02/03/2026
“เลือกโค้ช” : เลือกอนาคต ?” บททดสอบ “ทีมบริหารตะกร้อไทย” ยุคใหม่
การเปลี่ยนผ่านสู่ทีมบริหารชุดใหม่ของ สมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย ภายใต้นำทัพของ “บิ๊กต้อม” ธนา ไชยประสิทธิ์ ในคำรบที่สอง หลังได้รับความไว้วางใจจากสโมสรสมาชิกโหวตเฉือนชนะ “บุญชัย หล่อพิพัฒน์” อดีตอุปนายกสมาคมฯ ไปแบบหวุดหวิด 15-12 เสียง
ทำให้ตำแหน่ง “หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย” กลายเป็นจุดสำคัญทางยุทธศาสตร์ เพราะการเลือกโค้ชครั้งนี้ ไม่ได้สะท้อนแค่ตัวบุคคล แต่สะท้อนวิธีคิดของผู้นำชุดใหม่ว่าจะพา “ตะกร้อไทย” เดินไปในทิศทางใด
เมื่อมองเชิงวิเคราะห์ สามารถแยกประเด็นหลักออกได้ 4 มิติสำคัญ
1. การตัดสินใจครั้งใหญ่ : เลือกโค้ชแบบไหน ?
การเลือกโค้ชคือบททดสอบแรกของทีมบริหาร หากกระบวนการสรรหาโปร่งใส มีเกณฑ์ชัดเจน เพราะมันจะสร้างเครดิตให้ทีมบริหารทันที แต่หากเป็นการแต่งตั้งแบบปิดเงียบ หรือ ผูกโยงกับเครือข่ายเดิม ภาพลักษณ์การเปลี่ยนผ่านจะถูกตั้งคำถาม ดังนั้น โค้ชคนใหม่ไม่เพียงต้องเก่งในสนาม แต่ต้องเป็นผู้ที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม และ นักกีฬาได้ด้วยนั่นเอง
⸻
2. “ยุทธศาสตร์” : เป้าหมายและทิศทางการทำงาน
บริบท “ทีมชาติไทย” เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการพัฒนาของคู่แข่งที่ลงทุนกับระบบฝึกซ้อมและวิทยาศาสตร์การกีฬาอย่างต่อเนื่อง
คำถามเชิงยุทธศาสตร์จึงไม่ใช่ แค่จะชนะอย่างไร ?
หากคำตอบไม่ชัด การเลือกโค้ชควรมาพร้อมการปรับโครงสร้าง เช่น
• การใช้ Performance Analyst
• การเก็บข้อมูลคู่แข่งเชิงลึก
• การวางแผนระยะยาวมากกว่าทัวร์นาเมนต์ต่อทัวร์นาเมนต์
เพราะเป้าหมายสำคัญคือ เอเชียนเกมส์ 2026 จะเป็นบทพิสูจน์ว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ได้ผลจริงหรือไม่
⸻
3. “วัฒนธรรมวงการตะกร้อไทย” : รีเซ็ต หรือ แบบเดิม
การตัดสินใจเลือกโค้ชสะท้อนแนวคิดต่อวัฒนธรรมของสมาคมฯ ยุคใหม่ เพราะหากเลือกโค้ชชุดเก่า ก็คงไม่ต่างอะไรกับการพายเรือวนอยู่ในอ่าง
ฉะนั้นการเลือกโค้ชสายเลือดใหม่ ที่มีความสามารถและมีผลงานที่ชัดเจนน่าจะเป็นทางออกที่สุด เพราะมันจะเป็นการเริ่มต้นใหม่ไปพร้อมกันกับนักกีฬาที่เริ่มเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนเจเนอเรชันใหม่ ซึ่งจะมันถือเป็นการมองถึง แผนในระยะยาวมากกว่าทำแค่ฉวบฉวยเพื่อแก้ผ้าเอาหน้ารอดเท่านั้น
⸻
4. “โครงสร้างโค้ช” : ต้องทำงานเป็น “ทีม”
ในยุคโลกกีฬาสมัยใหม่ ที่กำลังเดินสู่โมเดลการทำงานเป่น “ทีมงาน” น่าจะดีกว่ากการพึ่งพาคนคนเดียว คำถามคือ ทีมบริหารจะกล้าเปลี่ยนไปสู่ระบบทีมเวิร์ค หรือยังคงยึดโครงสร้างเดิมที่รวมศูนย์อำนาจไว้ที่โค้ชคนเดียว ในเชิงวิเคราะห์ โมเดลทีมงานจะช่วยลดความเสี่ยงระยะยาว และสร้างความต่อเนื่องได้ดีกว่าในอนาคต
และสิ่งที่ต้องเพิ่มเติมเข้ามานอกเหนือจากตำแหน่ง “โค้ช” นักวิทยาศาสตร์การกีฬา, นักจิตวิทยาการกีฬา และทีมข้อมูล อย่าง ทีมScouting Team
⸻
บทสรุปเชิงยุทธศาสตร์ของ “ตะกร้อไทย”
การเลือกโค้ชครั้งนี้ คือ “สัญญาณแรก” ว่าผู้บริหารยุคใหม่คิดแบบปฏิรูป หรือคิดแบบรักษาสมดุลเดิม ถ้าเลือกเพื่อเอาใจคนในระบบ ผลลัพธ์อาจได้แค่ความนิ่ง แต่ถ้าเลือกเพื่อยกระดับโครงสร้าง ผลลัพธ์อาจได้ความเสี่ยงระยะสั้น แลกกับความยั่งยืนระยะยาว
สุดท้ายนี้คงต้องบอกว่า "การเลือกโค้ช" น่าจะเป็น "บททดสอบแรก" ของ "ทีมบริหารสมาคมกีฬาตะกร้อฯ ยุคใหม่"
และนี่แหละมันจะเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึง "วิสัยทัศน์" ของการบริหารงานได้แบบชัดเจนเช่นกัน
สำหรับแคนดิเดท “ผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย” ยุคใหม่ที่คาดการณ์ได้มีดังนี้
👨🏻ทีมตะกร้อชายทีมชาติไทย 🇹🇭
พรชัย เค้าแก้ว (โค้ชปุ้ย) กองทัพบก
จักรี พ่วงเจริญ (โค้ชจักรี) กีฬานครปฐม
ประเสิรฐ ผ่องผึ้ง (โค้ชเสริฐ) ราชนาวี
พลภัทร สุภากาญจน์ (โค้ชโจ้) กองทัพอากาศ
นฤชิต กาฬจันทร์ (โค้ชเหน่ง) มกช.ศรีสะเกษ
—————————
👩🏻💼ทีมตะกร้อหญิงทีมชาติไทย 🇹🇭
วีระชัย แสงสว่าง (โค้ชอ๊อด) กีฬาชลบุรี
พินพร ครองบุ่งคล้า (โค้ชพร) สโมสรตะกร้อราชบุรี
ศักดา เจริญภูมิ (โค้ชโจ๊ก) สโมสรราชบุรี
เจริญพร แฝงด่านกลาง (โค้ชใหญ่) มกช.อุดรธานี
นิสา ธนะอรรถวุฒิ (กีฬากรุงเทพฯ)
วันวิสาข์ จันทร์แก่น (เบญจมราชูทิศ ราชบุรี)
✍🏻 หมอเค จเรตะกร้อ
*หมายเหตุ...ทุกอย่างเป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ (แสดงทรรศนะเขามาคุยกันได้ใต้คอมเมนต์นะครับ