09/05/2026
กรอบ Frame work ในการทำความเข้าใจแนวคิดการสวิงของทีม Dr.Young hoo-kwon จาก TWU ⛳️
ในรอบหลาย 10 กว่าปีที่ผ่านมา นับแต่ค้นพบการคำนวณระนาบสวิงใหม่นั้นคือ FSP ของทีมวิจัย ดร.ควอน ที่ถูกตีพิมพ์ ปี 2012 การค้นพบครั้งนี้เปลี่ยนกรอบคิดหลายอย่างที่เราเข้าใจในกอล์ฟ
นับแต่เราพบว่า Swing Plane ของกอล์ฟ ไม่ได้วิ่งอยู่บนระนาบเดียวอย่างที่ Ben Hogen หรือที่ Hank Haney เคยนำเสนอ แนวของสวิงไม่ได้วิ่งอยู่เป็นเส้นของก้านไม้กอล์ฟขณะจรดสวิงที่ลากผ่านลำตัว หรือลากผ่านหัวไหล่ ข้อค้นพบในปี 2012 ยืนยันอย่างชัดเจนว่า ร่างกายไม่ได้สวิงอยู่บนระนาบเดียวแบบนั้นตลอดสวิง และระนาบที่ค้นพบได้จริงอยู่ระหว่างที่ ก้านขนาดพื้นขณะดาวสวิง ไปจนถึง ก้านขนาดพื้นขณะส่งไม้ฟอลโลทรู นั้นคือเส้นทางของ เพลนสวิงที่เกิดขึ้นจริง และนี้คือกรอบคิดใหม่ที่เป็นฐานคิดสำคัญที่จะนำไปสู่การทำความเข้าใจอีกหลายอย่างต่อมา ซึ่งนำไปสู่การทำความเข้าใจวงสวิงใหม่ในอีก 5 เรื่อง (ตามความเข้าใจของผมที่ตามอ่านจากงานวิจัย บทสัมภาษณ์ และการเข้าฟังบรรยายจริง )
1.เปลี่ยนมุมมองการนิยามสวิงเพลนใหม่ที่วัดได้อย่างชัดเจน
2.การเปลี่ยนวิธีคำนวณ X-factor ที่มาอิงกลับ FSP
3.สวิงไม่ได้อยู่บนระนาบเดียวตลอดการสวิง คือมี off กับ on plane
4.จากแนวคิดที่ได้จาก FSP ได้ต่อยอดไปสู่ สวิงสามสไตล์คือ Planar,Spiral,Reverse Spiral
5.Wrist Release ที่ไม่ได้มีแค่เร็วกับช้า แต่ถูกระบุใหม่ถึง 4 แบบ
5 เรื่องนี้อิงจากฐานของการนิยามสวิงเพลนแบบใหม่ นี้คือรากฐานสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจกรอบวิธีคิดของ dr.kwon มากขึ้น
ไล่เรียงการทำความเข้าใจแนวคิดในวงสวิงของ ทีม Dr.Young hoo-Kwon
งานแรกที่ต้องไปอ่านคือ Assessment of planarity of the golf swing based on the functional swing plane of the clubhead and motion planes of the body points (Kwon,2012) คือเรื่องกาาค้นพบการนิยามสวิงเพลนแบบใหม่
ต่อมาคือ Validity of the X-factor computation methods and relationship between the X-factor parameters and clubhead velocity in skilled golfers (Kwon,2013) งานนี้เป็นงานแรกๆ ที่ประยุกต์จากการคำนวณ FSP มาขยายไปไกลขึ้น งานนี้เปรียบเทียบการคำนวณ X-factor ในแบบวิธีต่างๆ จนพบว่า X-foctor ไม่ได้มีผบต่อความเร็วของหัวไม้อย่างมีนัยสำคัญ
