29/08/2026
สวัสดีครับ แฟนคลับ TFDTSS พาไปอัปเดตข่าวสารของ IMO จากการประชุมในวาระต่างๆ กันครับ
พวกเรารู้ไหมครับว่า กำลังมีการปฏิวัติการจัดทำแผนที่เดินเรือใหม่ โดยใช้มาตรฐาน S-100 ซึ่งเป็นชุดมาตรฐานแผนที่เดินเรือรูปแบบใหม่ โดยมีกำหนดให้ติดตั้งบนแผนที่อิเล็กทรอนิกส์ (ECDIS) บนเรือทุกลำที่ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2572 (2029) เป็นต้นไป ทั้งนี้การหารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นวาระสำคัญในการประชุมคณะอนุกรรมการว่าด้วยการติดต่อสื่อสาร การค้นหาและช่วยเหลือ และการเดินเรือ (Sub-Committee on Navigation, Communications and Search and Rescue / NCSR) ของ IMO ระหว่างวันที่ 22 ถึง 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา
แผนที่เดินเรืออิเล็กทรอนิกส์มาตรฐาน S-101 (S-101 Electronic Navigational Charts - ENCs) จะแสดงข้อมูลความปลอดภัยในการเดินเรือในรูปแบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นเมื่อเทียบกับระเบียบปฏิบัติในปัจจุบัน นอกจากนี้ มาตรฐานอื่น ๆ ในชุด S-100 เช่น S-111 (ชั้นข้อมูลกระแสน้ำที่ผิวน้ำ) และ S-124 (ชั้นข้อมูลคำเตือนการเดินเรือ) จะช่วยแสดงผลข้อมูลเหล่านี้บนระบบ ECDIS ได้โดยอัตโนมัติ
สถานะการใช้งานจริงและข้อกังวล
แม้การติดตั้งใช้งานระบบ ECDIS ที่รองรับ S-100 แบบสมัครใจจะเริ่มขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 แต่มีรายงานว่าในปัจจุบันยังไม่มีระบบ S-100 ECDIS วางจำหน่ายในเชิงพาณิชย์และยังไม่สามารถจัดการฝึกอบรมคนประจำเรือ (Seafarer training) ในภาคปฏิบัติทั่วไปได้ และยังไม่มีข้อมูลประสบการณ์การปฏิบัติการจริงกับระบบ S-100 ในระดับกองเรือได้
ประเด็นที่น่ากังวลไม่แพ้กันคือ ระบบ S-100 จำเป็นต้องมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยตรงกับเซิร์ฟเวอร์บนชายฝั่งหลายแห่ง ซึ่งนำไปสู่ประเด็นความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security) ซึ่งบริการที่ต้องใช้การเชื่อมต่อโดยตรง ได้แก่
• S-411 ข้อมูลสภาวะน้ำแข็ง (Ice Information)
• S-412 ข้อมูลสภาพอากาศและคลื่น (Weather and Wave Information)
• S-421 การแลกเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือ (Route Exchange) เช่น การสื่อสารกับระบบควบคุมจราจรทางน้ำและแนะนำการเดินเรือ (VTS)
ทั้งนี้ มาตรฐาน SECOM (SECOM ย่อมาจาก Secure Exchange and COMmunication หรือ Secure Communication Between Ship and Shore) จะถูกนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาความปลอดภัยดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการทดสอบ
นอกจากนี้ ในที่ประชุมอนุกรรมการ NCSR ได้เห็นชอบร่างหนังสือเวียนคณะกรรมการความปลอดภัยทางทะเล (MSC Circulars) จำนวน 2 ฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับ การเชื่อมต่อโปรโตคอลอินเทอร์เน็ต (IP connectivity) และ การแลกเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือแบบดิจิทัล (Digital route exchange)
เข็มทิศไยโร (Gyro Compass)
เกิดการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับ มาตรฐานการทำงาน (Performance standards) ของเข็มทิศไยโร ซึ่งกำหนดไว้ในมติสมัชชาใหญ่ A.424(XI) ที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่ปี 1979 โดยมีการเสนอให้ปรับปรุงมาตรฐานเข็มทิศไยโรสำหรับการใช้งานในเขตละติจูดที่สูงกว่า 60 องศาขึ้นไป แม้มาตรฐานปัจจุบันจะมุ่งเน้นไปที่ระยะเวลาการตั้งตัวของเข็มทิศ (settling time) และความแม่นยำของทิศหัวเรือ (heading accuracy) ในเขตละติจูดต่ำกว่า 60 องศา แต่หลายประเทศตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมายังไม่พบรายงานปัญหาเกี่ยวกับประสิทธิภาพของเข็มทิศในเขตละติจูดสูง และกังวลว่าการแก้ไขเกณฑ์อาจส่งผลกระทบเชิงลบโดยไม่ตั้งใจ โดยในการประชุมของคณะอนุกรรมการตัดสินใจว่า จะมีการจัดทำชุดมาตรฐานการทำงานขึ้นมาใหม่ (New performance standards) เป็นแนวทางที่เหมาะสมในการแก้ไขช่องว่างที่พบ โดยจะดำเนินการพัฒนามาตรฐานใหม่นี้ภายในปีหน้า
การกำหนดเส้นทางเรือแบบใหม่ (New Routeing Measures)
มีการอนุมัติการแก้ไขปรับปรุงเล็กน้อย สำหรับ “ระบบรายงานตัวของระบบควบคุมจราจรทางน้ำและแนะนำการเดินเรือ” (VTS Reporting Schemes) ในบริเวณช่องแคบบอนิฟาโช (BONIFREP), พื้นที่เขตทะเลที่มีความเปราะบางเป็นพิเศษทางตะวันตกของยุโรป (WETREP) และช่องแคบโดเวอร์/ปาเดอกาแล (CALDOVREP) โดยระบุให้เรือต้องส่งข้อมูลการประกันภัย (Insurance Information) ให้แก่เจ้าหน้าที่ VTS ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้การแก้ไขดังกล่าวต้องได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการในการประชุมคณะกรรมการความปลอดภัยทางทะเล (MSC) ในรอบถัดไป (ธันวาคม 2026) ก่อนจะมีผลบังคับใช้
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบการแก้ไข แผนจัดจราจรทางน้ำ (Traffic Separation Schemes - TSS) จำนวน 4 แห่ง บริเวณชายฝั่งแอตแลนติกของสหรัฐฯ (ได้แก่ อ่าวเดลาแวร์, นอกชายฝั่งนิวยอร์ก, ทางเข้าแม่น้ำเคปเฟียร์ และทางเข้าอ่าวเชซาพีค) ซึ่งจะถูกส่งต่อไปยังคณะกรรมการ MSC เพื่อรับรองอย่างเป็นทางการเช่นกัน
ระบบส่งข่าวสารการเดินเรือ (NAVTEX)
ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2026 สถานี NAVTEX ที่คลื่นความถี่ 518 kHz ในพื้นที่ต่อไปนี้ ไม่สามารถใช้งานได้ และยังไม่มีระบบอื่นทดแทน
• นามิเบีย สถานี Walvis Bay
• เอกวาดอร์ สถานี Ayora
• กาโบเวร์เด (เคปเวิร์ด) สถานี Sao Vicente Radio
• เซเนกัล สถานี Dakar
สำหรับสถานี NAVTEX บางแห่งในยูเครนไม่สามารถใช้งานได้เช่นกัน แต่สถานีข้างเคียงได้ช่วยสนับสนุนระบบเพื่อคงประสิทธิภาพการให้บริการในภาพรวม
การค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย (Search and Rescue - SAR)
อนุกรรมการฯ ได้อนุมัติหนังสือเวียนฉบับใหม่ (SAR.7/Circ. 17) ซึ่งระบุรายการเอกสารและสิ่งพิมพ์มาตรฐานที่ ศูนย์ประสานงานค้นหาและช่วยเหลือทางทะเลหรือศูนย์ร่วม (MRCC / JRCC) จำเป็นต้องมีไว้ประจำศูนย์ โดย IMO จะเปิดเผยเอกสารนี้ในเร็ว ๆ นี้
เครื่องส่งสัญญาณตอบรับเรดาร์เพื่อการค้นหาและช่วยชีวิต (RADAR SART)
ที่ประชุมได้หยิบยกข้อกังวลเกี่ยวกับประสิทธิภาพของระบบ RADAR SART ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์เรือช่วยชีวิตของเรือ Seacor Power อับปางเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2021 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย โดยในเหตุการณ์นั้น หน้าจอเรดาร์ของเรือกู้ภัยไม่สามารถระบุตำแหน่งผู้ประสบภัยได้ ทั้งๆ ที่เครื่อง RADAR SART ทำงานปกติ
ผลการประเมินชี้ว่า การปรับเรดาร์เข้าสู่ โหมด SART (SART Mode) อาจทำให้ความไวของเรดาร์ลดลง โดยปรับเกณฑ์ความไวลงสูงสุดถึง 25 dB ซึ่งส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการค้นหา นอกจากนี้ ปัจจุบันยังไม่มีข้อกำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับการตั้งค่าเรดาร์ในโหมด SART, การแสดงผลบนหน้าจอผู้ปฏิบัติงาน และการปรับระบบกลับสู่โหมดการทำงานปกติ
ทุ่นวิทยุส่งสัญญาณแจ้งภัยฉุกเฉินผ่านดาวเทียม (EPIRBs)
ระบบค้นหาและช่วยเหลือด้วยดาวเทียม COSPAS-SARSAT ได้รายงานสถิติการทำงานของทุ่น EPIRB สำหรับปี 2024 ดังนี้
• ข้อมูลการแจ้งสัญญาณภัย (Alert data) ได้เข้าช่วยเหลือในเหตุการณ์ภัยพิบัติ 1,171 ครั้ง (เพิ่มขึ้นจาก 1,076 ครั้งในปี 2023) และช่วยชีวิตผู้ประสบภัยได้ 3,211 คน (เพิ่มขึ้นจาก 3,109 คน)
• อัตราการส่งสัญญาณเท็จ (SAR false alert rate) เฉลี่ยสูงถึง 96.60% (คิดเป็นสัญญาณจริงเพียง 1 ครั้งในทุก ๆ 29 ครั้ง)
• สัดส่วนเหตุการณ์ SAR แบ่งเป็น ทางอากาศ 17%, ทางทะเล 42% และทางบก 41% ซึ่งชี้ให้เห็นว่าทุ่นวิทยุ COSPAS-SARSAT ช่วยชีวิตผู้คนทางทะเลได้มากกว่าสภาพแวดล้อมอื่น
• จากการสำรวจผู้ผลิต คาดว่ามีทุ่นวิทยุถูกใช้งานทั่วโลกประมาณ 2.07 ล้านเครื่อง โดย COSPAS-SARSAT ประเมินว่าประมาณ 80% ติดตั้งตัวรับสัญญาณดาวเทียมนำทางแบบ Internal GNSS (Global Navigation Satellite System) ซึ่งช่วยระบุพิกัดตำแหน่งลงในสัญญาณแจ้งภัยได้ทันที
อัปเดตการประชุมสภาองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO Council) ระหว่างวันที่ 6–10 กรกฎาคม 2026)
ค่าธรรมเนียมการเข้าถึงตราสารและกฎข้อบังคับของ IMO
ภายใต้ข้อตกลงปัจจุบัน คนประจำเรือและบริษัทเรือต้องจ่ายเงินเพื่อดาวน์โหลดและเข้าถึงตราสาร อนุสัญญา กฎหมาย และแนวปฏิบัติของ IMO (IMO Instruments) โดยรายงานงบประมาณระบุว่า กองทุนการค้าของ IMO (IMO's Trading Fund) ทำรายได้จากการขายเอกสารสิ่งพิมพ์สูงถึง 4.65 ล้านปอนด์ ในช่วงมกราคม–เมษายน 2026 โดยหนังสือที่ทำรายได้สูงสุดคือ FSS Code (ฉบับปี 2026) และ อนุสัญญา STCW ซึ่งรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะถูกนำไปสนับสนุนกองทุนความร่วมมือทางเทคนิคเพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้ประเทศสมาชิก
อย่างไรก็ตาม มีข้อเสนอจาก 6 ประเทศสมาชิก ที่ขอให้สำนักเลขาธิการ IMO ประสานงานกับสหประชาชาติ (UN) เพื่อพิจารณานโยบายเปิดให้สาธารณชนเข้าถึงกฎระเบียบของ IMO ได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย (Free of Charge) ซึ่งสภา IMO ได้มอบหมายให้สำนักเลขาธิการนำเสนอทางเลือกและผลกระทบทางการเงินในการประชุมครั้งถัดไป
ปัญหามลพิษในทะเลจากพลาสติก
ที่ประชุมรับทราบรายงานจากคณะกรรมการเจรจาระหว่างรัฐบาล (INC) ของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ ในการจัดทำตราสารทางกฎหมายที่มีผลผูกพันเพื่อยุติมลพิษจากพลาสติก ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2022 แต่การประชุมในเดือนสิงหาคม 2025 ไม่สามารถหาข้อตกลงในร่างเนื้อหาได้ และการประชุมในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เน้นไปที่เรื่องการบริหารจัดการ จึงได้มีการออกหนังสือเพื่อหาแนวทางฟื้นฟูการเจรจาต่อรองอีกครั้ง
สถานะของอนุสัญญาระหว่างประเทศ (Status of Treaties)
• ข้อตกลงเคปทาวน์ ปี 2012 (Cape Town Agreement 2012): จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2027 ข้อตกลงนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับความปลอดภัยของเรือประมง
• พิธีสารปี 2010 ของอนุสัญญา HNS (Hazardous and Noxious Substances): ว่าด้วยความรับผิดและการชดเชยความเสียหายจากการขนส่งสารพิษและวัตถุอันตรายทางทะเล จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2027
การมอบรางวัล IMO (IMO Awards)
• รางวัล International Maritime Prize ประจำปี 2025 มอบให้แก่ Mr. Jeffrey G. Lantz อดีตวิศวกรต่อเรือ วิศวกรเครื่องกลเรือ และนาวาเอกแห่งกองทัพเรือชายฝั่งสหรัฐฯ (USCG) ผู้มีประสบการณ์ในวงการพาณิชยนาวีมากกว่า 50 ปี
• รางวัล IMO Award for Exceptional Bravery at Sea ประจำปี 2026 (รางวัลความกล้าหาญเป็นพิเศษทางทะเล) มอบให้เป็นเกียรติแก่ผู้เสียชีวิต Mr. Adrian Willyson Brask ต้นเรือและนักดำน้ำประจำเรือกู้ภัย RS 125 (เสนอชื่อโดยนอร์เวย์และ IFSMA) จากความกล้าหาญและความเสียสละในการดำน้ำช่วยเหลือเด็กหญิงในนอร์เวย์ตอนเหนือท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยวและสภาพการดำน้ำที่อันตราย
ไว้มีการประชุมคราวหน้า จะมาเล่าสู่กันฟังอีกนะครับ ถึงแม้คนเรือไทยบางคนอาจบอกว่า มันไกลตัวผมจัง แต่อยากจะบอกว่า ทะเลทุกแห่งในโลก มันเชื่อมถึงกันครับ 😀🚢🛳️