สั่งสมองสร้างสุข

สั่งสมองสร้างสุข สัจธรรม จิตวิญญาณ เพื่อการยกระดับชีวิต

02/09/2026

“วิธีสร้างความเชื่อใหม่ด้านการเงิน“ เนื้อหาในกลุ่มสมาชิก2️⃣ Abundance Soul Group วันนี้ 19:30 น.ค่ะ🥰

🧲 #วิธีสร้างความเชื่อใหม่ด้านการเงิน (12 เรื่อง ที่จะทำให้คุณเข้าใจและนำไปฝึกปฏิบัติในชีวิตจริงได้ทันที)มีคนจำนวนมากพยาย...
01/09/2026

🧲 #วิธีสร้างความเชื่อใหม่ด้านการเงิน (12 เรื่อง ที่จะทำให้คุณเข้าใจและนำไปฝึกปฏิบัติในชีวิตจริงได้ทันที)

มีคนจำนวนมากพยายามเปลี่ยนชีวิตด้วยการเปลี่ยนความคิด
พวกเขาพูดกับตัวเองว่า
“ฉันเก่งขึ้นได้”
“ฉันคู่ควรกับเงิน”
“ฉันมีความสามารถ”
“ฉันสามารถประสบความสำเร็จได้”
“ฉันสมควรมีชีวิตที่ดี”

แต่เมื่อถึงเวลาต้องลงมือจริง…
กลับลังเล
กลับกลัว
กลับผัดวันประกันพรุ่ง
กลับตั้งราคาต่ำกว่าที่ควร
กลับใช้เงินเพื่อปลอบใจตัวเอง
กลับไม่กล้ามองบัญชี
กลับหาเงินได้แล้วก็รีบใช้
หรือเมื่อมีเงินก้อนเข้ามา กลับรู้สึกไม่สบายใจอย่างประหลาด

แล้วเราก็สงสัยว่า
“ทำไมฉันคิดดีแล้ว แต่ชีวิตยังไม่เปลี่ยน?”

คำตอบหนึ่งที่สำคัญมากคือ…
เพราะ ความคิดกับความเชื่อไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

ความคิด คือสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นครั้ง ๆ
แต่ความเชื่อ คือสิ่งที่สมองค่อย ๆ สรุปขึ้นว่า“นี่คือความจริงเกี่ยวกับตัวฉันและโลกใบนี้”

และเมื่อสมองเชื่ออะไรบางอย่างว่าเป็นความจริง เรามักจะดำเนินชีวิตให้สอดคล้องกับสิ่งนั้นโดยอัตโนมัติ

🕋ทั้ง 12 เรื่องต่อไปนี้ จะทำให้ทุกท่าน เข้าใจและนำไปฝึกปฏิบัติในชีวิตจริงได้ทันทีค่ะ

1. ความคิดคือสิ่งที่เราพูดกับตัวเอง
แต่ความเชื่อคือสิ่งที่สมองเชื่อว่า “เป็นเรา”

2. ความเชื่อเรื่องเงินไม่ได้อยู่แค่ในความคิด แต่มันปรากฏผ่านพฤติกรรม

3. สมองต้องการ “หลักฐาน”ไม่ใช่เพียงคำพูดที่สวยงาม
นี่คือหลักการสำคัญของการสร้างความเชื่อใหม่
เราไม่สามารถสั่งให้สมองเชื่อสิ่งใหม่ได้เสมอไป เพียงเพราะเราพูดประโยคใหม่ซ้ำ ๆ

4. จาก “ฉันอยากเป็นคนแบบนั้น”
ไปสู่ “ฉันกำลังเป็นคนแบบนั้น”
นี่คือหัวใจของการสวมทับตัวตน

5. เงินคือพื้นที่ที่เราเห็น “ความเชื่อเกี่ยวกับตัวตน” ได้ชัดมาก

6. การสร้างความเชื่อใหม่ต้องเริ่มจาก “ความจริงที่เราพอเชื่อได้”ก่อน
อย่าเพิ่งรีบกระโดด

7. ความเชื่อใหม่จะเกิดขึ้นเมื่อเราสร้าง “หลักฐานใหม่”

8. อย่าสร้างความเชื่อใหม่ด้วยการปฏิเสธความจริงเดิม

9. อดีตคือหลักฐานว่า “เคยเกิดขึ้น”
ไม่ใช่หลักฐานว่า “จะต้องเกิดขึ้นอีก”
ถ้าเราเคยหาเงินไม่ได้
ไม่ได้แปลว่าเราจะหาเงินไม่ได้ตลอดไป

10. ความเชื่อใหม่ต้องมี “พฤติกรรมใหม่” เป็นราก

11. การสวมทับตัวตนไม่ใช่การ “แกล้งเป็นคนรวย”
แต่คือการฝึกเป็นคนที่พร้อมสำหรับความมั่งคั่ง

12. แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า “ความเชื่อใหม่” กำลังเกิดขึ้น?

****
🖍️สมาชิกครอบครัวสั่งสมองสร้างสุข(แบบสมัครครั้งเดียว กลุ่มที่ 2️⃣)
อ่านบทความเต็มหัวข้อนี้ได้ในกลุ่ม 🎆Abundance Soul Group(จิตวิญญาณแห่งความมั่งคั่ง)
ในวันพุธที่ 2/09/69 เวลา 19:30 น.ค่ะ
*****
🙍🏻‍♀️ทีมงานขออนุญาตให้รายละเอียดการสมัครเข้าร่วมกลุ่มค่ะ🥰
🎆Abundance Soul Group
“กลุ่มจิตวิญญาณแห่งความมั่งคั่ง”
กลุ่มนี้..สร้างขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ของแบ่งปันทุกรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความมั่งคั่งจากภายใน

เหมาะสำหรับกัลยาณมิตรที่อยากเรียนรู้เรื่องจิตวิญญาณด้านการเงินและความมั่งคั่ง ที่มากกว่ากฏแรงดึงดูดโดยเฉพาะ

🎆เนื้อหาในกลุ่มนี้ คือการ“ขุดลึก”เกี่ยวกับการสร้างความมั่งคั่งระดับจิตวิญญาณ มีทั้งบทความและคลิปตามวาระ*

🎆เนื้อหาในกลุ่ม
- ซีรีส์1️⃣รากของการดึงดูดเงิน (บทความ 11 เรื่อง)
- ซีรีส์2️⃣เคลียร์ 7 ความเข้าใจผิดระดับลึกของกฏแรงดึงดูด(บทความ 7 เรื่อง)
- ซีรีส์ 3️⃣ The Identity Field Method ศาสตร์แห่งการสวมทับตัวตน(เปลี่ยนตัวตนภายใน สู่สภาวะแห่งความมั่งคั่งภายนอก)
🖍️หัวข้อต่อไป ทีมงานจะแจ้งให้ทราบในกลุ่มและหน้าเพจค่ะ

🎆สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก
1️⃣เป็นพื้นที่ Group Coaching ตอบทุกคำถามของสมาชิกผ่านทั้งไลน์กลุ่มและแชทส่วนตัว

2️⃣สมาชิกสามารถปรึกษาปัญหา/ขอคำแนะนำส่วนตัวกับครูพี่อ้อยพร้อมรับแนวทางการแก้ปัญหาได้ค่ะ

3️⃣สมาชิกรับสิทธิ์เข้าร่วมกลุ่มไลน์ “ครอบครัวสั่งสมองสร้างสุข” เพื่อพูดคุย/สอบถาม แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในเส้นทางจิตวิญญาณร่วมกัน