ต่อมาคือ Effects of pelvis-shoulders torsional separation style on kinematic sequence in golf driving (Han,2019) โดยงานนี้ศึกษา Kinematic sequence ที่ไปเชื่อมกับ X-factor โดยต้องการอยากรู้ว่า รูปแบบของกระดูกเชิงกรานและไหล่ ส่งผลต่อลำดับการเคลื่อนไหว อย่างไร งานนี้นำไปสู่การวางแบบจำลองที่ทีมงานเรียกว่า Inclined axle-chain system ซึ่งเป็นฐานสำคัญที่นำไปสู่การค้นพบ 5 สไตล์ของการเคลื่อนไหว ที่แยกได้จากรูปแบบของ กระดูกเชิงกรานและไหล่ ที่ฉายลงบนระนาบ FSP งานนี้ยังค้นพบรูปแบบการคลายข้อมือที่สำคัญด้วยคือ Recocking ที่พูดไปในโพสก่อน ก่อนที่จะมาศึกษาจริงจังในงานตีพิมพ์ 2025 จากทีมวิจัยของ Kwon
อีกงานที่ตีพิมพ์ ในปีเดียวกัน 2019 นั้นคือ Effects of the golfer-ground interaction on clubhead speed in skilled male golfers (Han,2019) งานนี้ผมว่ามีความน่าสนใจอย่างมากถ้าเทียบกับการศึกษาแรงปฎิกิริยาจากพื้นของนักกอล์ฟขณะสวิง ในงานชีวกลศาสตร์อื่นๆมักศึกษาแค่ว่า นักกอล์ฟมือดีถ่ายน้ำหนักยังไง ออกแรงเหยียบไปที่พื้นเท่าไหร่ในแนวดิ่ง แต่งานนี้มองไปไกลกว่าอีกว่า แล้วแรงที่กระทำต่อพื้นนั้นไปส่งผลให้เกิดการหมุนอย่างไรในระบบร่างกายนักกอล์ฟ โดยงานนี้ใช้กรอบคิด FSP มาเป็นฐานในการหาแกนหมุนหลักของร่างกายที่น่าจะมีผลต่อวงสวิง และนั้นคือ แนวหน้าหลังและแกนตั้ง อาจข้ามไปได้แต่คือ ถ้าไม่มีกรอบคิด FSP เราก็จะยืนยันไม่ได้ว่า ทำไมร่างกายจึงต้องหมุนรอบแกนหน้า หลังและแกนตั้งเป็นหลัก งาน FSP เป็นฐานให้ โดยงานนี้ค้นพบ ข้อแตกต่างของเท้าแต่ละข้างในการเป็นคานงัด และ ตัวบิด (ค่อยมาลงรายละเอียดอันนี้ผมแค่จะสื่อไปถึงกรอบคิด FSP ว่านำไปสู่เรื่องอะำรบ้าง)
ถ้างานของ Han (2019) ใช้ FSP เพื่อตอบคำถามว่าแรงปฏิกิริยาจากพื้นส่งผลต่อแกนหมุนของร่างกายยังไง งานชิ้นนี้ก็ใช้ FSP เพื่อมาไขความลับว่า การหมุนแบบไหนของร่างกายที่สร้างความเร็วหัวไม้ได้จริง ในอดีต งานวิจัยทางชีวกลศาสตร์มักจะพยายามหาความสัมพันธ์ของการขยับร่างกาย (เช่น การบิดแยกของไหล่และสะโพก หรือ X-factor) กับความเร็วหัวไม้ โดยวัดจากค่ามุมแบบ 3 มิติรวมๆ กัน ซึ่งมักจะได้ข้อมูลที่ปะปนกันจนผลสรุปคลาดเคลื่อน งาน Association between the on-plane angular motions of the axle-chain system and clubhead speed in skilled male golfers (Madrid,2020) เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ไม่ปนกัน กรอบคิด FSP จึงเป็น แว่นกรอง ให้ได้ข้อมูลที่สะอาดและแม่นยำขึ้น และนำไปสู่ความคิดเรื่องการแยกการคำนวณ On/off-plane ออกจากกัน โดยตั้งกติกาใหม่ว่า เราจะสนใจเฉพาะการหมุนที่อยู่ บนระนาบ FSP เท่านั้น เดะตอนท้ายผมพิมพ์บอกว่าทำไมถึงสนใจแค่ FSP เท่านั้น ว่าง่ายๆถ้าไม่เอากรอบคิด FSP มาจับ ข้อมูลส่วนนี้ในการวิจัยก็จะปนกันไปหมด จนไปเจอข้อค้นพบที่น่าสนใจว่า การเพิ่มและเร่งความเร็วในนักกอล์ฟมือดีนั้นคือการ เร่งและเบรกบนระนาบสวิง อย่างถูกต้อง
แต่ต่อมาคืองาน Linear relationships among the hand and clubhead motion characteristics in golf driving in skilled male golfers (kwon,2021) และเนื้อหาในงานวิจัยบางส่วนนี้ถูกจัดบรรยาย ในหัวข้อ สัมมนา Swing Morphology ที่ สนามกอล์ฟวินเทจกอล์ฟคลับ ในประเทศไทย ปี 2023 ซึ่งผมได้เข้าฟังบรรยายนั้นด้วย งานนี้ศึกษา การเคลื่อนที่ของมือ (Hand Motion Plane) เทียบกับ FSP ว่าไปส่งผลต่อพฤติกรรมของหัวไม้ยังไงบ้าง มีข้อค้นพบคือว่า พบรูปแบบการสวิงเป็น 3 แบบคือ Planar ,Spiral ,Reverse Spiral และระนาบของมือมัก ชันกว่า FSP 10 องศา สรุปง่ายแบบเร็วได้ว่า Hand motion กำหนดรูปแบบวงสวิง และนี่เป็น Frame work ใหม่ในการมอง swing faults
และต่อมาชิ้นล่าสุดที่ในเพจได้นำเสนอไปคือ Effects of on-plane wrist release style on morphological, temporal, and kinematic swing characteristic in golf drives performed by skilled male golfers (Cheng,2025) ซึ่งก็ใช้แนวคิดจาก FSP วางรากฐานของงานทั้งหมดตลอด 10 กว่าปี มาเป็นฐานคิดแนวทางการวิจัย จนนำมาสู่ข้อค้นพบ รูปแบบการคลายข้อมือ 4 แบบ ที่ทำให้เรามองเรื่องนี้ได้ละเอียดขึ้น
หากใครจะพยายามทำความเข้าใจเฟรมเวิร์ก ของ Kwon ในการวิเคราะห์วงสวิง น่าจะต้องไปตามไล่เรียงอ่านงานเหล่านี้ เราจะเห็นได้ว่า แนวคิด FSP คือฐานคิดสำคัญในการทำความเข้าใจวงสวิง ของสำนัก Kwon หากอยากเข้าใจ kwon ก็ต้องเข้าใจความสำคัญของ FSP ให้ได้เสียก่อน
เมื่อมี FSP ทีมวิจัยจึงเริ่มแยกได้ว่า
อะไรคือการเคลื่อนไหวที่เกิด “บนระนาบสวิงจริง” และอะไรคือการเคลื่อนไหวที่อยู่นอกระนาบ จนนำไปสู่การอธิบายเรื่อง X-factor, Kinematic Sequence, Ground Reaction Force, Hand Motion, Swing Morphology รวมถึง Wrist Release ได้ละเอียดและเป็นระบบมากขึ้น
และหัวใจของเฟรมเวิร์ก Kwon คือการมองสวิงกอล์ฟเป็นระบบกลไกที่เรียกว่า Inclined Axle-Chain System
Inclined Axle (แกนเอียง) ลำตัวของนักกอล์ฟที่เอียงเข้าหาบอลในขณะตี
Hub จุดกลางลำตัว (Mid-Trunk, MT) ที่เป็นจุดหมุนของระบบ functional double pendulum (อันนี้ยังเป็นสิ่งที่น่าสนใจคือจุดหมุนเคลื่อนที่ได้
Upper Lever (คานบน) เส้นจาก Mid-Trunk ถึง Mid-Hand เป็นคานเสมือนที่แทนทั้งแขนและไหล่
Lower Lever (คานล่าง) ไม้กอล์ฟ เส้นจาก Mid-Hand ถึงหัวไม้
Virtual Joint (ข้อต่อเสมือน) Mid-Hand (MH) ที่เป็นจุดเชื่อมระหว่าง Upper Lever และ Lower Lever (อาจจะยังเป็นข้อถกเถียงในหมู่นักวิจัย)
กรอบคิดนี้ทำให้วงสวิงไม่ได้ถูกมองเป็นเพียง ท่าทางแต่ถูกมองเป็นระบบการหมุน การเร่ง และการส่งต่อแรงในเชิงกลศาสตร์อย่างเป็นระบบ
ซึ่งมันก็คือภาพย่อยที่อยู่เบื้องหลังแนวคิดใหญ่ที่เรียกว่า K:GRAND=IO=SE ของ Kwon เอง
ผมมองว่าเฟรมเวิร์กนี้ไม่ได้มีความสำคัญแต่ในเชิงปฎิบัติหรือการสอนกอล์ฟเท่านั้น แต่มันยังสำคัญต่อวิธีการกำหนดระเบียบวิธีวิจัยในโลกของกอล์ฟด้าน ไบโอเทคคินานกส์อีกด้วย เพราะเมื่อเปลี่ยนนิยามของสิ่งที่เรียกว่า Swing Plane วิธีการวัด การคำนวณ และการตีความข้อมูลต่างๆ ก็เปลี่ยนตามไปทั้งหมด
ในมุมของผม หากต้องการเข้าใจแนวคิดของสำนัก Kwon ให้ลึกจริง สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจไม่ใช่เรื่อง release หรือ sequence แต่คือ เหตุผลที่ FSP ถูกอธิบายขึ้นมาเพราะ FSP คือฐานคิดที่เชื่อมงานวิจัยของทีมนี้ตลอดกว่า 10 ปีเข้าด้วยกัน
หวังเป็นนอย่างยิ่งว่าโพสนี้จะช่วยให้เข้าใจแนวคิดของทีมวิจัย Dr. Young-Hoo Kwon จากมหาลัย TWU ในการเข้าใจและวิเคราะห์วงสวิงกอล์ฟได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะมีการนำเสนองานใหม่ที่ใด หรือแม้แต่ตอน Dr.kwon ว่าบรรยานที่ไทย แนวทาวนี้น่าจะช่วยเตรียมพร้อมให้เราเข้าใจเบื้องต้นได้ก่อนไปฟังบรรยายในครั้งต่อๆไป
และแน่นอนว่า ในโลกของกอล์ฟยังมีอีกหลาย framework ที่ใช้อธิบายวงสวิงในมุมที่แตกต่างกัน นี่เป็นเพียงหนึ่งในกรอบคิดของทีม Dr. Young-Hoo Kwon เท่านั้น รอบหน้าจะเป็นของใคร ทีมไหนอย่างไรก็ฝากติดตามด้วยครับ
------
**อธิบายความเข้าใจ functional swing plane แบบง่ายที่สุด คือว่า ระนาบสวิงแบบเก่า คือการถ่ายวิดีโอนักกอล์ฟจากด้านหลัง แล้วลากเส้นผ่านก้านไม้หรือไหล่ แล้วบอกว่า นี่คือระนาบสวิงของ ซึ่งมันง่าย แต่มันเป็นแค่ภาพ 2D และเป็นแค่ช่วงเวลาเดียวในการสวิง ซึ่งละเลยส่วนสำคัญหลายอย่างมาก การมาของ FSP บอกว่า เส้นนั้นมันไม่ได้บอกอะไรที่สำคัญจริงๆ เพราะสิ่งที่กระทบลูกคือหัวไม้ ไม่ใช่ไหล่ ไม่ใช่ก้าน ดังนั้นสิ่งที่ควรดูคือ หัวไม้วิ่งไปในทิศทางไหน ในช่วงที่มันใกล้จะตีลูก นั่นคือตั้งแต่ก้านขนานพื้นในดาวน์สวิงไปจนถึงก้านขนานพื้นในฟอลโลว์ทรู รวมถึงจุดที่ตีลูก
ระนาบที่หัวไม้วิ่งผ่านในช่วงนั้น คือ สวิงเพลนที่มีคสามตรงกับความเป็นจริงมากกว่า เลยเรียกนิยามมันใหม่ว่า FSP
----
รูปจาก drkwongolf.info/biom/fsp.html
#วิทยาศาสตร์การกีฬา