาประตูอันดับสี่โดยแทบไม่มีโอกาสแก้ตัว แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังได้ใช้ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตกับลิเวอร์พูล
หลังย้ายออกไป เขาเล่นให้รีล โซเซียดาด, พอร์ทสมัธ, อัลเมเรีย, สปาร์ต้า ร็อตเตอร์ดัม, มอนซา และอาแจ็กซ์ เคปทาวน์ ก่อนแขวนถุงมือในปี 2013
และยังมีเรื่องที่ฟังดูย้อนแย้งที่สุดในอาชีพหลังการอำลาลิเวอร์พูลของเขา เขาเคยย้ายไปเล่นให้ เอฟเวอร์ตัน ในปี 2005 เวสเตอร์เฟลด์ นั่งเป็นตัวสำรองอยู่ที่พอร์ทสมัธ หลังจากที่ แฮร์รี เรดแนปป์ เข้ามาปรับทีมใหม่
วันหนึ่งเขากำลังนั่งแท็กซี่ไปดูเชลซีพบบาร์เซโลน่า แล้วโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ปลายสายคือ เดวิด มอยส์ :
"ผมต้องการผู้รักษาประตู คุณช่วยผมได้ไหม?" มอยส์ กล่าวในไทม์ไลน์นั้น
เอฟเวอร์ตันมีผู้รักษาประตูติดโทษแบนสองคน อีกคนบาดเจ็บ มอยส์ จึงขอยืมตัวเขามาช่วยทีมหนึ่งเดือน คำตอบแรกของ เวสเตอร์เฟลด์ คือ : "ได้สิ แน่นอนเลย" !
แต่ทันทีที่วางสาย เขาก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า : "ฉิหายแล้ว ผมกำลังจะไปเอฟเวอร์ตัน!"
เขาไม่รู้ว่าจะได้รับการต้อนรับแบบไหน แต่กลับไม่มีปัญหาอะไรเลย แฟนเอฟเวอร์ตันต้อนรับเขาอย่างดีตั้งแต่วันแรก แฟนลิเวอร์พูลเองก็ไม่ได้โกรธเขา เพราะทุกคนรู้ว่า เวสเตอร์เฟลด์ ไม่ได้เป็นคนเลือกเดินจากแอนฟิลด์ไป เขาถูกบังคับให้เดินออกมา
บางทีฟุตบอลก็เป็นแบบนี้ ผู้รักษาประตูอาจพลาดหนึ่งครั้ง ผู้จัดการทีมอาจเปลี่ยนใจหนึ่งครั้ง และสโมสรอาจตัดสินใจครั้งเดียว
แต่สำหรับคนที่ยืนอยู่ระหว่างเสาประตู การตัดสินใจนั้นอาจเปลี่ยนทั้งอาชีพ
ซานเดอร์ เวสเตอร์เฟลด์ รู้เรื่องนี้ดีที่สุด เพราะ 25 ปีก่อน เขาเคยเป็นมือหนึ่งของลิเวอร์พูล และในวันเดียวกันนั้นเอง เขาก็กลายเป็นคนที่สโมสรไม่ต้องการอีกต่อไป
Mcca LFC