4️⃣ สมาชิกรับสิทธิ์ในการลงทะเบียนอ่าน 📚E-book (อ่านเป็นไฟล์ PDF) ทุกเล่มได้ในราคาพิเศษสำหรับสมาชิก

🎆สมัครเข้าร่วมกลุ่ม Abundance Soul Group **ชำระครั้งเดียว เรียนรู้ไปด้วยกันตลอดชีวิต**

ราคาปกติ 2,990 บาท❌
🕹️ลงทะเบียนได้ในราคาพิเศษ 490 บาท (ชำระครั้งเดียว)

☪️สอบถาม/ขอรายละเอียด/สมัครสมาชิกได้ที่ Inbox page👉m.me/coachaoy.me

🆔Line
หรือคลิกลิ้งค์นี้ได้เลยค่ะ👇
https://line.me/R/ti/p/%40cmw4123t

รักมหาศาล💌
ทีมงานสั่งสมองสร้างสุข

🧲 #สิ่งที่มีผลต่อการดึงดูดมากที่สุดอาจไม่ใช่สิ่งที่คุณ “คิด” แต่คือสิ่งที่คุณ “เชื่อว่าตัวเองเป็น”บางครั้งเราใช้เวลามากม...
31/08/2026

🧲 #สิ่งที่มีผลต่อการดึงดูดมากที่สุด
อาจไม่ใช่สิ่งที่คุณ “คิด” แต่คือสิ่งที่คุณ “เชื่อว่าตัวเองเป็น”

บางครั้งเราใช้เวลามากมายกับการถามว่า
“ทำอย่างไรฉันถึงจะดึงดูดเงินได้มากขึ้น?”
“ทำอย่างไรฉันถึงจะดึงดูดความรักที่ดี?”
“ทำอย่างไรชีวิตถึงจะมีโอกาสดี ๆ เข้ามา?”

แต่มีคำถามหนึ่งที่ลึกกว่านั้นมาก…ว่า
“จริง ๆ แล้วฉันมองตัวเองอย่างไร?”

เพราะต่อให้เราพูดกับตัวเองทุกวันว่า
“ฉันคู่ควรกับความมั่งคั่ง”
“ฉันคู่ควรกับความรัก”
“ฉันคู่ควรกับชีวิตที่ดี”

แต่ถ้าลึกลงไปข้างใน เรายังเชื่อว่า
“ฉันไม่เก่งพอ”
“ฉันสู้คนอื่นไม่ได้”
“ฉันไม่สำคัญ”
“ฉันต้องทำให้คนอื่นยอมรับก่อน ฉันถึงจะมีคุณค่า”
“ถ้าฉันไม่ประสบความสำเร็จ คนอื่นจะไม่เห็นค่าฉัน”

สิ่งที่เกิดขึ้นภายในจะไม่สอดคล้องกับสิ่งที่เราพยายามสร้างภายนอก
และนี่คือจุดที่หลายคนมองไม่เห็น

เราไม่ได้แค่เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น แต่เรากำลังใช้ชีวิตอยู่บน “มาตรวัดของคนอื่น”

เห็นคนอื่นมีเงินมากกว่า
ก็รู้สึกว่าตัวเองยังไม่ดีพอ

เห็นคนอื่นประสบความสำเร็จ
ก็รู้สึกว่าตัวเองล้าหลัง

เห็นคนอื่นมีความรักที่ดี
ก็เริ่มสงสัยว่าทำไมชีวิตตัวเองไม่มีแบบนั้น

เห็นคนอื่นมีบ้าน มีรถ มีธุรกิจ มีชื่อเสียง ก็รู้สึกว่าเรายัง “ไม่ถึงไหน”

จากนั้นความต้องการเงิน ความสำเร็จ หรือสิ่งของต่าง ๆ
อาจไม่ได้เกิดจากความปรารถนาที่แท้จริง แต่มาจากความรู้สึกลึก ๆ ว่า
“ฉันต้องมีสิ่งเหล่านี้ เพื่อพิสูจน์ว่าฉันมีคุณค่า”

และนี่คือความแตกต่างที่สำคัญมาก
ระหว่าง
“ฉันอยากมี”

กับ
“ฉันต้องมี เพื่อที่จะรู้สึกว่าฉันดีพอ”

เมื่อข้างในรู้สึกว่า “ฉันไม่พอ”
เราจะเริ่มมองโลกผ่านสายตาของการขาด
ขาดเงิน
ขาดความรัก
ขาดการยอมรับ
ขาดความสำเร็จ
ขาดความมั่นคง
ขาดความสำคัญ

และเมื่อหัวใจรู้สึกว่าขาด
เรามักพยายามเติมสิ่งนั้นจากภายนอก

ซื้อของมากขึ้น
ทำงานมากขึ้น
หาเงินมากขึ้น
สร้างภาพให้ดูดีขึ้น
พยายามให้คนชอบมากขึ้น
พยายามพิสูจน์ตัวเองมากขึ้น

แต่สิ่งเหล่านี้อาจเติมได้เพียง “ความรู้สึกชั่วคราว”

เพราะสิ่งที่ขาดจริง ๆ
ไม่ใช่สิ่งของ แต่คือ ความสัมพันธ์กับตัวเอง

บางคนไม่ได้อยากรวยเพราะอยากมีอิสระ
แต่อยากรวยเพราะอยากรู้สึกว่า
“ฉันมีค่าพอแล้ว”

บางคนไม่ได้อยากมีคู่เพราะอยากแบ่งปันชีวิต
แต่อยากมีใครสักคนเพื่อยืนยันว่า
“ฉันเป็นคนที่คู่ควรกับความรัก”

บางคนไม่ได้อยากประสบความสำเร็จเพราะรักสิ่งที่ทำ
แต่ต้องการความสำเร็จเพื่อให้คนที่เคยมองข้ามเขา
กลับมายอมรับเขา

และเมื่อความสำเร็จนั้นมาถึง
มันจึงไม่ได้ทำให้หัวใจเต็มอย่างที่คิด
เพราะเราเอาสิ่งภายนอก
ไปทำหน้าที่รักษาบาดแผลภายใน
แต่สิ่งภายนอกไม่สามารถทำหน้าที่นั้นได้ตลอดไป

ความเหงาที่ลึกที่สุด
อาจไม่ใช่การไม่มีใครอยู่ข้าง ๆ
แต่อาจเป็นการที่เรา
ไม่เคยรู้สึกว่าเราอยู่ข้างตัวเองเลย

เราอาจอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย
มีเพื่อน
มีครอบครัว
มีผู้ติดตาม
มีทรัพย์สิน
มีความสำเร็จ

แต่ข้างในกลับรู้สึกว่างเปล่า
เพราะหัวใจยังรอให้ใครบางคนบอกว่า
“เธอดีพอแล้ว”
“เธอเก่งแล้ว”
“เธอมีคุณค่าแล้ว”
“เธอไม่ต้องพิสูจน์อะไรอีกแล้ว”

เมื่อเราต้องรอคำยืนยันจากโลกภายนอกตลอดเวลา
เราจะไม่มีวันรู้สึกเต็มอย่างแท้จริง

เพราะทันทีที่เสียงชื่นชมเงียบลง
ความสงสัยในตัวเองก็กลับมาอีกครั้ง

นี่จึงเป็นเหตุผลว่า
“การรักตัวเอง” ไม่ใช่เรื่องสวยงามเพียงอย่างเดียว
แต่มันเกี่ยวข้องกับวิธีที่เราใช้ชีวิตอย่างลึกซึ้ง

เมื่อเราเห็นคุณค่าของตัวเอง
เราจะไม่ต้องใช้เงินเพื่อซื้อการยอมรับมากเท่าเดิม

เราจะไม่ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้คนอื่นชอบ
เราจะกล้าปฏิเสธสิ่งที่ไม่ใช่
เราจะเลือกความสัมพันธ์ที่เคารพเรา
เราจะกล้ารับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับคุณค่าที่เราสร้าง
เราจะไม่ลดตัวเองเพื่อให้ใครอยู่กับเรา และเราจะไม่ต้องสร้างชีวิตที่ “ดูดี” เพื่อกลบความรู้สึกว่าข้างในตัวเองยังไม่ดีพอ

นี่ต่างหากคือการเปลี่ยนแปลงที่ลึกกว่าการคิดบวก

ก่อนถามว่า “ฉันจะดึงดูดอะไร?”
ลองถามตัวเองก่อนว่า…
“ฉันกำลังเชื่ออะไรเกี่ยวกับตัวเอง?”

ฉันเชื่อหรือไม่ว่า
ฉันคู่ควรกับสิ่งดี ๆ โดยไม่ต้องพิสูจน์ตัวเอง?

ฉันสามารถมีเงินโดยไม่ต้องรู้สึกผิดหรือกลัวได้หรือไม่?

ฉันสามารถได้รับความรักโดยไม่ต้องทำตัวให้เป็นคนที่คนอื่นต้องการหรือไม่?

ฉันสามารถประสบความสำเร็จโดยไม่ต้องเอาชนะใครได้หรือไม่?

ฉันสามารถมีชีวิตที่ดี
โดยไม่ต้องเปรียบเทียบกับชีวิตของคนอื่นได้หรือไม่?

และที่สำคัญที่สุด…
ถ้าวันนี้ไม่มีใครชื่นชมฉันเลย
ฉันยังมองเห็นคุณค่าของตัวเองอยู่หรือเปล่า?

เพราะบางทีสิ่งที่เราต้อง “ดึงดูด” เข้ามาในชีวิต
อาจไม่ใช่เงินก้อนใหญ่
ไม่ใช่ความสำเร็จครั้งใหญ่
ไม่ใช่คนใหม่ ๆ

แต่อาจเป็นเพียง…
การกลับมาอยู่ข้างตัวเองอีกครั้ง

เมื่อเราไม่ต้องใช้โลกภายนอกเพื่ออุดรูโหว่ในหัวใจ
เราจะเริ่มเลือกสิ่งต่าง ๆ จากความเต็ม แทนที่จะเลือกจากความขาด

หาเงินเพราะต้องการสร้าง
ไม่ใช่เพราะต้องการพิสูจน์

รักเพราะอยากแบ่งปัน
ไม่ใช่เพราะกลัวเหงา

ประสบความสำเร็จเพราะอยากเติบโต ไม่ใช่เพราะกลัวว่าตัวเองไม่มีค่า

และมีสิ่งของเพราะมันทำให้ชีวิตดีขึ้น
ไม่ใช่เพราะหวังให้มันทำให้เรารู้สึกว่า
“ฉันดีพอแล้ว”

สุดท้าย…
ความมั่งคั่งที่ลึกที่สุด
อาจไม่ใช่การมีทุกสิ่งที่เราต้องการ

แต่คือการที่
เราหยุดรู้สึกว่าตัวเองต้องมีทุกสิ่ง
เพื่อที่จะรักและยอมรับตัวเองได้

เพราะวันที่เราไม่ต้องวิ่งหนีความรู้สึกว่า “ฉันไม่พอ” อีกต่อไป

วันนั้น…
เราจะเริ่มสร้างชีวิต
จากตัวตนที่ เต็มขึ้นจากข้างใน
ไม่ใช่จากความว่างที่พยายามเติมให้เต็มด้วยโลกภายนอกค่ะ

รักมหาศาล💖
ครูพี่อ้อยสั่งสมองสร้างสุข
#จิตวิญญาณเพื่อการยกระดับชีวิต
*****
🙍🏻‍♀️ทีมงานขออนุญาตแจ้ง Promotion เดือน กันยายน 2569 ให้ราบค่ะ

🖍️ลงทะเบียนเข้าฟังเนื้อหาเต็ม
🎧Audio Series 🍁 #ศิลปะแห่งการปล่อยวางในชีวิตจริง(คู่มือการใช้ชีวิตในโลกที่เต็มไปด้วยเรื่องให้แบก)🔹ภายใน 30 กย.69🔹 ได้ในราคาพิเศษ 490฿+🎁 Audio 1 ชุดฟรี‼️ดูรายละเอียดในโพสต์นี้ค่ะ👇
https://www.facebook.com/share/p/1BxgCZgmBT/?mibextid=wwXIfr

รักมหาศาล🩷
ทีมงานสั่งสมองสร้างสุข

📍 #เราไม่ได้ใช้ชีวิตจากสิ่งที่เราคิดแต่เราใช้ชีวิตจากสิ่งที่เรา “เชื่อว่าเราเป็น”มีหลายครั้งในชีวิตที่เรารู้ว่า…“ฉันควรค...
30/08/2026

📍 #เราไม่ได้ใช้ชีวิตจากสิ่งที่เราคิด
แต่เราใช้ชีวิตจากสิ่งที่เรา “เชื่อว่าเราเป็น”
มีหลายครั้งในชีวิตที่เรารู้ว่า…
“ฉันควรคิดบวกกว่านี้”
“ฉันควรมั่นใจกว่านี้”
“ฉันควรเห็นคุณค่าในตัวเอง”
“ฉันควรเชื่อว่าตัวเองคู่ควรกับเงิน ความรัก และชีวิตที่ดี”

แต่แปลก…
ที่เรารู้ว่า ควรคิดอย่างไร
แต่บางครั้งชีวิตกลับยังเดินไปในทิศทางเดิม

เราบอกตัวเองว่า
“ฉันเก่งนะ”
แต่ข้างในกลับมีเสียงหนึ่งตอบว่า
“จริงเหรอ?”

เราบอกว่า
“ฉันคู่ควรกับความมั่งคั่ง”
แต่เมื่อมีโอกาสใหญ่เข้ามา
เรากลับลังเล กลัว หรือถอยออกมา

เราบอกว่า
“ฉันรักตัวเอง”
แต่กลับยังยอมให้ตัวเองอยู่ในความสัมพันธ์หรือสภาพแวดล้อมที่ทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ

เพราะบางครั้ง…
สิ่งที่เราพูดกับตัวเอง
ยังไม่ใช่สิ่งเดียวกับสิ่งที่สมองเชื่อเกี่ยวกับตัวเรา

ความคิดสามารถเปลี่ยนได้ในชั่วขณะ
แต่ความเชื่อมักถูกสร้างขึ้นจากประสบการณ์

คำพูดที่เราได้ยินซ้ำ ๆ
สิ่งที่เราเคยพบเจอ
สิ่งที่เราเคยทำสำเร็จหรือเคยล้มเหลว
รวมถึงความหมายที่เราเคยมอบให้กับเหตุการณ์เหล่านั้น

เมื่อสิ่งเหล่านี้เกิดซ้ำมากพอ
สมองจะเริ่มสร้าง “ข้อสรุป”
และข้อสรุปนั้นจะค่อย ๆ กลายเป็น
ความจริงภายในที่เราใช้ดำเนินชีวิต

นี่จึงเป็นเหตุผลว่า
ทำไมบางคนพยายามเปลี่ยนความคิดมานาน
แต่กลับรู้สึกว่า “ตัวตนเดิม” ยังดึงกลับไปที่เดิมเสมอ

เพราะการเปลี่ยนชีวิตอย่างลึกซึ้ง
อาจไม่ได้เริ่มต้นจากการบอกตัวเองว่า“ฉันต้องคิดใหม่”

แต่อาจต้องเริ่มจากการกลับไปดูว่า…
“จริง ๆ แล้วฉันเชื่ออะไรเกี่ยวกับตัวเอง?”

ฉันเชื่อว่าตัวเองเป็นคนแบบไหน?
ฉันเชื่อว่าตัวเองคู่ควรกับอะไร?
ฉันเชื่อว่าเงินเป็นสิ่งที่ปลอดภัยสำหรับฉันหรือไม่?
ฉันเชื่อว่าฉันสามารถมีความรักที่ดีได้หรือไม่?
ฉันเชื่อว่าฉันสามารถประสบความสำเร็จโดยไม่ต้องเหนื่อยจนหมดแรงหรือไม่?

เพราะสุดท้ายแล้ว
ความคิด คือสิ่งที่เราพูดกับตัวเอง

แต่…
ความเชื่อ คือสิ่งที่สมองเชื่อว่าเป็นความจริงเกี่ยวกับตัวเรา

และเราล้วนสร้างชีวิต
จากสิ่งที่เราเชื่อว่า “เราเป็น”

บทที่ 8 ของ ศาสตร์แห่งการสวมทับตัวตน จึงไม่ได้ชวนเราเพียงแค่ “คิดให้ดีขึ้น”แต่กำลังชวนเราเดินเข้าไปดูรากที่ลึกกว่านั้น

เรากำลังสวมทับตัวตนของคนแบบไหนอยู่และตัวตนนั้นกำลังสร้างชีวิตแบบใดให้กับเรา

****
🖍️สมาชิกครอบครัวสั่งสมองสร้างสุข(แบบสมัครครั้งเดียว กลุ่มที่ 2)
อ่านบทความเต็มหัวข้อนี้ได้ในกลุ่ม 🎆Abundance Soul Group(จิตวิญญาณแห่งความมั่งคั่ง)ในวันจันทร์ที่ 31/08/69 เวลา 19:30 น.ค่ะ
****
🖍️ ดูรายละเอียดซีรีส์ 3️⃣👉 🕋The Identity Field Method #ศาสตร์แห่งการสวมทับตัวตน(เปลี่ยนตัวตนภายใน สู่สภาวะแห่งความมั่งคั่งภายนอก) ได้จากโพสต์นี้ค่ะ
https://www.facebook.com/share/p/1BgWPYWfGF/?mibextid=wwXIfr

🕹️ดูรายละเอียดการสมัครเข้าร่วมกลุ่ม 🎆Abundance Soul Group(จิตวิญญาณแห่งความมั่งคั่ง) กลุ่มสมาชิกแบบสมัครครั้งเดียวกลุ่มที่ 2️⃣ได้จากโพสต์นี้ค่ะ👇
https://www.facebook.com/share/p/18Qc5sRo7r/?mibextid=wwXIfr

รักมหาศาล🩷
#ทีมงานสั่งสมองสร้างสุข

🤎 #ใจเรากำลังยึดเกาะสิ่งใด อะไรที่เราไม่ยอมปล่อยวาง “สิ่งที่เรายึดอยู่” มักไม่ได้ซ่อนอยู่ในสิ่งที่เราพูดว่าอยากได้ แต่ซ่...
29/08/2026

🤎 #ใจเรากำลังยึดเกาะสิ่งใด อะไรที่เราไม่ยอมปล่อยวาง
“สิ่งที่เรายึดอยู่” มักไม่ได้ซ่อนอยู่ในสิ่งที่เราพูดว่าอยากได้ แต่ซ่อนอยู่ในสิ่งที่เรากลัวว่าจะเสียไป

🖍️ลองสังเกตตัวเองผ่านคำถามเหล่านี้
* ถ้าสิ่งนี้ไม่เป็นอย่างที่ฉันต้องการ ฉันทุกข์มากแค่ไหน?
* ฉันกำลังพยายามควบคุมอะไรอยู่หรือเปล่า?
* ถ้าคนอื่นไม่เห็นด้วยกับฉัน ฉันยังรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าไหม?
* ถ้าผลลัพธ์ไม่มาตามเวลา ฉันยังสงบอยู่ได้ไหม?
* ฉันกำลังยึด “สิ่งที่เกิดขึ้นจริง” หรือยึด “สิ่งที่ฉันคิดว่ามันควรจะเป็น”?
* มีเรื่องอะไรที่ฉันพูดว่า “ปล่อยแล้ว” แต่พอนึกถึงทีไร ใจยังสะเทือนทุกครั้ง?
* ถ้าฉันไม่ต้องพิสูจน์อะไรให้ใครเห็น ฉันยังต้องการสิ่งนี้อยู่ไหม?

🖍️มีสัญญาณหนึ่งที่อยากให้ทุกท่านลองสังเกตมากที่สุดคือ สิ่งที่เรายึด มักมี “คำว่า ต้อง” ซ่อนอยู่ เช่น
เขาต้องเข้าใจฉัน
เขาต้องรักฉัน
เขาต้องเห็นคุณค่าฉัน
เงินต้องมาในเวลานี้
ชีวิตต้องเป็นแบบนี้
ฉันต้องประสบความสำเร็จ
เรื่องนี้ต้องไม่เกิดขึ้นกับฉัน

เมื่อคำว่า “ต้อง” เยอะขึ้น
ใจจะเริ่มมีเงื่อนไขกับชีวิต

และเมื่อชีวิตไม่ทำตามเงื่อนไขนั้น
เราจะเกิดการต้าน → ผิดหวัง → กลัว → ควบคุม → ทุกข์

เพราะฉะนั้น การรู้ว่าเรายึดอะไรอยู่ ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการถามว่า
“ฉันต้องปล่อยอะไร?”

แต่ให้ถามว่า
“ถ้าสิ่งนี้ไม่เป็นอย่างที่ฉันต้องการ ฉันยังสามารถอยู่กับตัวเองอย่างสงบได้ไหม?”

ถ้าคำตอบคือ ไม่ได้
ตรงนั้นคือพื้นที่ที่น่ากลับไปมองอย่างอ่อนโยน

และมีอีกชั้นหนึ่งที่ลึกมาก…
บางครั้งเราไม่ได้ยึด “สิ่งของ คน หรือเหตุการณ์”แต่เรายึด “ความหมายที่เรามอบให้สิ่งนั้น”เช่น
ไม่ได้ยึดคนคนหนึ่ง
แต่ยึดความหมายว่า “ถ้าเขาไม่รักฉัน แปลว่าฉันไม่ดีพอ”

ไม่ได้ยึดเงิน
แต่ยึดความหมายว่า “ถ้าฉันมีเงิน ฉันจึงจะปลอดภัย”

ไม่ได้ยึดความสำเร็จ
แต่ยึดความหมายว่า “ถ้าฉันไม่สำเร็จ ฉันไม่มีคุณค่า”

ตรงนี้จึงเป็นเหตุผลว่า
การปล่อยวางที่แท้จริง ไม่ใช่การบังคับตัวเองให้เลิกอยาก

แต่คือการค่อย ๆ เห็นว่า
“ฉันกำลังเอาคุณค่าของตัวเอง ความปลอดภัย หรือความสุข ไปผูกไว้กับสิ่งนี้อยู่หรือเปล่า?”

เมื่อเราเห็นตรงนี้ได้
การปล่อยจะไม่ต้องใช้แรงมากเหมือนเดิม
เพราะเราไม่ได้ “ทิ้งสิ่งที่รัก”
เราเพียง เอาตัวเองกลับคืนมาจากสิ่งที่เราเคยฝากหัวใจไว้กับมัน

และนี่อาจเป็นประโยคหนึ่งที่เหมาะมากสำหรับการสำรวจตัวเอง
“วันนี้…มีอะไรบ้างที่ฉันกำลังพยายามทำให้เป็นอย่างที่ฉันต้องการ เพื่อที่ฉันจะได้รู้สึกว่าตัวเองปลอดภัย มีคุณค่า หรือเป็นที่รัก?”

คำตอบของคำถามนี้ มักพาเราไปเจอ “รากของการยึด” ได้ลึกมากค่ะ

รักมหาศาล🩷
#ครูพี่อ้อยสั่งสมองสร้างสุข

*****
🎧Audio Series 🍁 #ศิลปะแห่งการปล่อยวางในชีวิตจริง(คู่มือการใช้ชีวิตในโลกที่เต็มไปด้วยเรื่องให้แบก)
🍁สื่อชุดนี้ ไม่ใช่หนังสือเสียงธรรมะ
ไม่ใช่หนังสือเสียงจิตวิทยา และไม่ใช่หนังสือเสียงพัฒนาตัวเองแบบทั่วไป
แต่เป็นสื่อที่จะพาผู้ฟังเข้าใจว่า
“ความทุกข์จำนวนมาก ไม่ได้เกิดจากสิ่งที่เราเจอ แต่เกิดจากสิ่งที่เรายังแบกเอาไว้”

“การปล่อยวาง” คือรากของทุกเรื่อง
* ปล่อยวางความเชื่อเดิม → ชีวิตการเงินเปลี่ยน
* ปล่อยวางตัวตนเดิม → ความสัมพันธ์เปลี่ยน
* ปล่อยวางความกลัว → กล้าลงมือ
* ปล่อยวางอดีต → อยู่กับปัจจุบันได้
* ปล่อยวางการควบคุม → ใจสงบ
* ปล่อยวางการตัดสินตัวเอง → รักตัวเองได้
* ปล่อยวางการยึดติดกับผลลัพธ์ → การทำงานมีพลังมากขึ้น

🍁สิ่งที่ทำให้สื่อชุดนี้แตกต่าง คือการเชื่อม 3 โลก เข้าด้วยกันพร้อมแบบฝึกปฏิบัติในทุกบท
* โลกของธรรมชาติของจิต (ธรรมะและการเจริญสติ) —การ เห็นความจริงของใจโดยไม่ตัดสิน
* โลกของสมองและระบบประสาท — เข้าใจว่าทำไมบางเรื่องจึงฝังแน่น ปล่อยยาก และร่างกายเกี่ยวข้องอย่างไร
* โลกของชีวิตจริง — การทำงาน การเงิน ครอบครัว ความสัมพันธ์ ความสูญเสีย และการใช้ชีวิต
ซึ่งจะทำให้ คำว่า “ปล่อยวาง” จะไม่เป็นแนวคิดลอย ๆ แต่เป็นทักษะที่ฝึกได้และใช้ได้ทุกวัน

🖍️ดูรายละเอียดเนื้อหาบทเรียนทั้งหมดของ🍁Audio #คู่มือการใช้ชีวิตบนโลกที่เต็มไปด้วยเรื่องให้แบก(ศิลประแห่งการปล่อยวางในชีวิตจริง) ได้จากโพสต์นี้ค่ะ 👉 https://www.facebook.com/share/p/1GhoSa8jLa/?mibextid=wwXIfr

รักมหาศาล🩷
ทีมงานสั่งสมองสร้างสุข

29/08/2026

ความสงบ“ไม่ได้เกิดจากการที่ทุกอย่างเป็นไปตามใจเรา แต่เกิดจากการที่ใจของเรา ไม่จำเป็นต้องให้ทุกอย่างเป็นไปตามใจอีกต่อไป🥰

🍂 #เมื่อถึงวัยกลางคน เราจะเริ่มเข้าใจ “ต้นทุนของชีวิต”เมื่ออายุมากขึ้นเราไม่ได้มีเพียงอายุที่เพิ่มขึ้นแต่เรามี ประสบการณ...
28/08/2026

🍂 #เมื่อถึงวัยกลางคน เราจะเริ่มเข้าใจ “ต้นทุนของชีวิต”
เมื่ออายุมากขึ้น
เราไม่ได้มีเพียงอายุที่เพิ่มขึ้น
แต่เรามี ประสบการณ์เพิ่มขึ้น
และประสบการณ์ทำให้เราเริ่มเข้าใจว่า หลายสิ่งที่เราเคยคิดว่า “ทนได้”
แท้จริงแล้ว…มันมีราคา

เรารู้ว่า..
การทำงานหนักเกินไปมีราคา
การฝืนความสัมพันธ์มีราคา
การละเลยสุขภาพมีราคา
การใช้ชีวิตเพื่อความคาดหวังของคนอื่นมีราคา
การพยายามเป็นคนที่ทุกคนชอบมีราคา
และการปล่อยให้ชีวิตผ่านไป
โดยไม่เคยถามตัวเองว่า
“ฉันต้องการอะไรจริง ๆ”ก็มีราคาเช่นกัน

ไม่ใช่ราคาที่ต้องจ่ายด้วยเงิน
แต่เป็นราคาที่บางครั้งต้องจ่ายด้วย
เวลา สุขภาพ ความสัมพันธ์ ความสงบใจ และชีวิตของเราเอง

1. การทำงานหนักเกินไป…มีราคาคือ “ชีวิตที่เราไม่ได้ใช้”
ตอนอายุน้อย เราอาจคิดว่า
เหนื่อยก็พัก เดี๋ยวค่อยพักก็ได้
ขอทำงานให้สำเร็จก่อน
ขอหาเงินให้มากขึ้นก่อน
ขอสร้างความมั่นคงให้ได้ก่อน

แต่ชีวิตไม่ได้หยุดรอเรา

การทำงานหนักโดยไม่มีขอบเขต
อาจทำให้เราได้เงินมากขึ้น
ประสบความสำเร็จมากขึ้น
แต่ถ้าต้องแลกด้วยสุขภาพ
เวลาที่อยู่กับคนที่รัก
หรือความสามารถในการมีความสุขกับชีวิต

วันหนึ่งเราอาจพบว่า
เราสร้างชีวิตที่ดีขึ้นมาได้
แต่ไม่มีแรงเหลือพอที่จะใช้ชีวิตนั้น

ความสำเร็จจึงไม่ควรวัดเพียงว่า
“เราทำอะไรได้มากแค่ไหน”
แต่ควรถามด้วยว่า
“ระหว่างทางที่ฉันสร้างชีวิต ฉันยังมีชีวิตอยู่ในชีวิตของตัวเองหรือเปล่า?”

2. การฝืนความสัมพันธ์…มีราคาคือ “การค่อย ๆ สูญเสียตัวเอง”
บางความสัมพันธ์ไม่ได้จบลงด้วยการทะเลาะกัน

แต่มันค่อย ๆ ทำให้เราหายไป
เราต้องระวังคำพูด
ต้องยอมตลอด
ต้องเก็บความรู้สึก
ต้องเป็นฝ่ายเข้าใจ
ต้องปรับตัวอยู่ฝ่ายเดียว
จนวันหนึ่งเราไม่รู้แล้วว่า

“สิ่งที่ฉันเป็นอยู่ตอนนี้ คือฉันจริง ๆ หรือเป็นคนที่ฉันสร้างขึ้นมาเพื่อให้ความสัมพันธ์นี้อยู่รอด?”

การรักษาความสัมพันธ์เป็นสิ่งที่มีคุณค่า
แต่การต้องทอดทิ้งตัวเองเพื่อรักษาความสัมพันธ์
มีราคาที่สูงมาก

เพราะสิ่งที่เราสูญเสียไม่ใช่แค่ความสุข แต่คือ ความสัมพันธ์กับตัวเราเอง

3. การละเลยสุขภาพ…มีราคาคือ “อิสรภาพในอนาคต”
ร่างกายมักไม่เรียกร้องมากในวันที่เรายังแข็งแรง

มันเพียงส่งสัญญาณเล็ก ๆ
ให้เรานอน
ให้เราพัก
ให้เรากินดีขึ้น
ให้เราเคลื่อนไหว
ให้เราช้าลง

แต่เมื่อเราฟังมันน้อยลงเรื่อย ๆ
สัญญาณเล็ก ๆ อาจกลายเป็นข้อจำกัดใหญ่ในชีวิต

ตอนเด็กเราอาจคิดว่า
“สุขภาพไว้ค่อยดูแลตอนแก่”

แต่เมื่ออายุมากขึ้น เราจะเริ่มเข้าใจว่า
สุขภาพไม่ได้เป็นเรื่องของวัยชรา
สุขภาพคือทุนของชีวิตทุกวัย

เพราะเงินซื้อสิ่งของได้มากมาย
แต่ไม่สามารถซื้อเวลาที่เสียไป
หรือซื้อร่างกายเดิมกลับคืนมาได้ทั้งหมด

ดังนั้น การดูแลสุขภาพวันนี้
ไม่ใช่เพียงการรักตัวเอง
แต่มันคือการ รักษาอิสรภาพของตัวเราในอนาคต

4. การใช้ชีวิตเพื่อความคาดหวังของคนอื่น…มีราคาคือ “ชีวิตที่ไม่ใช่ของเรา”
เราใช้เวลามากมายในการพยายามเป็น
ลูกที่ดี
คู่ชีวิตที่ดี
พ่อแม่ที่ดี
คนทำงานที่ดี
คนที่ประสบความสำเร็จ
คนที่สังคมยอมรับ

จนบางครั้งเราเก่งมากในการตอบคำถามว่า
“คนอื่นต้องการให้ฉันเป็นอะไร?”

แต่กลับตอบไม่ได้ว่า
“แล้วฉันต้องการเป็นอะไร?”

นี่คือราคาที่น่าเศร้าอย่างหนึ่งของชีวิต
เพราะเราอาจทำทุกอย่างถูกต้องในสายตาคนอื่น
แต่กลับรู้สึกว่างเปล่าอยู่ข้างใน

ชีวิตไม่ได้มีไว้เพื่อให้ทุกคนพอใจ
เพราะสุดท้ายแล้ว
คนอื่นอาจชื่นชมชีวิตของเรา
แต่ คนที่ต้องใช้ชีวิตนั้นทุกวันคือเรา

5. การพยายามเป็นคนที่ทุกคนชอบ…มีราคาคือ “การไม่มีพื้นที่ให้ตัวเอง”
เมื่อเราพยายามเป็นที่รักของทุกคน
เราจะเริ่มกลัวการปฏิเสธ
ไม่กล้าพูดว่าไม่
ไม่กล้าตั้งขอบเขต
ไม่กล้าแสดงความต้องการ
ไม่กล้าทำให้ใครผิดหวัง

และในที่สุด
เราอาจกลายเป็นคนที่ทุกคนชอบ
แต่เป็นคนที่ตัวเราเองไม่รู้จัก

ความจริงที่ต้องเรียนรู้เมื่อโตขึ้นคือ
เราไม่จำเป็นต้องเป็นคนดีในสายตาของทุกคน
เราจำเป็นต้องเป็นคนที่ซื่อสัตย์กับหัวใจของตัวเอง

การมีขอบเขตไม่ได้แปลว่าเราใจร้าย
การปฏิเสธไม่ได้แปลว่าเราเห็นแก่ตัว
บางครั้งคำว่า “ไม่”
คือรูปแบบหนึ่งของการรักตัวเอง

6. การปล่อยให้ชีวิตผ่านไปโดยไม่ถามว่า “ฉันต้องการอะไรจริง ๆ”…มีราคาคือ “ความเสียดาย”

นี่อาจเป็นราคาที่ใหญ่ที่สุด

เพราะเงินที่เสียไปหาใหม่ได้
งานที่พลาดอาจมีโอกาสใหม่
ความสัมพันธ์บางอย่างอาจเริ่มต้นใหม่ได้

แต่ เวลาที่ผ่านไปแล้ว ไม่มีวันย้อนกลับมา

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดจึงอาจไม่ใช่การล้มเหลว
แต่คือการตื่นขึ้นมาในวันหนึ่ง
แล้วพบว่า

เราใช้ชีวิตตามความคาดหวังของคนอื่นมานานมาก
จนลืมถามตัวเองว่า

“แล้วชีวิตที่ฉันอยากมีจริง ๆ ล่ะ?”

บางคนไม่ได้เสียใจเพราะทำผิด
แต่เสียใจเพราะไม่เคยกล้าทำในสิ่งที่หัวใจเรียกร้องเลย

เมื่ออายุมากขึ้น เราจึงไม่ได้ต้องการ “มากขึ้น” เสมอไป
เรากลับต้องการ สิ่งที่ใช่มากขึ้น

เราเริ่มเลือกงานที่ไม่ทำร้ายตัวเอง
เลือกความสัมพันธ์ที่ไม่ต้องสูญเสียตัวตน
เลือกดูแลร่างกายก่อนที่ร่างกายจะบังคับให้เราดูแล
เลือกความสงบมากกว่าการเอาชนะ
เลือกความจริงมากกว่าการทำให้ทุกคนพอใจ

และเริ่มเข้าใจว่า
ชีวิตที่ดีไม่ได้หมายถึงชีวิตที่มีทุกอย่าง

แต่อาจหมายถึง
ชีวิตที่มีสิ่งสำคัญจริง ๆ
และไม่มีสิ่งที่ต้องแลกด้วยการสูญเสียตัวเอง

บางทีความฉลาดของวัยที่เพิ่มขึ้น
จึงไม่ใช่การรู้ว่าจะ “เอาอะไรเพิ่ม”

แต่คือการรู้ว่า
“อะไรไม่คุ้มที่จะจ่ายอีกแล้ว”

ไม่คุ้มที่จะแลกสุขภาพกับงาน
ไม่คุ้มที่จะแลกความสงบกับการพิสูจน์ตัวเอง
ไม่คุ้มที่จะแลกตัวตนกับความสัมพันธ์
ไม่คุ้มที่จะแลกชีวิตของเรา
กับการได้รับการยอมรับจากคนทั้งโลก

เพราะเมื่อเราเดินทางมาถึงช่วงหนึ่งของชีวิต เราจะเริ่มเห็นชัดขึ้นว่า
ทุกสิ่งที่เราเลือก
กำลังแลกกับบางสิ่งเสมอ

คำถามจึงไม่ใช่เพียง
“ฉันจะได้อะไรจากสิ่งนี้?”

แต่อาจต้องถามเพิ่มว่า
“ฉันกำลังต้องจ่ายอะไรเพื่อให้ได้มันมา?”
และถ้าราคานั้นคือ
ความสงบใจ
สุขภาพ
เวลาของชีวิต
ความสัมพันธ์ที่มีความหมาย
หรือการสูญเสียตัวตนของเราเอง

บางที…
มันอาจไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการอีกต่อไปแล้ว

เพราะเมื่ออายุมากขึ้น
เราไม่ได้กลัวการมีชีวิตที่น้อยลง
เรากลับเริ่มกลัวว่า
จะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเรา
และนั่นอาจเป็นเหตุผลว่า
ทำไมวัยที่มากขึ้น
จึงไม่ควรเป็นเพียงวัยของการนับจำนวนปี

แต่ควรเป็นวัยของการถามตัวเองอย่างจริงใจว่า

“จากวันนี้ไป ฉันอยากใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างไรจึงจะไม่ต้องเสียใจภายหลัง?”

เพราะชีวิตมีราคาเสมอ
และเมื่อเราโตขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การทำให้ชีวิต“ดูดี” ในสายตาของคนอื่น

แต่คือการทำให้ชีวิตนั้น
มีความหมายกับคนที่ต้องใช้มันจริง ๆ ซึ่งก็คือตัวเราเองค่ะ

****
🧲ดูรายละเอียด Promotion 📚E-book เดือน 8 เล่มละ 88฿ ได้จากโพสต์นี้ค่ะ👇
https://www.facebook.com/share/p/1DCbCMvSsd/?mibextid=wwXIfr

รักมหาศาล🩷
ทีมงานสั่งสมองสร้างสุข

🍁 #ชีวิตจะเริ่มเปลี่ยน เมื่อใจเราเลิกเกาะสิ่งที่กำลังทำให้เราทุกข์จริง ๆ แล้ว “การปล่อยวาง” คือรากของทุกเรื่อง* ปล่อยวาง...
27/08/2026

🍁 #ชีวิตจะเริ่มเปลี่ยน เมื่อใจเราเลิกเกาะสิ่งที่กำลังทำให้เราทุกข์
จริง ๆ แล้ว “การปล่อยวาง” คือรากของทุกเรื่อง
* ปล่อยวางความเชื่อเดิม → ชีวิตการเงินเปลี่ยน
* ปล่อยวางตัวตนเดิม → ความสัมพันธ์เปลี่ยน
* ปล่อยวางความกลัว → กล้าลงมือ
* ปล่อยวางอดีต → อยู่กับปัจจุบันได้
* ปล่อยวางการควบคุม → ใจสงบ
* ปล่อยวางการตัดสินตัวเอง → รักตัวเองได้
* ปล่อยวางการยึดติดกับผลลัพธ์ → การทำงานมีพลังมากขึ้น

และเราไม่จำเป็นต้องผลักสิ่งใดออกไป เพียงแค่ไม่ต้องจับมันไว้แน่นเหมือนเดิม

อ้อยเรียกสื่อชุดนี้ว่า คู่มือการใช้ชีวิตในโลกที่เต็มไปด้วยเรื่องให้แบก

ผู้คนส่วนใหญ่เข้าใจคำว่า “ปล่อยวาง” ผิด คิดว่า การปล่อยวางคือ
* ต้องไม่รู้สึก
* ต้องไม่เสียใจ
* ต้องไม่โกรธ
* ต้องไม่อยากได้อะไร
* ต้องยอมทุกอย่าง

แต่จริง ๆ แล้ว
การปล่อยวาง คือการเลิกต่อสู้กับสิ่งที่เกิดขึ้น และเริ่มตอบสนองต่อชีวิตด้วยความเข้าใจมากขึ้น

สื่อชุดนี้เป็นการสอนภาคปฏิบัติด้วย
เพราะไม่ใช่แค่บอกว่า “ปล่อยวางสิ”
แต่จะพาผู้อ่านและผู้ฟังฝึกวางทีละเรื่อง เช่น
1. วางความคิด
2. วางความคาดหวัง
3. วางอดีต
4. วางความกลัว
5. วางคำพูดของคนอื่น
6. วางความรู้สึกผิด
7. วางการเปรียบเทียบ
8. วางความสมบูรณ์แบบ
9. วางการควบคุม
10. วางภาพลักษณ์
11. วางความเชื่อที่จำกัดตัวเอง
12. วางทีละวัน เพื่อกลับมาอยู่กับชีวิตจริง

🍁สื่อชุดนี้ ไม่ใช่หนังสือเสียงธรรมะ
ไม่ใช่หนังสือเสียงจิตวิทยา และไม่ใช่หนังสือเสียงพัฒนาตัวเองแบบทั่วไป
แต่เป็นสื่อที่จะพาผู้ฟังเข้าใจว่า
“ความทุกข์จำนวนมาก ไม่ได้เกิดจากสิ่งที่เราเจอ แต่เกิดจากสิ่งที่เรายังแบกเอาไว้”

สิ่งที่ทำให้สื่อชุดนี้แตกต่าง คือการเชื่อม 3 โลก เข้าด้วยกันพร้อมแบบฝึกปฏิบัติในทุกบท
* โลกของธรรมชาติของจิต (ธรรมะและการเจริญสติ) —การ เห็นความจริงของใจโดยไม่ตัดสิน
* โลกของสมองและระบบประสาท — เข้าใจว่าทำไมบางเรื่องจึงฝังแน่น ปล่อยยาก และร่างกายเกี่ยวข้องอย่างไร
* โลกของชีวิตจริง — การทำงาน การเงิน ครอบครัว ความสัมพันธ์ ความสูญเสีย และการใช้ชีวิต
ซึ่งจะทำให้ คำว่า “ปล่อยวาง” จะไม่เป็นแนวคิดลอย ๆ แต่เป็นทักษะที่ฝึกได้และใช้ได้ทุกวัน

สื่อส่วนใหญ่สอน “วิธีประสบความสำเร็จ” แต่คนจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกเหนื่อย เพราะกำลังแบกของที่ไม่จำเป็นไว้เต็มหลัง

บางที สื่อชุดนี้อาจไม่ได้สอนให้คุณ“ได้อะไรเพิ่ม”
แต่อาจช่วยให้คุณ “วางหลายสิ่งหลายอย่างลง”
และเมื่อวางลงได้ ชีวิตก็มีพื้นที่ให้ความสุข ความรัก ความมั่งคั่ง และปัญญาไหลเข้ามาเอง

เพราะสุดท้ายแล้ว..
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงิน ความสัมพันธ์ หรือจิตวิญญาณ แก่นร่วมของทั้งหมดคือ การรู้ว่าอะไรควรถือไว้ และอะไรถึงเวลาวางลง ค่ะ

****
🎧Audio Series 🍁 #ศิลปะแห่งการปล่อยวางในชีวิตจริง(คู่มือการใช้ชีวิตในโลกที่เต็มไปด้วยเรื่องให้แบก)
🖍️Content (เนื้อหาบทเรียน)
บทนำ👉ทำไมชีวิตเราจึงหนักกว่าที่ควรจะเป็น

ภาคที่ 1 :ทำความเข้าใจการแบก ก่อนเรียนรู้การวาง
เรื่องที่ 1👉 ทำไมเราจึงปล่อยวางยาก
เรื่องที่ 2👉 ทุกสิ่งที่เราเห็น กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของใจ

ภาคที่ 2 :ศิลปะแห่งการปล่อยวาง
เรื่องที่ 3👉 การวางความคิด โดยไม่ต้องหยุดคิด
เรื่องที่ 4👉 วางอารมณ์ โดยไม่ต้องกดมัน
เรื่องที่ 5 👉วางอดีต โดยไม่ต้องลืมมัน
เรื่องที่ 6 👉วางความคาดหวัง
เรื่องที่ 7👉วางคำพูดของคนอื่น
เรื่องที่ 8 👉 วางการเปรียบเทียบ
เรื่องที่ 9 👉วางความกลัว
เรื่องที่ 10👉 วางความรู้สึกผิด
เรื่องที่ 11 👉วางความสมบูรณ์แบบ
เรื่องที่ 12 👉วางการควบคุม
เรื่องที่ 13 👉วางภาพลักษณ์
เรื่องที่ 14 👉วางความเชื่อที่จำกัดตัวเอง

ภาคที่ 3 :ใช้ชีวิตเบาขึ้นในโลกที่ยังเหมือนเดิม
เรื่องที่ 15👉 เมื่อโลกไม่ได้เปลี่ยน แต่ใจเราเปลี่ยน
เรื่องที่ 16 👉การปล่อยวางในชีวิตจริง(แบ่งตามสถานการณ์)
เรื่องที่ 17 👉ชีวิตที่เบาขึ้น ไม่ใช่เพราะมีปัญหาน้อยลง แต่เพราะเราแบกมันน้อยลง
บทส่งท้าย

ขอส่งความรักและความปรารถนาดีอันเป็นที่สุดไปยังทุกท่านที่ได้พบกันในสื่อชุดนี้จากหัวใจ

🎧Audio Series 🍁 #ศิลปะแห่งการปล่อยวางในชีวิตจริง(คู่มือการใช้ชีวิตในโลกที่เต็มไปด้วยเรื่องให้แบก)
ราคาปกติ 1,900฿❌
ลงทะเบียนในราคาพิเศษเพียง 490฿

📣ท่านที่ลงทะเบียนภายใน 30 กันยายน 2569)รับ ออดิโอ 1 ชุดฟรี‼️

1️⃣ Audio 💰Become a MONEY MAGNET(การเดินทางสู่การเป็นแม่เหล็กดึงดูดเงิน) PART1 💵Money Energy and Money a Spiritual Flow

🖍ดูรายละเอียด Audio 💰Become a MONEY MAGNET(การเดินทางสู่การเป็นแม่เหล็กดึงดูดเงิน) PART1 💵Money Energy and Money a Spiritual Flow ได้จากลิ้งค์นี้ค่ะ👉 https://www.facebook.com/share/p/1ATDVtxoyh/?

2️⃣ Audio 🎇THE BACK WARDS LAW(กฏแห่งการย้อนกลับ)ปลดล็อคความต้านทานด้วยภูมิปัญญาโบราณขั้นสุดของการปล่อยวาง)

📌 #กฏแห่งการย้อนกลับ #ภูมิปัญญาโบราณขั้นสุดแห่งการปล่อยวาง 🎇ฟังคลิป intro ได้จากลิ้งค์นี้ค่ะ👉 https://www.facebook.com/share/v/1Dq9Tt3Jps/?

3️⃣ Audio 💫Miracle Life for Subconcious Mind (เนรมิตชีวิตด้วยพลังจิตใต้สำนึก)

🖍ดูรายละเอียดเนื้อหาบทเรียนคอร์ส 💫Miracle Life for Subconcious Mind( เนรมิตชีวิตด้วยพลังแห่งจิตใต้สำนึก) ”คู่มือการใช้งานจิตใต้สำนึก” ด้วยวิธีที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง ที่จะสร้างความมหัศจรรย์ให้เกิดขึ้นในชีวิตของคุณ ✨ได้จากลิ้งค์นี้ค่ะ👇
https://www.facebook.com/share/p/18sTwhDRxW/?mibextid=wwXIfr

💟สอบถาม/ขอรายละเอียด/ลงทะเบียนได้ที่ Inbox เพจ👉m.me/coachaoy.me

🆔Line@krupeeaoy หรือกดที่ลิ้งค์นี้ได้เลยค่ะ👇
https://line.me/R/ti/p/%40cmw4123t

รักมหาศาล💖
ทีมงานสั่งสมองสร้างสุข

27/08/2026

เนื้อหาสมาชิกรายเดือนวันนี้👉“การสั่งสมทุนแห่งความเชื่อ” อ่านบทความได้ในฮับสมาชิก เวลา 19:30 น. นะคะ🥰

🧲15 ประโยคแก่น เกี่ยวกับ  #กฎแรงดึงดูดด้านการเงิน1. เงินไม่ได้ไหลเข้าหาความอยาก แต่ไหลเข้าหาสภาวะที่พร้อมรับ2. ความมั่งค...
26/08/2026

🧲15 ประโยคแก่น เกี่ยวกับ #กฎแรงดึงดูดด้านการเงิน
1. เงินไม่ได้ไหลเข้าหาความอยาก แต่ไหลเข้าหาสภาวะที่พร้อมรับ
2. ความมั่งคั่ง เริ่มต้นจากการเปลี่ยนความสัมพันธ์กับเงิน ไม่ใช่จำนวนเงิน
3. ชีวิตไม่ได้ตอบสนองต่อสิ่งที่คุณขอ แต่ตอบสนองต่อสิ่งที่คุณเป็น
4. สิ่งที่ดึงดูดเงิน ไม่ใช่ความพยายามเพียงอย่างเดียว แต่คือพลังงานที่อยู่เบื้องหลังความพยายาม
5. เมื่อคุณค่าภายในเพิ่มขึ้น รายได้ภายนอกย่อมหาหนทางเติบโตตาม
6. เงินคือผลลัพธ์ของคุณค่าที่ไหลผ่านตัวคุณ ไม่ใช่เป้าหมายของชีวิต
7. ความอุดมสมบูรณ์เกิดขึ้น เมื่อความกลัวหยุดเป็นผู้กำหนดการตัดสินใจ
8. **การลงมือทำที่สอดคล้องกับจิตสำนึก มีพลัง มากกว่าการฝืนทำจากความขาดแคลน**
9. กฎแรงดึงดูด ไม่ได้ทำงานตามความคิด แต่ทำงานตามสภาวะที่คุณใช้ชีวิตอยู่ทุกวัน
10. กระแสเงินที่ยั่งยืน เกิดจากพลังงานที่มั่นคง คุณค่าที่แท้จริง และระบบที่เติบโตได้
11. เงินคือเงาสะท้อนของจิตสำนึก ไม่ใช่เครื่องวัดคุณค่าของชีวิต
12. ความมั่งคั่งที่แท้จริง คือการไม่ต้องสูญเสียตัวเองเพื่อแลกกับเงิน
13. ยิ่งรู้จักตัวเองชัด เงินยิ่งไหลเข้าหาคุณง่ายขึ้น
14. ความอุดมสมบูรณ์ เริ่มต้นจากการหยุดต่อสู้กับชีวิต
15. เมื่อคุณเลิกวิ่งไล่เงิน และเริ่มสร้างคุณค่า เงินจะเริ่มวิ่งเข้าหาคุณ

🧲เราจะขยายความทั้งหมดนี้ใน ซีรีส์ต่อไปของสมาชิกแบบรายเดือนนะคะ

รักมหาศาล💖
#ครูพี่อ้อยสั่งสมองสร้างสุข
#จิตวิญญาณเพื่อการยกระดับชีวิต
****
🌷ขอบคุณกัลยาณมิตรทุกท่านที่ร่วมสนับสนุนการสร้างงานของเพจและส่งต่อพลังงานดีๆ ไปด้วยกันนะคะ

🩷ท่านสามารถ สมัครสมาชิกรายเดือน(35฿/เดือน ยกเลิกได้ทุกเมื่อ)เพื่อรับข้อมูลเชิงลึก เกี่ยวกับจิตวิญญาณด้านการเงิน💰ได้ด้วยตัวเองที่หน้าเพจในช่อง“สมัครสมาชิก”โดยกดไปหน้าการสมัครได้ที่นี่ค่ะ👇
https://www.facebook.com/coachaoy.me/subscribe/

รักมหาศาล💖
ทีมงานสั่งสมองสร้างสุข

ที่อยู่

Smile Garden Home
Chaiyaphum
36130

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สั่งสมองสร้างสุขผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท