01/10/2024
ในฐานะผู้ปกครอง ไม่ว่าเราจะให้ลูกเริ่มเล่นฟุตบอลด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ผมเชื่อว่าในบางเวลา เราก็อาจจะเริ่มผูกความคาดหวังให้กับลูกเราโดยไม่รู้ตัวครับ ไม่ว่าจะเป็น หวังว่าวันนึงเค้าจะติดทีมชาติ หวังว่าเค้าจะเก่งขึ้น ชนะ และได้แชมป์รายการต่างๆ แต่อย่างเพิ่งเข้าใจผิดไปนะครับว่าทางเพจเราแอนตี้หรือไม่ได้มองโลกครบทุกด้านที่จะมาพร่ำบอกกับผู้ปกครองว่า “เราไม่ควรคาดหวังในตัวลูก” แต่ผมว่าในโลกแห่งความเป็นจริง ความคาดหวังเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ครับ แต่ความคาดหวังเป็นสิ่งที่เราต้อง “บริหาร ให้อยู่ในจุดที่เหมาะสม” เพราะไม่อย่างงั้นแล้วล่ะก็คงจะกลายเป็น”การเอาความฝันของตัวเองไปใส่ลูก" เหมือนที่เราเห็นได้ในหลายๆครั้งในวงการฟุตบอลครับ เพราะฉะนั้นวันนี้เรามาเช็คตัวเองและมองกันหลายๆแง่มุมครับ ว่าการคาดหวังกับลูกมีแง่มุมอะไรที่น่าสนใจบ้างครับ เพราะการตั้งความหวังที่ถูกต้องไม่ใช่แค่ช่วยให้ลูกพัฒนาในสนามฟุตบอล แต่ยังช่วยให้เขาโตไปอย่างมีความสุขและสำเร็จในฐานะคนๆนึงอีกด้วย
-คาดหวังจนลูกไม่รู้ว่าแท้จริงว่าตัวเค้าต้องการอะไร
สิ่งหนึ่งที่มักเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวคือ ผู้ปกครองอาจนำความฝันของตนไปใส่ลูกครับ โดยหวังว่าเขาจะกลายเป็นสิ่งที่เราไม่เคยได้เป็น เช่น ให้ลูกเป็นนักฟุตบอลอาชีพ การทำเช่นนี้แบบไม่เคยได้พูดคุยอย่างแท้จริงกับลูก(ต้องพูดคุยรีเช็คกันในทุกช่วงวัยนะครับ เพราะบางครั้งการคุยกับลูกตอนเด็ก ลูกอาจจะยังโตไม่พอที่จะรู้ตัวเองว่าอยากทำอะไรกันแน่) ถ้าไม่ถามลูกเรื่อยๆจะกลายเป็นลูกอาจรู้สึกว่าต้องแบกรับภาระและความคาดหวังที่หนักเกินไป การผลักดันโดยไม่ได้ฟังเสียงของลูกว่าเขาต้องการอะไร อาจทำให้เขารู้สึกหมดกำลังใจและไม่อยากเล่นฟุตบอลหรือแม้กระทั่งรู้สึกว่าตนเอง "ไม่ดีพอ" ไม่ว่าจะพยายามมากแค่ไหน และสิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือเมื่อรู้ตัวอีกที “ลูกไม่รู้เลยว่า แท้จริงแล้วตัวเค้าอยากเป็นอะไร” ซึ่งคือภาวะเคว้งของเด็กที่เล่นฟุตบอลอย่างเดียวโดยไม่มีงานอดิเรกอย่างอื่นเลยทั้งชีวิต พอรู้ตัวว่าไปไม่สุดกับฟุตบอล ก็ไม่รู้ว่าจะไปทางไหนแล้ว
-คาดหวังที่ถูกวิธี คือการสนับสนุนไม่ใช่การกดดัน
เพจเราพูดอยู่เสมอครับ พ่อแม่ต้องเป็นเซฟโซนให้ลูกๆ ในชีวิตการเป็นนักฟุตบอล ลูกต้องได้เจอความกดดันอยู่แล้วครับ แต่ถ้ากลับมาบ้านต้องเจอกดดันอีก แล้วเวลาไหนลูกเราจะตั้งหลักได้ล่ะครับ ความคาดหวังที่ดีควรมุ่งไปที่การสนับสนุนและเสริมสร้างให้ลูกเติบโตขึ้นตามจังหวะของตัวเอง ไม่ใช่การกดดันให้เขาไปในเส้นทางที่เรากำหนดไว้
1. คอยเช็ค และฟังความต้องการของลูก
แทนที่จะกำหนดว่าอะไรคือสิ่งที่ลูกต้องทำ เราควรฟังเขาว่าเขาต้องการอะไรและมีความฝันแบบไหน หากลูกมีความสนใจในฟุตบอล สนับสนุนเขาด้วยการให้โอกาสฝึกซ้อมและพัฒนา แต่ไม่ควรผลักดันมากเกินไปจนกลายเป็นการบังคับ ความสุขและความสำเร็จของลูกจะมาจากสิ่งที่เขารัก ไม่ใช่สิ่งที่เราบังคับให้เขาทำ
2. ให้โอกาสและสนับสนุนการพัฒนา
ความหวังที่ดีคือการให้โอกาสลูกได้เติบโต เช่น พาลูกไปฝึกซ้อมกับโค้ชที่มีคุณภาพ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเข้าใจว่าเด็กๆ แต่ละคนมีจังหวะและวิธีการเรียนรู้ของตัวเอง ไม่มีความจำเป็นต้องเปรียบเทียบเขากับเด็กคนอื่น การสนับสนุนควรเป็นการสร้างพื้นที่ที่เขารู้สึกปลอดภัยในการพัฒนาและลองผิดลองถูก
3. ส่งเสริมการพัฒนาความเป็นคน
ฟุตบอลไม่ได้มีแค่เรื่องของทักษะในสนามครับ ถ้าเรามองฟุตบอลเป็นเครื่องมือในการพัฒนาชีวิตลูก พ่อแม่ทุกคนจะได้อะไรมหาศาลกับตัวลูกครับ การเรียนรู้การทำงานเป็นทีม การรับมือกับความกดดัน และการจัดการกับความพ่ายแพ้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นประสบการณ์ที่ช่วยให้ลูกพัฒนาในฐานะคนๆนึง การส่งเสริมให้ลูกมีน้ำใจนักกีฬาและเคารพในคู่แข่ง การฝึกฝนการเป็นคนที่มีวินัยและรับผิดชอบ ไม่เพียงทำให้เขาเป็นนักฟุตบอลที่ดี แต่ยังเป็นคนที่มีคุณภาพในชีวิตด้วยครับ
สรุป
ในท้ายที่สุด ลูกต้องรู้สึกว่าพ่อแม่รักเขาไม่ว่าเขาจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ความรักที่ไม่มีเงื่อนไขจะช่วยให้พวกเค้าโตขึ้นอย่างมีความมั่นใจและสามารถก้าวข้ามความกดดันจากความคาดหวังได้ เขาจะรู้ว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พ่อแม่จะอยู่ข้างเขาเสมอ
การตั้งความหวังกับลูกไม่ใช่สิ่งที่ผิดครับ แต่เราต้องระมัดระวังไม่ให้ความหวังนั้นกลายเป็นภาระที่หนักเกินไปสำหรับพวกเขา ความหวังที่ถูกวิธีคือการสนับสนุนให้ลูกได้เติบโตตามความฝันและจังหวะของตัวเองครับ.....................
#ฟุตบอลของทุกคน