วิเคราะห์บอลจริงจัง

วิเคราะห์บอลจริงจัง ทำไมคนรักกีฬา จะรักการอ่านด้วยไม่ได้ล่ะ ผู้สื่อข่าวสายกีฬา เขียนทุกอย่างตามความรู้สึกที่อยากเขียน ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านครับ
(1473)

เมื่อวานนี้ เป็นวันที่แฟนบอลไทย มีความสุขมากๆ ตั้งแต่กลางวัน ยัน กลางคืน เพราะมีเรื่องราวดีๆ เกิดขึ้นเยอะเลยจริงๆ ช่วงกล...
09/08/2026

เมื่อวานนี้ เป็นวันที่แฟนบอลไทย มีความสุขมากๆ ตั้งแต่กลางวัน ยัน กลางคืน เพราะมีเรื่องราวดีๆ เกิดขึ้นเยอะเลยจริงๆ

ช่วงกลางวัน 3 นักเตะไทย ได้สัมผัสสนามในระดับเจลีก ตามด้วยกลางคืน ทีมชาติชุดใหญ่คว้าชัยชนะเหนือเมียนมา ใน AFF รอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้าย เข้ารอบแบบ Win Rate 100% และยังไม่เสียประตูแม้แต่ลูกเดียวด้วย

เริ่มจากเรื่องแรกก่อน คือเจลีกครับ

อย่างที่เราทราบกันดีว่าตอนนี้ฟุตบอลญี่ปุ่นเปลี่ยนปฏิทินเรียบร้อย กลับมาเป็นฤดูกาลปกติอีกครั้ง (2026-27) ดังนั้นความจริงจังของทุกทีม จึงเพิ่มขึ้นจากซีซั่นพิเศษวาระ 100 ปี เยอะกว่าเดิมมาก

สำหรับ ธีรภัทร ปรือทอง ในซีซั่นพิเศษวาระ 100 ปี เขาได้ลงเล่นต่อเนื่อง แต่เราก็ไม่รู้ใจโค้ช ว่าพอซีซั่นปกติมาถึง เขาจะยังเป็นตัวหลักอยู่ไหม ซึ่งคำตอบจากเมื่อวานนี้คือ "ใช่" ธีรภัทร เป็นตัวหลักชัวร์ๆ แบบที่ยากจะมีใครเบียดตำแหน่งได้ด้วย

ศึก J2 คู่ที่เตะเร็วสุดเมื่อวานนี้ คือ 12.00 น. คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ลงสนาม พบกับ โทคุชิม่า วอร์ทิส

ธีรภัทร ลงปีกขวาตัวจริง และเล่นได้สุดยอดมาก ทำแอสซิสต์ได้ 1 ครั้ง ด้วยการจ่ายบอลให้วินิ เปโซโต้ ยิงไกลเข้าไป

ไม่เพียงแต่การแอสซิสต์นะครับ แต่การเล่นของธีรภัทร มันไหลลื่นมาก มันเนียนเป็นเนื้อเดียวกับนักเตะญี่ปุ่นไปเลย เด็กคนนี้พิเศษจริงๆ

มีจังหวะที่เขาใช้บอดี้บังบอลผู้เล่นญี่ปุ่นจนมิด แล้วชิงบอลมาได้ ก่อนครอสบอลไปเสาสอง แต่เพื่อนโหม่งออก ลูกนี้สวยมาก รวมถึงประตู 2-0 ที่เขาเป็นคนเริ่มต้นเพลย์ ก็สวยมากเหมือนกัน

แล้วถ้าเพื่อนร่วมทีม ใจกว้างให้ธีรภัทรสักหน่อย เห็นเขายืนโล่งๆ ก็ส่งบ้าง ผมว่าป่านนี้เจ้าเปามีชื่อบนสกอร์บอร์ดไปแล้วครับ

ฟอร์มแบบนี้ ไม่มีอะไรต้องคิดมาก ธีรภัทร จะติดทีมชาติไทยชุด FIFA Asean แน่นอน เผลอๆ ได้ออกสตาร์ตตัวจริงด้วย อายุแค่ 19 ไม่สำคัญ ถ้าเก่งพอ คุณก็แก่พอครับ

นัดนี้ นักเตะไทยอีกคนที่มีชื่อ นั่นคือ สุภโชค สารชาติ แต่เขาไม่ได้ลงสนามนะครับ ตอนนี้ปีกซ้ายตัวจริง เป็นของวินิ เปโซโต้ ดังนั้นเจ้าเช็กก็ต้องรอก่อนครับ แต่ซีซั่นอีกยาวไกล เดี๋ยวเขาก็กลับมาได้ครับ ไม่ต้องคิดมากขนาดนั้น

นักเตะไทยคนที่สอง ที่ได้ลงเล่นใน J2 ซีซั่นนี้ คือศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ได้ประเดิมสนามกับโอมิยะ อาร์ดิจา ในนัดแรกเลย ที่พบกับอัลบิเร็กซ์ นีงาตะ

แบงค์ ไม่ได้เล่นตัวจริง ตอนแรกจะได้ลงนาทีที่ 60 แต่เพื่อนร่วมทีมบาดเจ็บกะทันหัน ทำให้โค้ชต้องเลือกคนอื่นลงแก้ปัญหาก่อน อย่างไรก็ตาม นาทีที่ 74 แบงค์ก็ได้ลงอยู่ดี และนี่คือเจลีก นัดแรกของเขาด้วย

ศุภณัฏฐ์ ต้องการพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง ว่าเขาสามารถประสบความสำเร็จได้ในฟุตบอลต่างแดน หลังจากก่อนหน้านี้ เคยไปท้าทายตัวเองที่โอเอช ลูเวินมาแล้ว

ในแมตช์นี้ ศุภณัฏฐ์ ได้ลงเล่นในตำแหน่งปีกขวา และแม้จะอยู่ในสนามได้ไม่นาน แต่แบงค์ก็สร้างจังหวะยิงได้ 1 ครั้ง ซัดบอลด้วยซ้าย ติดขาโกล์ ออกหลังไปนิดเดียวเท่านั้น เกือบยิงได้เหมือนกัน

ส่วนจังหวะอื่นๆ ผมยังคิดว่าแบงค์ยังไม่ค่อยลิงค์ กับเพื่อนคนอื่นๆ ดูยังออกบอลช้าหนึ่งจังหวะอยู่ แต่สุดท้าย ศุภณัฏฐ์ ก็อยู่ช่วยทีมจนหมดเวลา แล้วเก็บชัยชนะได้ 1-0 เก็บสามแต้มล้ำค่าได้สำเร็จ

เรื่องฝีเท้า ทุกคนก็คงยอมรับว่าแบงค์เป็นตัวรุกที่เก่งที่สุด ที่ไทยเรามี ผมคิดว่าเขายึดตัวจริงได้แน่ แต่ต้องใช้เวลาปรับจูนกับสไตล์ฟุตบอลญี่ปุ่นก่อน และที่สำคัญคือไม่บาดเจ็บซ้ำอีกครั้ง

ความน่าสนใจคือ ธีรภัทร กับ ศุภณัฏฐ์ เล่นตำแหน่งเดียวกัน คือปีกขวา ดังนั้นกับทีมชาติชุดใหญ่ ก็คงต้องแย่งชิงตำแหน่งกันหน่อย แต่ผมคิดว่าแบงค์ยืดหยุ่นได้ดี อาจโดนจับโยกไปเล่นซ้ายได้ด้วย ก็ต้องดูการจัดการ ของแอนโธนี่ ฮัดสันล่ะครับ ว่าจะบริหารอย่างไร

เมื่อวานนี้ ยังมีนักเตะอีกคน ที่ได้เล่นในเจลีกด้วยนะครับ เขาคือ เจ้าแบน-ธนาวุฒิ โพธิ์ชัย ลงสนามในเกม J3 ให้สโมสร เอสซี ซางามิฮาระ เสมอ โรอัสโซ่ คุมาโมโตะไป 0-0 โดยธนาวุฒิได้ลงเล่นในนาทีที่ 72

ธนาวุฒิ เป็นนักเตะที่หนองบัว พิชญ ปล่อยยืมตัวไป J3 เพื่อให้เด็กได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ แล้วก็น่าดีใจนะครับ ที่เขาได้ลงเล่นโดยทันที หวังว่าอนาคตจะได้ลงสนามอีกเรื่อยๆ แล้วพอกลับไทย ก็จะอัพเกรดได้เยอะๆ เลย

ถือเป็นวันดีๆ ของนักเตะไทยในประเทศญี่ปุ่นครับ อันนี้ก็ต้องยินดีกับ BG Sports เจ้าของลิขสิทธิ์ J2 ในประเทศไทยด้วย เพราะเมื่อมีนักเตะไทยลงเล่น คนก็เข้ามาดูถ่ายทอดสดของพวกเขาเยอะขึ้นครับ

หลังจากดูฟอร์มของผู้เล่นไทยในญี่ปุ่นแล้ว เมื่อคืนนี้เวลา 20.00 น. ทีมชาติชุดใหญ่ ลงแข่ง AFF นัดสุดท้ายรอบแบ่งกลุ่ม เจอกับเมียนมา

สำหรับผม นี่เป็นเกมทีมชาติชุดใหญ่นัดแรกในรอบหลายปี ที่แข่งในบ้านแท้ๆ แต่ผมไม่ได้เข้าไปทำข่าวในสนาม เพราะผมเพิ่งผ่าตัดมาครับ คุณหมอบอกว่า รักษาเนื้อตัวก่อน อย่าเพิ่งไปไหน โดยเฉพาะวันฝนตก เดี๋ยวเป็นไข้ขึ้นมา อาการบาดเจ็บจะแย่ลงไปอีก

เอาไว้ผมอาการดีขึ้นอีกนิด ผมไปแน่ครับ เกมทีมชาติคือ Passion ของผมอยู่แล้ว ผมไม่อยากพลาดแม้แต่นัดเดียวครับผม

อย่างไรก็ตาม ผมก็ให้กำลังใจทีมช้างศึกของเรา ผ่านทาง True Visions Now ครับ ผมเปิดแอพจากมือถือ ความคมชัด 1080p แล้วใช้ระบบสมาร์ทวิว แคสต์ขึ้นทีวีครับ ก็เหมือนดูทีวีปกติเลย จอใหญ่สะใจ ไม่ต้องดูผ่านจอมือถือครับผม

สำหรับทีมชาติในเกมกับเมียนมานั้น well .. เราชนะไป 2-0 จากจุดโทษของวรชิต กนิตศรีบำเพ็ญในครึ่งแรก และ จุดโทษของเจะฮานาฟี มามะ ในครึ่งหลัง

โดนจุดโทษ 2 ลูกในเกมเดียว ไม่แปลกครับ ที่แฟนบอลเมียนมา และโค้ชเมียนมา ทุกคนจะโมโหกันหมด พวกเขาบอกว่าไม่ได้แพ้ไทย แต่แพ้กรรมการ

คือเรื่องนี้ ไทยเราจะไปทำอะไรได้ล่ะครับ ผู้ตัดสินหลัก และ ผู้ตัดสิน VAR มาจากชาติเป็นกลางทั้งหมดเลย เราไม่ได้ร้องขอว่าจะเอาจุดโทษเสียหน่อยจริงไหม

เมื่อเขาชี้เป็นจุดโทษ เราก็ทำหน้าที่ยิงปิดจ๊อบให้ได้ แค่นั้นเลย

ถามว่า 90 นาทีนัดนี้ เราเล่นสวยไหม ผมว่าก็ธรรมดา ไม่ได้หวือหวาอะไร เมียนมาจ่ายบอลเยอะกว่าไทยอีก (351 ครั้ง ต่อ 391 ครั้ง)

แล้วถ้าเมียนมาเปลี่ยนโอกาสที่ยิงชนคานสองดอก ให้เป็นประตูได้ เกมก็อาจจะตื่นเต้นกว่านี้ครับ

ผมเข้าใจได้ครับ ที่แฟนบอลบางส่วนจะผิดหวัง อยากให้เล่นสะใจกว่านี้หน่อย โดยเฉพาะคนที่ยอมตากฝนเข้าไปดูในสนาม คงคาดหวังจะเห็นอะไรที่พิเศษกว่านี้

อย่างไรก็ตาม ถ้ามองสถานการณ์ในภาพรวม ผมคิดว่าเราก็ได้รับทุกอย่างที่ต้องการแล้วครับ จากชัยชนะ 2-0 นัดนี้

1) ไทยได้คะแนนฟีฟ่า เวิลด์ แรงกิ้ง บวกเพิ่มอีก +1.41 เท่ากับว่า เล่นไป 4 นัด ได้แต้มเพิ่มเกือบ 6 แต้มแล้ว! อันดับโลกเราขึ้นไปอยู่อันดับ 90 ของโลก ได้อย่างสวยงาม

ครั้งสุดท้ายที่เราอยู่ติด Top 90 ของโลก ต้องย้อนกลับไปเดือนมีนาคม 2008 ยุคชาญวิทย์ ผลชีวินโน่นเลยครับ จากนั้นเราก็อยู่อันดับหลักร้อยมาเรื่อยๆ จนในที่สุด สามารถคัมแบ็กสู่ Top 90 ได้ในวันนี้

Top 90 ของโลก, Top 13 ของเอเชีย นี่เป็นสัญญาณที่ดีครับ ว่าเราจะไม่ถอยหลังเป็นทีม "ต่ำร้อย" เหมือนอดีตที่ผ่านมาอีกแล้ว

พอเราชนะ 4 นัด ได้แต้มบวก เกือบจะ 6 แต้ม ทำให้ในรอบรอง หรือ รอบชิง ต่อให้เราสะดุดแพ้บางเกม คะแนนฟีฟ่าก็ไม่โดนผลกระทบมาก ในแง่การรักษาแต้มฟีฟ่า ก็ต้องบอกว่าเป็นไปตามเป้าหมายแล้ว

2) ดาวรุ่ง 4 คน เสกสรรค์ ราตรี, ยศกร บูรพา, คคนะ คำยก และ ธีรศักดิ์ เผยพิมาย ได้พักฟื้นร่างกายเต็มๆ โดยไม่ได้สัมผัสเกมเลยแม้แต่นาทีเดียว นี่เป็นเรื่องดีครับ เพราะทั้ง 4 คน ต้องเล่นเยอะแน่ๆ ในแมตช์ที่เหลือ ดังนั้นถ้ามีเวลาพักฟื้นได้ แม้จะเพียงนิด ก็ควรทำครับ

3) ทีมชาติไทย เก็บคลีนชีทได้เป็นนัดที่ 4 ติดต่อกัน ถ้ารวมเกมอุ่นเครื่องเจอจีนด้วย ก็ 5 นัดแล้ว

มาซาทาดะ อิชิอิ ทำคลีนชีทติดต่อกันมากสุดให้ไทย ได้ 3 นัด, มาโน่ โพลกิ้ง 4 นัด เช่นเดียวกับเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง และปีเตอร์ รีด ที่ทำคลีนชีทได้สูงสุด 4 นัดติดกัน

ใช่ครับ AFF มาตรฐานเกมรุกมันก็ไม่ได้โหดมาก แต่การไม่เสียประตูทุกนัดในรอบแบ่งกลุ่มแบบนี้ ฮัดสันก็ควรได้เครดิตอะไรสักอย่างครับ

ต่อให้เป็นทีมอาเซียนก็เถอะ แต่การทำคลีนชีทติดๆ กัน ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะโปรแกรมแข่งถี่ๆ แบบถ้วย AFF ด้วยล่ะก็ เพราะนักเตะจะอ่อนล้ามาก แต่สุดท้ายเราสามารถปิดจ๊อบได้ ผมก็ไม่รู้จะหาอะไรมาตำหนิอะนะ

ส่วนตัวผมชอบกัมพล ปฐมอรรฆย์กุลจริงๆ จังหวะที่ควรรับได้ เขาก็รับได้ ไม่มีกระฉอก ไม่มีอะไรให้ต้องเสียว ส่วนสูง 178 ซม. ที่หลายคนกังวล ผมว่าเขาเล่นกลบจุดอ่อนตรงนั้นได้หมด 4 เกม 4 คลีนชีท ไม่ได้มาเพราะลัคกี้หรอกครับ

ในชุด FIFA Asean ผมว่าเป็นการบ้านให้ฮัดสันกลุ้มใจแน่ๆ ว่าจะยืนพื้นที่ปฏิวัติ คำไหม, จะใช้สรานนท์ อนุอินทร์ ที่เก็บคลีนชีทในเกมเยือนจีน หรือว่า จะมั่นใจในกัมพลที่ทำได้ดีใน AFF

3 คน 3 สไตล์ โค้ชปวดหัว แต่ก็เป็น Sweet Problem ของแฟนบอลครับ

โดยรวมแล้วเกมกับเมียนมาที่จบไป ดาวรุ่งได้โชว์ผลงาน ชวัลวิทย์ได้ลากเลื้อย เจะฮานาฟีได้ยิง ส่วนคนอื่นๆ ก็เล่นแบบมืออาชีพ

สารัช อยู่เย็น เข้าคู่กับชัยพล อดทนได้ดี ในพื้นที่มิดฟิลด์ คู่เซ็นเตอร์ 3 คนที่สลับกันลง ณัฐพงษ์, ทอม เบียร์ และ พรรษา ก็รู้งานของตัวเอง

ตัวสำรองทุกคนมีบทบาท ใหญ่บ้าง น้อยบ้าง แต่ทุกคนก็ประคับประคองกันจนทีม ชนะ 4 เกมรวดแบบนี้ ส่วนตัวผมพอใจครับ

25 นักเตะที่ถูกเรียกมา มีแค่ 4 คนเท่านั้น ที่ยังไม่ได้สัมผัสเกม คือ กรกฎ และ ฉัตรชัย นายทวารสำรองสองคน, พิชิตชัย เศียรกระโทก และ พาตริก กุสตาฟส์สัน ที่เพิ่งมาเสริมทีมเมื่อวันก่อน

อาจจะรู้สึกสงสารพิชิตชัยนิดหน่อย เพราะถ้ารอบแรกไม่ได้เล่น แบบนี้ช่วงที่เหลือในทัวร์นาเมนต์ ก็น่าจะไม่ได้ลงแล้ว แต่จุดนี้มันจะเป็นเครื่องช่วยกระตุ้นให้เขาได้อย่างดี ให้มุ่งมั่นมากขึ้น เพื่อโอกาสสัมผัสทีมชาติชุดใหญ่สักครั้งในอนาคต

แล้วก็เป็นการส่งสัญญาณของฮัดสันด้วยว่า แค่ติดทีมไม่ได้แปลว่าจะได้ลง แต่ต้องมีมาตรฐานที่สูงพอ ถึงจะได้ลงด้วยครับ

ในสเต็ปต่อไป นักเตะจะได้พักในวันนี้ครับ (อาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม) จากนั้นจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง เวลา 11.45 น. ของวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม เพื่อเตรียมตัวเดินทางไปสิงคโปร์ ลงเล่นรอบรองชนะเลิศต่อไปครับ

สุดท้าย ผมอยากส่งกำลังใจมากๆ ให้กับนักเตะทีมชาติไทยชุด AFF พวกเขาเจอสถานการณ์ต่างๆ รายล้อมขนาดนี้ แต่ก็ยังทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุด

- แฟนบอลโมโห ที่ไม่มีถ่ายสดทางฟรีทีวี (แล้วนักเตะจะไปทำอะไรได้)

- แฟนบอลไม่แฮปปี้ ทำไมไม่เรียกตัวท็อปๆ มาติดทีมด้วย (ก็มันอยู่นอกฟีฟ่าเดย์ จะให้ทำไง)

- แฟนบอลไม่พอใจ ที่นักเตะเล่นไม่มันส์ ไม่บดขยี้ (ก็ AFF เลื่อนโปรแกรมเอามาไว้ก่อนซีซั่นจะเริ่ม ผู้เล่นยังไม่ได้เริ่มเรียกความฟิตกันด้วยซ้ำ แล้วเป็นความผิดของนักเตะหรือ)

มีแต่ดราม่านอกสนามให้ปวดหัว แต่สตาฟฟ์โค้ช และนักเตะทีมชาติใน squad ตอนนี้ ยังรวมตัวกันเป็นหนึ่ง ยังเก็บชัยชนะมาได้ทุกนัดแบบ 100% ขนาดนี้ ผมว่ายอดเยี่ยมแล้ว

ความพยายามจุดนี้ มีคนเห็นแน่นอนครับ และถ้าสุดท้ายทีมชุดนี้ ก้าวไปคว้าแชมป์ได้จริงๆ เชื่อไหม ว่าความสะใจจะเพิ่มขึ้น 2 เท่าเลยครับ

ฟุตบอลถ้วยแรกของประเทศอังกฤษ เปิดฉากกันไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อคืนนี้ นั่นคือ "คาราบาว คัพ" รอบแรกนั่นเองครับมิดเดิลสโบรห์ เอ...
08/08/2026

ฟุตบอลถ้วยแรกของประเทศอังกฤษ เปิดฉากกันไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อคืนนี้ นั่นคือ "คาราบาว คัพ" รอบแรกนั่นเองครับ

มิดเดิลสโบรห์ เอาชนะ เร็กซ์แฮมไป 1-0 เขี่ยทีมของไรอัน เรย์โนลด์ ตกรอบไปอย่างรวดเร็ว นี่ล่ะครับ เกมน็อกเอาต์แบบนี้ ถ้าคุณพลาดนัดเดียวก็ปิ๋วยาวไปเลย

คาราบาว คัพ เป็นถ้วยที่จะแข่งขันเฉพาะทีมจาก 4 ลีกสูงสุดของอังกฤษเท่านั้น คือ พรีเมียร์ลีก, แชมเปี้ยนชิพ, ลีกวัน และ ลีกทู

รอบแรก จะเป็นการปะทะกันของทีมจาก 3 ลีกรอง โดยทีมจากพรีเมียร์ลีก จะได้บายทั้งหมด แล้วมาเริ่มแข่งตั้งแต่รอบ 2 เป็นต้นไปครับ

ช่วงนี้ ทีมมหาชนอย่าง ลิเวอร์พูล, แมนฯ ยูไนเต็ด, อาร์เซน่อล, เชลซี ฯลฯ ยังไม่ได้ลงแข่ง แต่ต้องบอกว่า คุณภาพของถ้วยนี้ก็ยังสนุก ทีมจากลีกรองๆ เล่นกันมันส์อยู่นะครับ

ถ้าใครอยากดูบอลแล้ว รอไม่ไหวแล้ว ไม่เอาแมตช์กระชับมิตรแล้ว วันนี้่ช่องโมโนแม็กซ์ มีถ่ายคาราบาว คัพ 5 คู่เลยครับ พร้อมพากย์ภาษาไทย ไปดูกันได้แบบจุใจเลย

20.00 คิวพีอาร์ vs มิลล์วอลล์
21.00 ดาร์บี้ vs ลินคอล์น
21.00 สวอนซี ซิตี้ vs เบอร์มิงแฮม
21.00 เวสต์แฮม vs พอร์ทสมัธ
23.30 โคลเชสเตอร์ vs เซาธ์แฮมป์ตัน

คนที่เป็นลูกเพจผม ก็จะทราบดี ว่าผมเป็นแฟนบอลทีมอะไรในพรีเมียร์ลีก แต่ถ้าบิดคำถามนิดๆ ว่า แล้วถ้าเป็นทีมจาก "ลีกรอง" ล่ะ ผมชอบทีมไหนเป็นพิเศษ?

คำตอบของผม อาจจะแปลกๆ หน่อย นั่นคือสโมสรชื่อ เอ็กเซเตอร์ ซิตี้ ที่เล่นอยู่ในระดับลีกทู (ดิวิชั่น 4) ณ เวลานี้ครับ

ด้านหลังโกล์ในสนามเซนต์ เจมส์ พาร์ก ของเอ็กเซเตอร์ จะมีแบนเนอร์ขนาดใหญ่ ที่เขียนด้วยคำว่า "We Own Our Football Club" (เราเป็นเจ้าของทีมของตัวเอง)

ความหมายก็ตามนั้นเลย เอ็กเซเตอร์ เป็นเพียงไม่กี่ทีมในระบบฟุตบอลอังกฤษ ที่มีเจ้าของทีมเป็นแฟนบอล ไม่ใช่นายทุนครับ

โมเดลของสโมสรฟุตบอลที่อังกฤษนั้นก็ชัดเจน คือ เจ้าของทีมส่วนใหญ่ จะเป็นเศรษฐี จากนั้นก็จ้างคนมาบริหารต่อ เช่น เจ้าของอาร์เซน่อล คือ ตระกูลโครเอ็นเก้ หรือ เจ้าของแมนฯ ยูไนเต็ด คือตระกูลเกลเซอร์ส เป็นต้น

เจ้าของทีมส่วนใหญ่ ไม่ได้มีความผูกพันอะไรกับสโมสร แต่มองว่าเป็นสินทรัพย์ที่สามารถนำไปต่อยอด และทำกำไรได้ ดังนั้นการตัดสินใจหลายๆ อย่างก็จะอิงที่ผลประโยชน์เป็นหลัก ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ

สำหรับเอ็กเซเตอร์นั้น เป็นทีมที่โชคร้าย เพราะเจ้าของแต่ละคนที่เข้ามา ถ้าไม่รวยจริง ก็ไม่รักทีมจริง

เจ้าของเดิมในยุค 1990s ของเอ็กเซเตอร์ ชื่อ อิวอร์ โดเบิ้ล ทำธุรกิจร้านเพชรพลอย แต่สุดท้ายทำทีมเจ๊ง จึงตัดสินใจขายทีม ให้จอห์น รัสเซลล์ กับ ไมค์ ลูอิส นักธุรกิจอีกราย ในปี 2002

ปรากฏว่า ทั้งสองคนเป็นมิจฉาชีพ เข้ามาสูบเงินจากสโมสร มีการยักยอกงบของทีม เอาไปใช้จ่ายส่วนตัว สุดท้ายโดนจับได้ ศาลสั่งรัสเซลล์ จำคุก 21 เดือน ส่วนลูอิส ถูกลงโทษด้วยการทำงานรับใช้ชุมชน 200 ชั่วโมง

เอ็กเซเตอร์ เจอแต่คนไม่ดี หวังจะเข้ามากอบโกยผลประโยชน์ แฟนบอลไม่รู้จะเชื่อใจใครได้ เพราะถ้ามีเจ้าของใหม่ ก็อาจจะวนลูปแบบเดิมอีกครั้ง

ช่วงซัมเมอร์ ปี 2003 ณ เวลานั้น เอ็กเซเตอร์ ตกชั้นไปเล่นในคอนเฟอเรนซ์ (ดิวิชั่น 5) กลุ่มแฟนบอลพันธุ์แท้ของสโมสร จึงตัดสินใจว่า จากนี้ไป สโมสรไม่จำเป็นต้องมีนายทุนเป็นเศรษฐีอีก แต่แฟนบอลจะมาเป็นเจ้าของร่วมกัน และตัดสินใจในประเด็นสำคัญด้วยกัน

แฟนบอลเอ็กเซเตอร์ ได้ทำการตั้ง "ทรัสต์" หรือว่าง่ายๆ คือองค์กรที่ตั้งขึ้นมาโดยแฟนบอลตัวเอง จากนั้นก็ไล่ซื้อหุ้นของสโมสร จนสุดท้าย เก็บได้ถึง 53% กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในที่สุด

ในแต่ละปี แฟนบอลจะทำการโหวต คัดหาตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่บริหารสโมสร โมเดลนี้จะคล้ายๆ กับระบบ 50+1 ของบุนเดสลีกา ที่จะมีแฟนบอลเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เสมอ

นั่นแปลว่า นับจากปี 2003 เป็นต้นมา เอ็กเซเตอร์ กลายเป็นทีมแรกในอังกฤษ ที่แฟนบอลเป็นเจ้าของร่วมอย่างแท้จริง มีอำนาจในการโหวตเลือกผู้บริหาร ไม่ใช่ แค่ทำหน้าที่เป็นลูกค้าจ่ายเงินเข้าไปดูในแต่ละแมตช์เฉยๆ

การมีเจ้าของเป็นแฟนบอล มีทั้งข้อดี และ ข้อเสียปนๆ กัน

ข้อเสีย คือ ทีมไม่มีเม็ดเงินจากฟากฟ้าลงมาช่วย นึกภาพมหาเศรษฐีใจดี อัดฉีดเงินจนเลื่อนชั้นได้อย่างรวดเร็ว แบบเร็กซ์แฮม ที่เลื่อนชั้น 3 ปีติด เหตุการณ์แบบนั้น จะไม่เกิดขึ้นกับเอ็กเซเตอร์

นิค ฮอว์เกอร์ ประธานทรัสต์ อธิบายแบบเข้าใจง่ายว่า "มันเหมือนคุณบริหารธุรกิจในครอบครัวนั่นแหละ คุณจะไม่คิดใช้จ่ายเงินที่ตัวเองไม่มี นั่นคือหลักการของเราเลย เราแค่จะทำให้ดีที่สุด ในงบประมาณที่จำกัดเท่านั้น"

นึกภาพออกไหมครับ ว่า ทีมงานจากทรัสต์ ก็จะทำหน้าที่หาสปอนเซอร์ และ ขายตั๋วไปด้วย ได้เงินเท่าไหร่ ก็เอาไปพัฒนาทีม ถ้าบางปีโชคดีหน่อย ในคาราบาว คัพ หรือ เอฟเอ คัพ จับสลากได้เจอบิ๊กทีม ก็สามารถเอาเงินก้อนนั้นมาอัพเกรดทีมได้ แต่ในยามปกติ ก็แค่ประคองๆ ตัวไว้ให้รอดก็พอแล้ว

นอกจากนั้นก็พยายามใช้ระบบอะคาเดมี่ให้เยอะที่สุด เพราะทีมไม่มีเงินไปจ้างบิ๊กเนม ดังนั้นจึงเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ลงสนามต่อเนื่อง ซึ่งบางทีก็ปั้นเพชรขึ้นมาได้ เช่น โอลลี่ วัตกินส์ ก็มีจุดเริ่มต้นมาจากอะคาเดมี่ของเอ็กเซเตอร์นี่เอง

เอ็กเซเตอร์ ตกชั้นไปเล่นคอนเฟอเรนซ์ลีก 5 ปี แต่ในที่สุดก็คัมแบ็กกลับมาในระบบฟุตบอลลีกได้สำเร็จในปี 2008 จากนั้นก็วนเวียนสลับไป ระหว่างลีกทู กับ ลีกวัน แต่ ณ ปัจจุบัน ในฤดูกาล 2026-27 พวกเขาจะเล่นอยู่ในระดับลีกทู อังกฤษ

โมเดลแบบนี้ในฟุตบอลอังกฤษ ก็ต้องบอกว่าประสบความสำเร็จช้า เพราะไม่มีเงินทุนอัดฉีดอย่างรวดเร็ว แต่นี่คือแนวทางที่สโมสรเอ็กเซเตอร์ภาคภูมิใจ เพราะรู้สึกว่า สโมสรฟุตบอลเป็นทรัพย์สินของคนในเมืองอย่างแท้จริง

แบร์รี่ ฟูลส์ โฆษกสโมสรเอ็กเซเตอร์ สรุปไว้อย่างน่าสนใจว่า "ในโลกของฟุตบอล มันจะมีหลายทีม ที่เลือกเดิมพันแบบ ไม่ปัง ก็พังไปเลย เราเห็นหลายๆ ทีมประสบความสำเร็จแป้บเดียว แต่สุดท้ายก็ล้มละลาย มีเคสแบบนี้เยอะมาก"

ตัวอย่างเช่น แม็คเคิลส์ฟิลด์ ทาวนฺ์ สโมสรทีมีอายุมากกว่า 150 ปี ปัจจุบันยุบสลายทีมไปแล้ว เพราะปัญหาทางการเงิน

"แม้แต่ทีมในพรีเมียร์ลีกก็มีหลายเคสให้เราเห็น อาจจะประสบความสำเร็จสัก 2-3 ซีซั่น แต่รู้ตัวอีกทีก็ตกชั้นแล้ว"

"คำถามคือ เราอยากจะเดิมพันตัวเองแบบนั้นไหม หรือเราจะเลือกวิธีการเติบโตอย่างยั่งยืน แบบที่เราทำมาตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมา ผมคิดว่า คุณคงเดาคำตอบได้ไม่ยากนะ"

เอ็กเซเตอร์ จะขอเดินทางนี้ คือค่อยๆ โต จะไม่ขายหุ้นเพื่อดึงเอานายทุนที่ไหนมาเป็นเจ้าของทั้งนั้น ถ้าทีมจะจมอยู่กับลีกวัน ลีกทูไปตลอดก็ไม่เป็นไร ขอแค่ทีมไม่ล่มสลาย และไม่ตกเป็นของคนไม่จริงใจ แค่นั้นทีมก็พอใจแล้ว

ดังนั้นในลีกรองทั้งหมด ถ้าถามว่าผมชอบทีมไหนเป็นพิเศษ ก็คงต้องได้ว่าเอ็กเซเตอร์ เพราะพวกเขามีจุดยืนที่ชัดเจนจริงๆ ทีมจะโตได้แค่นี้ ก็ไม่เป็นไร แต่อย่างน้อย สโมสรของตัวเองก็จะไม่ยกให้ใครมาปู้ยี้ปู้ยำเด็ดขาด

สำหรับเอ็กเซเตอร์ จะลงเล่นเป็นทีมสุดท้ายในคาราบาว คัพ รอบแรก ในคืนวันที่ 10 สิงหาคม โดยจะไปเยือนพลีมัธ อาร์ไกล์ จากลีกวันครับ

จริงๆ แล้วทีมเล็กๆ ในระดับแชมเปี้ยนชิพ ลีกวัน และ ลีกทู ต่างมีสตอรี่ที่น่าสนใจของตัวเองทั้งนั้นเลยครับ ไว้อนาคตจะหาแง่มุมของทีมอื่นมาเล่าให้ฟังอีกนะครับผม

สุดท้ายขอย้ำอีกครั้งว่า คาราบาว คัพ ฤดูกาลที่ 10 ที่คาราบาวเข้าไปเป็นเมนสปอนเซอร์ ให้ถ้วยอีเอฟแอล คัพ ตอนนี้ระเบิดแล้วนะครับ ติดตามการถ่ายทอดสดยาวๆ ไปเลย ตั้งแต่รอบแรก จนถึงรอบชิงชนะเลิศได้เลย ผ่านทางโมโนแม็กซ์ครับผม

#เชียร์บอลเชียร์บาว #เชียร์ได้สุดเชียร์กับคาราบาว ิเคราะห์บอลจริงจัง

วินิซิอุส จูเนียร์ ซูเปอร์สตาร์ชาวบราซิล ต่อสัญญากับสโมสรเรอัล มาดริด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะอยู่กับทีมราชันชุดขาวไปจ...
07/08/2026

วินิซิอุส จูเนียร์ ซูเปอร์สตาร์ชาวบราซิล ต่อสัญญากับสโมสรเรอัล มาดริด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะอยู่กับทีมราชันชุดขาวไปจนถึงปี 2032

เรื่องนี้ก็ไม่น่าจะมีอะไรซับซ้อน แต่ที่ประเทศไทย กลับมีดราม่าสนุกๆ ขึ้นมาครับ แล้วสุดท้าย มันลงเอยแบบไหน เดี๋ยวผมจะไปเล่าให้ฟังนะครับ

วินิซิอุส จูเนียร์ ปัจจุบันอายุ 26 ปี ถือว่าอยู่ในจุดพีกของอาชีพค้าแข้ง ถ้าพูดถึงเรื่องฝีเท้าในสนาม ตอนนี้เขาคือเบอร์หนึ่งของบราซิลอย่างแน่นอน ผลงานทั้งกับสโมสร และแม้แต่ในฟุตบอลโลก ก็ชัดเจนอยู่แล้ว

แบ็กกราวน์ของวินิ เขาเป็นเด็กพรสวรรค์ตั้งแต่อยู่ฟลาเมงโก้แล้ว ทุกคนรู้ว่าเด็กคนนี้ดังแน่ๆ ทำให้เรอัล มาดริด จองตัวเอาไว้ล่วงหน้า 1 ปี จ่ายเงินให้ฟลาเมงโก้ ตั้งแต่วินิยังอายุแค่ 16 ปี กับ 10 เดือน ด้วยค่าตัวสูงถึง 46 ล้านยูโร

จากนั้นก็รอไปเรื่อยๆ จนวินิอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ ค่อยดึงมาเล่นที่สเปน แบบถูกต้องตามกฎหมาย

ไม่นานนัก วินิซิอุส ก็ปรับตัวได้กับเรอัล มาดริด เขากลายเป็นคีย์แมนของทีม และยิงประตูสำคัญมากมาย โดยเฉพาะในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศปี 2022 ที่ช่วยทีมชนะลิเวอร์พูล และ ในนัดชิงปี 2024 ที่ช่วยทีมชนะโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

ความน่าสนใจอยู่ตรงนี้ คือหลังจบฟุตบอลโลก 2026 ปั๊บ วินิ เหลือสัญญากับเรอัล มาดริดแค่ 1 ซีซั่น และยังไม่มีความชัดเจนว่าจะอยู่ต่อ หรือ จะย้ายทีม

ดูเขาไม่พอใจกับข้อเสนอที่ได้รับจากเรอัล มาดริด และดูจะแอบๆ เปิดใจพร้อมย้ายไปสโมสรอื่นด้วย

จุดนี้เอง ที่อาร์เซน่อล ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีก มองเห็นโอกาส และกระโดดมาแจมด้วยทันที โดยพร้อมจ่ายค่าตัว 130 ล้านปอนด์ แพงที่สุดเท่าที่สโมสรเคยควักเงินจ่ายใครสักคน และแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ เพื่อปิดดีลเอาวินิ มาอยู่ลอนดอนให้ได้

เช่นเดียวกับค่าเหนื่อย ที่พร้อมจ่ายในระดับ 5 แสนปอนด์ ซึ่งอาร์เซน่อลก็ไม่เคยจ่ายให้ใครขนาดนี้มาก่อนเช่นกัน

ข่าวนี้ ทำให้แฟนๆ ปืนใหญ่ตื่นเต้นมาก ลองคิดดูว่า ขวาเป็นซาก้า ซ้ายเป็นวินิ ทั้งคู่ช่วยกันป้อนบอลให้โยเคอเรสถล่มประตู จะทำให้เกมรุกของอาร์เซน่อลไร้เทียมทานขนาดไหน และบางที แชมป์ยุโรปที่พวกเขารอคอย อาจมาถึงทันทีเลยก็ได้

สื่อมวลชนเริ่มมีการเชื่อมโยงดีลนี้ เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างสองสโมสร อาร์เซน่อล กับ เรอัล มาดริด ถือว่ายอดเยี่ยม ไม่มีปัญหาอะไรกัน ในอดีตปี 2013 อาร์เซน่อลจ่ายเงิน 42 ล้านปอนด์ เป็นสถิติสโมสรขณะนั้นซื้อเมซุต โอซิลมาแล้ว ดังนั้นจะแปลกอะไร ถ้าจะทุ่มเงินซื้อวินิในวันนี้อีกครั้ง

แล้วในมุมของเรอัล มาดริด นักเตะเหลือสัญญา 1 ปี ถ้าหากไม่ขายวันนี้ ซัมเมอร์หน้าอาจจะเสียตัวฟรีๆ ไปตามกฎบอสแมนเลยก็เป็นได้ ดังนั้น การยอมขายในราคา 130 ล้านปอนด์ กำเงินสดไว้ก่อน ก็ดูสมเหตุสมผลดี

กระแสข่าวไหลไปทางอาร์เซน่อล แรงขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับการที่ วินิลบโพสต์ทั้งหมด และ ลบรูปโพรไฟล์ของตัวเองในไอจี ยิ่งทำให้คนคิดว่า หรือจะอยากสิ้นสุดเส้นทางที่มาดริดแล้ว

ไม่เพียงแค่นั้น เดวิด ออร์นสตีน นักข่าวระดับ Tier 1 บอกว่า โอกาสที่อาร์เซน่อลจะได้ตัววินิ อยู่ที่ 50-50 มีลุ้นเยอะขนาดนั้นเลย

น้ำหนักดูเหมือนจะเทมาที่อาร์เซน่อล อย่างไรก็ตาม มีนักข่าวชาวไทยคนหนึ่ง ชื่อ เจมส์ ลา ลีกา (อาวุธ จิวรากรานนท์) ยืนยันหนักแน่นมาตลอดว่า วินิซิอุสมีโอกาสจะอยู่เรอัล มาดริดต่อ เยอะกว่ามาก

เขาพูดแมสเซจนี้หลายครั้ง ทั้งในโซเชียลมีเดียของตัวเอง รวมถึงเวลาไปออกรายการต่างๆ ก็ชัดเจนในแนวคิดเสมอ

เจมส์ ลา ลีกา คือใคร? เขาคือนักข่าวชาวไทยแค่ไม่กี่คน ที่ "พูดสเปน" ได้ ในอดีตเขาเคยไปประจำอยู่ที่กรุงมาดริด ในฐานะนักข่าวของสยามกีฬา และทำงานเชื่อมโยงกับฟุตบอลไทยหลายอย่าง

เช่น ตอนธีรศิลป์ แดงดา ไปเล่นอยู่กับอัลเมเรีย คุณเจมส์ก็เป็นล่ามให้มุ้ย หรือ ตอนเมืองทอง เป็นพาร์ทเนอร์กับแอตเลติโก้ มาดริด ก็มีคุณเจมส์คอยประสานเชื่อมโยงให้

เขาเป็นนักข่าวที่มีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง เข้าชมเกมในสเปนมาแล้วนับไม่ถ้วน เป็น Expert โดยตรงเรื่องบอลสเปน แบบหาตัวจับได้ยากมาก

ในเรื่องวินิ คุณเจมส์อธิบายเหตุผล ว่าทำไมวินิจะอยู่เรอัล มาดริดต่อ โดยพูดในรายการ Final Call ทาง PPTV ว่า

"(โอกาสไปอาร์เซน่อล) มี แต่ผมว่าค่อนข้างน้อย โอเค นักเตะเหลือสัญญาปีเดียวใช่ไหม อาร์เซน่อลบอกว่า งั้นผมพร้อมจ่าย 120 130 ล้านปอนด์ ซึ่งถ้าเราประเมินว่า นักเตะเหลือสัญญาปีเดียว มันเป็นมูลค่าที่มหาศาลมาก แต่เราต้องอย่าลืมว่า วินิซิอุส มูลค่าจริงๆ ของเขาไม่ใช่ 130"

"เมื่อ 4 ปีก่อน เรอัล มาดริด เซ็นสัญญากับวินิซิอุส และมีข้อตกลงว่า ค่าลิขสิทธิ์ภาพลักษณ์ ต้องแบ่งให้สโมสร 50 เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันวินิซิอุส มีสปอนเซอร์ 17 ตัว ปีนึงหาเงินได้เท่าไหร่ครับ แล้วค่าเหนื่อยวินิซิอุส 21 ล้านยูโร หมายความว่า มาดริด แทบไม่ต้องจ่ายค่าเหนื่อยของวินิซิอุสเองด้วยซ้ำ"

"วินิซิอุส ได้เงินจากสปอนเซอร์มา ก็ต้องแบ่งให้เรอัล มาดริดครึ่งนึง แล้วเรอัล มาดริด ก็เอาเงินก้อนนั้นแหละจ่ายค่าเหนื่อยให้วินิซิอุสไปเลย"

"ดังนั้น ผมคิดว่าเรอัล มาดริด ปล่อยวินิลำบากครับ เพราะมันคือห่านที่ออกไข่เป็นทองคำ ห่านตัวนี้ออกไข่เป็นทองคำทุกเดือน แล้วคุณขายมันทิ้งทำไม เงินมหาศาลที่จะได้มาอีกในอนาคต คุณจะทิ้งไปหรอ"

"แล้วในสนามเขาก็ทำผลงานได้ด้วย เก่งด้วย เป็นซูเปอร์สตาร์อยู่ ถ้าผมเป็นเรอัล มาดริด ผมจะยอมปล่อยให้อาร์เซน่อลไหม ผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้นักเตะอยู่ต่อ"

"มีหลายคนบอกว่า ถ้าอยู่เรอัล มาดริดต่อก็อาจไม่ได้เป็นเบอร์หนึ่ง เขาอาจเป็นรองเอ็มบัปเป้ หรือ จู๊ด เดี๋ยวมีดิโอมองเด้เข้ามาอีก แต่สุดท้ายมันก็ต้องชั่งใจ แล้วเอามาเทียบกัน ระหว่างเรอัล มาดริด กับ อาร์เซน่อล"

คุณเจมส์เสริมต่อว่า อาร์เซน่อลไม่ใช่ทีมที่ไม่ดี แต่เรอัล มาดริด คือทีมที่มีการตลาดยิ่งใหญ่มาก โดยเฉพาะกับกลุ่มอเมริกาใต้ ดังนั้นก็เป็นเครื่องมือ ที่จะช่วยให้วินิ โด่งดังยิ่งขึ้นเหมือนกัน

ถ้าเขาอยู่กับเรอัล มาดริดต่อ ไม่ว่าจะทำอะไร จะไปไหน จะโพสต์อะไร ก็จะมีคนไลค์ คนแชร์ มหาศาลเสมอ ก็เป็นประโยชน์มากในแง่ธุรกิจ ซึ่งก็ไม่แน่ว่า ถ้าย้ายไปอาร์เซน่อลเรื่องพลังนอกสนามจะลดลงไปหรือไม่

เมื่อหักลบเหตุผลแล้ว คุณเจมส์มองว่า โอกาสที่จะอยู่เรอัล มาดริดต่อมีสูงกว่ามาก

คือต้องบอกว่า เป็นการฟันธงที่สวนกระแสมาเลย เพราะตอนนั้นอาร์เซน่อลมีข่าวแรงขึ้นเรื่อยๆ ว่าใกล้ปิดดีลแล้ว

จริงๆ ก็เป็นทรรศนะของนักข่าวคนหนึ่ง ที่เสนอความเห็นของตัวเอง มันก็ไม่ควรจะมีอะไร แต่ที่กลายเป็นดราม่า เพราะคุณเจมส์ โดนแฟนบอลอาร์เซน่อลกลุ่มหนึ่ง แนวเกรียนๆ หน่อย ลากไปด่า ลากไปแซะยับเลย

มีคนไปตามคอมเมนต์แซะที่เพจ PPTV บางคนก็มาแซะตามที่ต่างๆ บางคนก็เอาไปแชร์ในกลุ่มแฟนบอลอาร์เซน่อลในประเทศไทย

มีคอมเมนต์หนึ่ง พิมพ์ว่า "มั่นใจมากป่าวแว่น"

อีกคอมเมนต์หนึ่ง พิมพ์ว่า "แลดูไม่อยากให้ปืนได้ แล้วดูแว่นใส่เสื้อซิ แหมๆๆ" อันนี้คือแซะ ที่คุณเจมส์ใส่เสื้อเรอัล มาดริด มาจัดรายการพอดี

อีกคอมเมนต์ด่าว่า "มั่นโหนก"

อีกคอมเมนต์หนึ่งด่าว่า "ส่วนตัวผมนะแว่น อาร์เซน่อลแล้วมันยังไง โอซิล โอเดการ์ด ก็เคยได้มาแล้ว ทำไมวินิซิอุสจะมาไม่ได้หรอครับ มาดริดมือเปล่ามา 2 ปีแล้วนะคับ"

อีกคอมเมนต์แซะว่า "แว่นเป่าซะ อีก 2 คนเชื่อเลย เชื่อผมเถอะ น้องนิหน่า น้องป๊อป วินิมาแน่นอน"

แล้วก็อีกสารพัดที่จะแซะจะด่า คุณเจมส์ "ออกตัวแรงระวังล้อฟรีน้า" หรือ "ระวังหน้าแหกนะครับ"

ต้องบอกว่า อ่านในช่องคอมเมนต์แล้วเซอร์ไพรส์เหมือนกัน เพราะคุณเจมส์ไม่ได้โจมตีอะไรอาร์เซน่อลเลย เขาวิเคราะห์ตามเนื้อผ้าเฉยๆ ซึ่งมันก็จริงตามนั้น อาร์เซน่อลไม่ใช่ไม่ดี แต่เรอัล มาดริด มีมูลค่าการตลาดที่เยอะกว่าอยู่แล้ว ทุกคนต้องยอมรับจุดนี้

คุณเจมส์โดนแซะ โดนด่าฟรีอยู่พักใหญ่ แต่สุดท้ายเรื่องนี้ก็จบลงที่ วินิซิอุส ต่อสัญญากับเรอัล มาดริด ถึงปี 2032 ตามที่เขาวิเคราะห์ไว้จริงๆ!

เรอัล มาดริด ต่อสัญญาฉบับใหม่เรียบร้อย โดยรายงานเผยว่า เขาจะได้รับค่าเหนื่อยใกล้เคียงกับคีลียัน เอ็มบัปเป้ ที่สัปดาห์ละ 600,000 ยูโร นอกจากนั้นยังจะได้รับโบนัสเซ็นสัญญา และ ปรับปรุงลิขสิทธิ์ภาพลักษณ์อีกต่างหาก

สุดท้ายมันก็เป็นเรื่องของตัวเลข คือใจของนักเตะอยากต่อกับมาดริดอยู่แล้ว เผลอๆ อาจจะเอาอาร์เซน่อลมาเป็นแค่เครื่องมือ เพื่อให้มาดริดกระตือรือร้นเฉยๆ ก็ได้

นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่นักเตะเรอัล มาดริด ใช้กลยุทธ์นี้ ปี 2015 เซร์คิโอ รามอส มีการพูดคุยกับฝั่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึงขั้นยื่นข้อเสนอกันมาแล้วเรียบร้อยด้วย แต่สุดท้าย พอจะเสียนักเตะไปจริงๆ เรอัล มาดริด จึงต้องอัพค่าเหนื่อยให้ และต่อสัญญาไปอีก 5 ปี

บางครั้งสโมสรในอังกฤษ ก็เป็นแค่ตัวหลอกตัวล่อเฉยๆ เหมือนเอาไว้ลองใจแฟนตัวจริง ว่าถ้าเธอไม่ทุ่มเทให้ฉันหน่อย ฉันก็มีตัวเลือกเหมือนกันนะ

สำหรับเคสของวินินั้น ต้องบอกว่าฝั่งเรอัล มาดริด ยอมขนาดนี้ เพราะหักลบเหตุผลแล้วว่าการเสียวินิไป หาตัวแทนยากกว่ามาก ดังนั้นเก็บเอาไว้เพื่อร่วมงานกันต่อดีกว่า

บาร์เซโลน่าในฤดูกาลหน้า จะแข็งแกร่งมาก ยิ่งพวกเขาได้โรดรี้มาอีกคน ทั้งทีม เรียกได้ว่าครบเครื่องสุดๆ แล้ว ดังนั้นถ้าเรอัล มาดริด อยากจะแย่งแชมป์ การเก็บคีย์แมนแบบวินิเอาไว้ จึงเป็นเรื่องสำคัญ

เมื่อต่อสัญญาเรียบร้อย วินิก็โพสต์รูปลงไอจี เป็นภาพตัวเขากำลังจูบตราสัญลักษณ์ของสโมสรเรอัล มาดริดอยู่ โดยในโพสต์ก็มีเพื่อนร่วมทีม มาร่วมดีใจกันมากมาย เช่น เอ็มบัปเป้ ก็มาส่งหัวใจให้พร้อมพิมพ์คำว่า "Nice"

ทุกอย่างก็จบไปเพียงแค่นี้ครับ สรุปแล้ว วินิก็อยู่ที่เดิม และข่าวกับอาร์เซน่อลสุดท้ายก็ไม่เกิดขึ้นจริง

เมื่อเรื่องออกมาแบบนี้ ทำให้กระแสเรื่องคุณเจมส์ ลา ลีกา "ตีกลับ" จากเดิมที่เขาโดนแฟนปืนใหญ่แซะรัวๆ กลายเป็นว่า เขาพูดถูกทุกอย่างเลย นักเตะเลือกเรอัล มาดริดจริงๆ

คนที่มาด่ามาแซะเขา โดนเอาคืนยับ บางคนลบคอมเมนต์หนีไปเลยก็มี

พอเรื่องจบ คุณเจมส์ก็โพสต์ขำๆ ครับ ว่า "แว่นขอโทษน้าาาา" เป็นอันจบเรื่องนี้ลง อย่างเป็นทางการครับ เขาผ่านอะไรมาเยอะแล้วครับ ไม่มาโกรธกับเรื่องนี้หรอก

ยังไงไปติดตามเพจพี่เขาได้เลยนะครับ ที่เพจ "เจมส์ ลา ลีกา" ข่าวสาร และความชัวร์ เชื่อถือได้แน่นอนครับ

บทสรุปของเรื่องนี้ ก็ต้องบอกว่า คุณเจมส์ เขาคือผู้ชำนาญบอลสเปนล่ะครับ ในประเทศไทย ผมว่ามีไม่กี่คนที่จะเข้าใจฟุตบอลสเปน และบริบทของสังคมสเปนดีกว่าเขา คือเขาใช้ชีวิตที่นั่นมาหลายปี พูดสเปนคล่องปรื๋อเลย แม้แต่ Official La liga ยังจ้างเขาไปจัดรายการเลย

ดังนั้นถ้าคนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไหน พูดอะไรไป ก็ฟังเขากันบ้างงงง อย่าเพิ่งไปเกรียนสวนขนาดน้าน

ไม่แปลกที่จะไม่เห็นด้วย ไม่แปลกที่จะคิดไม่ตรงกัน แต่ไปแซะ Expert ด้วยความเกรียน ก็มีโอกาสที่จะย่อยยับกลับมาแบบนี้ล่ะครับผม

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เลือกย้ายไปเล่นให้แทร็บซอนสปอร์ ในลีกตุรกี ก้าวต่อไปสู่บทใหม่ในอาชีพค้าแข้ง แต่คำถามที่ทุกคนสงสัยคือ ทำ...
06/08/2026

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เลือกย้ายไปเล่นให้แทร็บซอนสปอร์ ในลีกตุรกี ก้าวต่อไปสู่บทใหม่ในอาชีพค้าแข้ง แต่คำถามที่ทุกคนสงสัยคือ ทำไมต้องทีมนี้?

จริงๆ แล้ว ซาลาห์ ยังเหลือสัญญากับลิเวอร์พูล อีก 1 ปี ถ้าสามารถอยู่ได้เรื่อยๆ จนถึงเดือนมิถุนายน 2027 รับเงินไปวีกละ 4 แสนปอนด์ ชิลล์ๆ แต่สุดท้าย ทั้ง 2 ฝ่าย ตัดสินร่วมกัน ว่าจะฉีกสัญญาที่เหลือตอนนี้เลย เพื่อให้ซาลาห์จะได้กลายเป็นผู้เล่นฟรีเอเยนต์ทันที

สาเหตุก็ไม่ได้ซับซ้อน สโมสรหงส์แดง ไม่คิดจะรั้งซาลาห์แล้ว ปล่อยตอนนี้ ก็จะช่วยประหยัดงบ สัปดาห์ละ 4 แสนปอนด์ เอาไปใช้จ่ายอย่างอื่นแทน ส่วนตัวซาลาห์ ก็จะสามารถย้ายไปอยู่ทีมไหนก็ได้อย่างอิสระ ก็ถือว่าเป็น win-win situation ของทั้งคู่

ซาลาห์ มีข้อเสนอจากหลายสโมสร หลายลีก มีทั้งทีมในเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์, ทีมในซาอุดิอาระเบีย รวมถึงทีมจากลีกตุรกีด้วย

สำหรับซาลาห์ เมื่อย้ายออกจากทีมหงส์แดง สิ่งแรกที่เขาต้องการแน่นอน คือ "ตัวเงินต้องไม่ลดลง" เพราะเมื่อสโมสรใหม่ จะได้ตัวเขาฟรีๆ ตามสัญญาฟรีเอเยนต์ แปลว่าคุณก็ไม่ต้องจ่ายค่าตัวแล้ว สามารถเอาเงินก้อนนั้น มาโปะรวมกับค่าเหนื่อยได้เต็มๆ

และอย่างที่สอง คือต้องเป็นสโมสร ที่ทำให้เขารู้สึกสบายใจที่จะใช้ชีวิตด้วย

สโมสรในลีกซาอุฯ ที่อยากได้ซาลาห์จริงจังมาก คือ อัล-อิตติฮัด มีรายงานว่า พร้อมจ่ายค่าเหนื่อยสูงถึงสัปดาห์ละ 428,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ให้ซาลาห์ ซึ่งเป็นตัวเลขมากกว่าที่เขาได้รับกับลิเวอร์พูลเสียอีก

อย่างไรก็ตามชอยส์ลีกซาอุฯ ทำให้ซาลาห์รู้สึกกดดันจนเกินไป ขนาดนักเตะตัวท็อปหลายคน อย่างคาริม เบนเซม่า ยังดูไม่ค่อยแฮปปี้ หรือแม้แต่โค้ชอย่างโรล็องต์ บล็องค์ คุมทีมอัล-อิตติฮัด ได้แค่ 4 เกมก็โดนไล่ออก

ปัจจัยเสี่ยงเยอะ แถมอาจโดนโยงไปเปรียบเทียบกับคริสเตียโน่ โรนัลโด้ หรือ ซาดิโอ มาเน่อีก ซึ่งซาลาห์ไม่อยากจะเครียดขนาดนั้น บวกกับสภาพอากาศที่ร้อนตลอดปีด้วย ตัวซาลาห์คิดว่า ครอบครัวของเขาจะไม่เอ็นจอย

ขณะที่ชอยส์ในลีกสหรัฐฯ สโมสรที่เปิดตัวว่าอยากได้ซาลาห์ คือ สปอร์ติ้ง แคนซัส ซิตี้ แต่ก็มีปัญหาเรื่องงบประมาณ ไม่สามารถจ่ายเงินให้ซาลาห์ในระดับใกล้ๆ กับที่เขาได้รับจากลิเวอร์พูล ดีลนี้ก็เลยล่มไปอีก

สุดท้ายเหลือแค่ 2 สโมสร ที่น่าสนใจที่สุด คือ เบซิคตัส และ แทร็บซอนสปอร์ จากลีกตุรกีทั้งคู่

ตุรกีเป็นประเทศที่ซาลาห์สนใจ เพราะเป็นประเทศอากาศดี ไม่ร้อนโหด และไม่หนาวสั่นเหมือนยุโรป ซาลาห์กับครอบครัว สามารถอยู่ที่นี่ได้ตลอดปี เขาซื้อบ้านพักตากอากาศราคา 10 ล้านยูโร ที่เมืองบ็อดรัมอีกด้วย

นอกจากนั้น เขายังสนิทสนมกับ อาห์เหม็ต คาราโคล นักธุรกิจชาวตุรกี ที่เป็นพาร์ทเนอร์การค้าให้ซาลาห์ ดีลกับโฆษณาแบรนด์ต่างๆ ในตุรกี และเขตอาหรับ

ดูๆ แล้ว การย้ายมาลีกตุรกี ก็ดูสมเหตุสมผลดี ตุรกีอยู่ใกล้ๆ อียิปต์ เขาสามารถเดินทางกลับบ้านหรือไปทำงานได้สะดวก รวมถึงยังได้เล่นในลีกยุโรปต่อ ไม่ต้องย้ายไปเอเชีย หรือ อเมริกา ที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตเกินไป

ตอนแรกทีมที่จริงจังมากกว่า คือ เบซิคตัส มีการเข้ามาพูดคุยกับซาลาห์ถึง 3 ครั้ง ประธานสโมสรพยายามมากๆ ที่จะปิดดีลให้ได้

ในวันที่เบซิคตัสเปิดตัวเลอันโดร ทรอสซาร์ แฟนๆ เบซิคตัสตะโกน Chant ในชื่อโม ซาลาห์กันอย่างระงม เป็นการกดดันให้สโมสรเอาตัวซาลาห์มาให้ได้

อย่างไรก็ตาม เบซิคตัสไปถึงจุดนั้นไม่สำเร็จ คุย 3 รอบ ก็ยังดีลกันไม่ลง ทำให้จังหวะนี้เอง แทร็บซอนสปอร์ จึงลองมาเจรจาดูบ้าง

แทร็บซอนสปอร์ เป็นทีมที่ได้รับความนิยมอันดับ 4 ในตุรกี เป็นรอง กาลาตาซาราย, เฟเนร์บาห์เช่ และ เบซิคตัส ถือว่าไม่อยู่ในสายตาของสื่อมวลชนในตอนแรก ไม่มีใครคิดว่า ซาลาห์จะเลือกทีมในระดับยูโรป้าลีกแบบนั้น

แต่ข้อที่แทร็บซอนสปอร์ มีให้ซาลาห์นั้นน่าสนใจมาก อย่างแรกคือเรื่องรายได้ ซาลาห์จะได้รับเงินกินเปล่า Signing Bonus ฟรีๆ 5 ล้านยูโรไปเลย

ส่วนค่าเหนื่อยจะได้รับ ปีละ 21.25 ล้านยูโร (สัปดาห์ละ 408,564 ยูโร) โดยสโมสรจะจัดการจ่ายภาษีให้ทั้งหมด นั่นจะทำให้ซาลาห์กลายเป็นผู้เล่นที่มีค่าเหนื่อยสูงสุดอันดับ 1 ในลีกตุรกีทันที แซงหน้าวิคเตอร์ โอซิเมน ของกาลาตาซาราย ที่รับอยู่ 360,000 ยูโรต่อวีก

ถ้าไปลีกซาอุฯ ซาลาห์อาจไม่ได้เป็นเบอร์หนึ่ง แต่ย้ายมาลีกตุรกี เขาจะเป็นเบอร์หนึ่ง และจะได้เป็น Face ของลีกด้วย

และทีเด็ดที่สุดของแทร็บซอนสปอร์ คือ จะให้ส่วนแบ่ง 20% กับซาลาห์ ในสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเขา เช่น เสื้อแข่งพร้อมสกรีน อยู่ที่ตัวละ 84 ยูโร แปลว่าทุกๆ การขาย 1 ตัว ซาลาห์ก็จะได้ส่วนแบ่งไปเลย 16.8 ยูโร ได้เงินเนื้อๆ

ถ้าขายเสื้อได้ 1 แสนตัว ซาลาห์ก็ได้เงินแล้ว 1.68 ล้านยูโร แล้วมีหรือ ที่ซาลาห์จะมีคนซื้อแค่แสนตัว ด้วยพาวเวอร์ของเขา ด้วยชื่อเสียงที่โด่งดังในระดับโลก ความเป็นขวัญใจของคนอาหรับ เราคุยกันที่หลักล้านตัวได้สบายๆ

นี่คือข้อเสนอทางการเงินที่ดีมากๆ มันดึงดูดให้ซาลาห์ ให้ความสนใจแทร็บซอนสปอร์มากขึ้นเรื่อยๆ

อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้แทร็บซอนสปอร์เด่นขึ้นมา คือพวกเขาไม่ได้ตั้งอยู่ในอิสตันบูล แต่อยู่ในเมืองแทร็บซอน อยู่ติดทะเลแบล็คซี มีประชากรแค่ราวๆ 3 แสนคนเท่านั้น

อิสตันบูลเป็นเมืองใหญ่ มีประชากร 15 ล้านคน ส่วนแทร็บซอน เล็กกว่านั้นหลายเท่า น่าจะทำให้ซาลาห์และครอบครัว ใช้ชีวิตส่วนตัวได้เงียบสงบมากขึ้น

เมื่อฤดูกาลใหม่ใกล้จะเริ่ม หักลบเหตุผลทุกอย่างแล้ว ซาลาห์ก็ตัดสินใจเลือกแทร็บซอนสปอร์ โดยเซ็นสัญญา 2 ปีเต็ม เป็นผู้เล่นค่าเหนื่อยสูงสุดตลอดกาล ตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร

แค่วันเดียวที่สโมสรประกาศดีลซาลาห์ หุ้นของทีม ก็พุ่งขึ้น 6.5% ในวันเดียว เช่นเดียวกับตั๋วปีของสโมสร ก็ขายได้ทันที 10,000 ใบ

การเซ็นสัญญาบิ๊กเนมเข้ามา 1 คน ส่งผลอย่างมหาศาลกับสโมสร จากวันนี้ไปแทร็บซอนสปอร์จะไม่เหมือนเดิม สโมสรจะอยู่ในจุดสนใจมากขึ้น ไม่ใช่แค่ในตุรกีเท่านั้น แต่เป็นหลายประเทศทั่วโลก

ในอดีต แทร็บซอนสปอร์ เคยเซ็นสัญญานักเตะต่างชาติมาแล้ว รวมกัน 54 ประเทศ นักเตะดังๆ ที่เคยเซ็นเข้ามา ก็อย่างเช่น ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ หรือ นิโคลาส์ เปเป้ แต่แน่นอนว่า ไม่มีใครจะเทียบเคียงซาลาห์ได้เลย ในเรื่องสเตตัสความยิ่งใหญ่

ตอนแรก ซาลาห์ใส่เสื้อเบอร์ 61 นี่คือเลขนำโชคของสโมสรแทร็บซอนสปอร์ เพราะทะเบียนรถที่เมืองแทร็บซอนจะใช้เลข 61 อย่างไรก็ตาม เสื้อแข่งจริงๆ ของซาลาห์ คือเบอร์ 10 ซึ่งก็รับรองได้ว่า ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแน่ๆ

เมื่อซาลาห์บินไปถึงเมืองแทร็บซอน ปรากฎว่า มีแฟนๆ มารอต้อนรับเขามากถึง 25,000 คน เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับฟุตบอลตุรกีมาก่อนเลย นี่เป็นครั้งแรก แฟนๆ เครซี่มาก

ซาลาห์ บอกความรู้สึกว่า "มันเหลือเชื่อมาก ที่มีแฟนมารอต้อนรับมากขนาดนี้ ผมมีความสุขมากเลยที่ได้มาที่นี่ ไม่สามารถบรรยายเป็นคำพูดได้เลย"

"ไม่ว่าผมจะไปเล่นที่ไหน ผมตั้งใจจะคว้าแชมป์ให้ได้อยู่แล้ว หวังว่าผมจะทำผลงานได้ดีในลีก และ ในบอลยุโรปด้วย"

สำหรับแทร็บซอนสปอร์ พวกเขาเคยคว้าแชมป์ลีกทั้งหมด 7 สมัย เป็นรองอยู่ 3 ทีม คือกาลาตาซาราย (26 สมัย), เฟเนร์บาห์เช่ (19 สมัย) และ เบซิคตัส (16 สมัย)

ขณะที่ในรายการยุโรป แทร็บซอนสปอร์ ยังไม่เคยได้แชมป์เลยแม้แต่หนเดียว แต่ในปีนี้ พวกเขาได้สิทธิ์ลงแข่งยูฟ่า ยูโรป้าลีก อาจจะไปถึงแชมป์ทันทีเลยก็เป็นได้ ใครจะรู้

โดยเพื่อนร่วมทีมของซาลาห์ คนที่ดังๆ หน่อย ที่แฟนบอลน่าจะรู้จัก ก็มี อันเดร โอนาน่า นายทวารที่สโมสรยืมตัวมาจากแมนฯ ยูไนเต็ด, สเตฟาน ซาวิช อดีตกองหลังแมนฯ ซิตี้ รวมถึง ซิดนีย์ โลเปส เจ้าของรางวัลประตูยอดเยี่ยมในฟุตบอลโลก 2026 แมตช์ที่เคปเวิร์ด ยิงใส่อาร์เจนติน่า

ถือว่าตัวผู้เล่นพอได้ แต่ก็ยังไม่แข็งแกร่งมากนัก ถ้าเทียบกับฝั่ง กาลาตาซาราย หรือ เฟเนร์บาห์เช่ ที่ดูแน่นกว่า ถ้าแทร็บซอนสปอร์จะหวังถึงแชมป์ คงต้องลุ้นให้ซาลาห์เล่นดีมากๆ

ในปีนี้ ลีกตุรกี ได้รับการจับตามองมากขึ้น เพราะดึงตัวผู้เล่นเก่งๆ ไปอยู่ด้วยเยอะไปหมด ปีนี้ นอกจากซาลาห์ ก็มีนาธาน อาเก้, เลอันโดร ทรอสซาร์, อิลคาย กุนโดกัน, ลีรอย ซาเน่ และ วิคเตอร์ โอซิเมน ถือว่าเป็นผู้เล่นคุณภาพทั้งนั้น

ตอนนี้การย้ายตัวทุกอย่าง จบเรียบร้อยแล้ว ซาลาห์จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นี่ ในเมื่อเส้นทางที่ลิเวอร์พูลปิดฉากแล้ว ก็ได้เวลาที่จะมองหาความสำเร็จที่อื่น

บางทีการย้ายมาลีกตุรกี ที่ "เบาลง" ไม่เขี้ยวเท่าพรีเมียร์ลีก อาจทำให้ซาลาห์เล่นได้อย่างสบายใจ สบายตัวขึ้น แล้วกลับมายิงประตูถล่มทลายอีกครั้งก็ได้

ส่วนแฟนหงส์แดง ก็เชื่อได้เลยว่า จะส่งใจให้ซาลาห์ประสบความสำเร็จมากที่สุดอยู่แล้ว แม้จะไม่ได้อยู่กับทีมก็ตาม เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่ เขาก็ยังเป็น Egyptian King ในใจของเหล่าเดอะ ค็อปเสมอ เรื่องนี้จะไม่เปลี่ยนแปลงไปแน่นอน



----------------------

ทิ้งท้ายนิดเดียวถึงสปอนเซอร์ที่น่ารักของผมครับ เครื่องดื่มสิงห์นั่นเอง

สิงห์เป็นแบรนด์ที่ดีกับผมเสมอมาครับ เราอยู่ด้วยกันมา 8 ปีแล้ว ไม่อยากเชื่อเลยเนอะ ว่าจะมีแบรนด์ไหนที่ซัพพอร์ทคนทำเพจแบบผม ได้ยาวนานต่อเนื่องขนาดนี้ ขอบคุณมากเลยจริงๆ ครับ

ดังนั้นถ้าใครอยากซัพพอร์ทวิเคราะห์บอลจริงจัง ทำได้ง่ายๆ เลย ด้วยการไปร้านสะดวกซื้อ แล้วซื้อน้ำดื่ม หรือโซดาสิงห์มานะครับ แค่นี้ก็เป็นการซัพพอร์ทผมแล้วนะครับ

#ถ้าใจบอกว่าใช่แล้วจะรออะไร

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วิเคราะห์บอลจริงจังผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท