09/08/2026
เมื่อวานนี้ เป็นวันที่แฟนบอลไทย มีความสุขมากๆ ตั้งแต่กลางวัน ยัน กลางคืน เพราะมีเรื่องราวดีๆ เกิดขึ้นเยอะเลยจริงๆ
ช่วงกลางวัน 3 นักเตะไทย ได้สัมผัสสนามในระดับเจลีก ตามด้วยกลางคืน ทีมชาติชุดใหญ่คว้าชัยชนะเหนือเมียนมา ใน AFF รอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้าย เข้ารอบแบบ Win Rate 100% และยังไม่เสียประตูแม้แต่ลูกเดียวด้วย
เริ่มจากเรื่องแรกก่อน คือเจลีกครับ
อย่างที่เราทราบกันดีว่าตอนนี้ฟุตบอลญี่ปุ่นเปลี่ยนปฏิทินเรียบร้อย กลับมาเป็นฤดูกาลปกติอีกครั้ง (2026-27) ดังนั้นความจริงจังของทุกทีม จึงเพิ่มขึ้นจากซีซั่นพิเศษวาระ 100 ปี เยอะกว่าเดิมมาก
สำหรับ ธีรภัทร ปรือทอง ในซีซั่นพิเศษวาระ 100 ปี เขาได้ลงเล่นต่อเนื่อง แต่เราก็ไม่รู้ใจโค้ช ว่าพอซีซั่นปกติมาถึง เขาจะยังเป็นตัวหลักอยู่ไหม ซึ่งคำตอบจากเมื่อวานนี้คือ "ใช่" ธีรภัทร เป็นตัวหลักชัวร์ๆ แบบที่ยากจะมีใครเบียดตำแหน่งได้ด้วย
ศึก J2 คู่ที่เตะเร็วสุดเมื่อวานนี้ คือ 12.00 น. คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ลงสนาม พบกับ โทคุชิม่า วอร์ทิส
ธีรภัทร ลงปีกขวาตัวจริง และเล่นได้สุดยอดมาก ทำแอสซิสต์ได้ 1 ครั้ง ด้วยการจ่ายบอลให้วินิ เปโซโต้ ยิงไกลเข้าไป
ไม่เพียงแต่การแอสซิสต์นะครับ แต่การเล่นของธีรภัทร มันไหลลื่นมาก มันเนียนเป็นเนื้อเดียวกับนักเตะญี่ปุ่นไปเลย เด็กคนนี้พิเศษจริงๆ
มีจังหวะที่เขาใช้บอดี้บังบอลผู้เล่นญี่ปุ่นจนมิด แล้วชิงบอลมาได้ ก่อนครอสบอลไปเสาสอง แต่เพื่อนโหม่งออก ลูกนี้สวยมาก รวมถึงประตู 2-0 ที่เขาเป็นคนเริ่มต้นเพลย์ ก็สวยมากเหมือนกัน
แล้วถ้าเพื่อนร่วมทีม ใจกว้างให้ธีรภัทรสักหน่อย เห็นเขายืนโล่งๆ ก็ส่งบ้าง ผมว่าป่านนี้เจ้าเปามีชื่อบนสกอร์บอร์ดไปแล้วครับ
ฟอร์มแบบนี้ ไม่มีอะไรต้องคิดมาก ธีรภัทร จะติดทีมชาติไทยชุด FIFA Asean แน่นอน เผลอๆ ได้ออกสตาร์ตตัวจริงด้วย อายุแค่ 19 ไม่สำคัญ ถ้าเก่งพอ คุณก็แก่พอครับ
นัดนี้ นักเตะไทยอีกคนที่มีชื่อ นั่นคือ สุภโชค สารชาติ แต่เขาไม่ได้ลงสนามนะครับ ตอนนี้ปีกซ้ายตัวจริง เป็นของวินิ เปโซโต้ ดังนั้นเจ้าเช็กก็ต้องรอก่อนครับ แต่ซีซั่นอีกยาวไกล เดี๋ยวเขาก็กลับมาได้ครับ ไม่ต้องคิดมากขนาดนั้น
นักเตะไทยคนที่สอง ที่ได้ลงเล่นใน J2 ซีซั่นนี้ คือศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ได้ประเดิมสนามกับโอมิยะ อาร์ดิจา ในนัดแรกเลย ที่พบกับอัลบิเร็กซ์ นีงาตะ
แบงค์ ไม่ได้เล่นตัวจริง ตอนแรกจะได้ลงนาทีที่ 60 แต่เพื่อนร่วมทีมบาดเจ็บกะทันหัน ทำให้โค้ชต้องเลือกคนอื่นลงแก้ปัญหาก่อน อย่างไรก็ตาม นาทีที่ 74 แบงค์ก็ได้ลงอยู่ดี และนี่คือเจลีก นัดแรกของเขาด้วย
ศุภณัฏฐ์ ต้องการพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง ว่าเขาสามารถประสบความสำเร็จได้ในฟุตบอลต่างแดน หลังจากก่อนหน้านี้ เคยไปท้าทายตัวเองที่โอเอช ลูเวินมาแล้ว
ในแมตช์นี้ ศุภณัฏฐ์ ได้ลงเล่นในตำแหน่งปีกขวา และแม้จะอยู่ในสนามได้ไม่นาน แต่แบงค์ก็สร้างจังหวะยิงได้ 1 ครั้ง ซัดบอลด้วยซ้าย ติดขาโกล์ ออกหลังไปนิดเดียวเท่านั้น เกือบยิงได้เหมือนกัน
ส่วนจังหวะอื่นๆ ผมยังคิดว่าแบงค์ยังไม่ค่อยลิงค์ กับเพื่อนคนอื่นๆ ดูยังออกบอลช้าหนึ่งจังหวะอยู่ แต่สุดท้าย ศุภณัฏฐ์ ก็อยู่ช่วยทีมจนหมดเวลา แล้วเก็บชัยชนะได้ 1-0 เก็บสามแต้มล้ำค่าได้สำเร็จ
เรื่องฝีเท้า ทุกคนก็คงยอมรับว่าแบงค์เป็นตัวรุกที่เก่งที่สุด ที่ไทยเรามี ผมคิดว่าเขายึดตัวจริงได้แน่ แต่ต้องใช้เวลาปรับจูนกับสไตล์ฟุตบอลญี่ปุ่นก่อน และที่สำคัญคือไม่บาดเจ็บซ้ำอีกครั้ง
ความน่าสนใจคือ ธีรภัทร กับ ศุภณัฏฐ์ เล่นตำแหน่งเดียวกัน คือปีกขวา ดังนั้นกับทีมชาติชุดใหญ่ ก็คงต้องแย่งชิงตำแหน่งกันหน่อย แต่ผมคิดว่าแบงค์ยืดหยุ่นได้ดี อาจโดนจับโยกไปเล่นซ้ายได้ด้วย ก็ต้องดูการจัดการ ของแอนโธนี่ ฮัดสันล่ะครับ ว่าจะบริหารอย่างไร
เมื่อวานนี้ ยังมีนักเตะอีกคน ที่ได้เล่นในเจลีกด้วยนะครับ เขาคือ เจ้าแบน-ธนาวุฒิ โพธิ์ชัย ลงสนามในเกม J3 ให้สโมสร เอสซี ซางามิฮาระ เสมอ โรอัสโซ่ คุมาโมโตะไป 0-0 โดยธนาวุฒิได้ลงเล่นในนาทีที่ 72
ธนาวุฒิ เป็นนักเตะที่หนองบัว พิชญ ปล่อยยืมตัวไป J3 เพื่อให้เด็กได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ แล้วก็น่าดีใจนะครับ ที่เขาได้ลงเล่นโดยทันที หวังว่าอนาคตจะได้ลงสนามอีกเรื่อยๆ แล้วพอกลับไทย ก็จะอัพเกรดได้เยอะๆ เลย
ถือเป็นวันดีๆ ของนักเตะไทยในประเทศญี่ปุ่นครับ อันนี้ก็ต้องยินดีกับ BG Sports เจ้าของลิขสิทธิ์ J2 ในประเทศไทยด้วย เพราะเมื่อมีนักเตะไทยลงเล่น คนก็เข้ามาดูถ่ายทอดสดของพวกเขาเยอะขึ้นครับ
หลังจากดูฟอร์มของผู้เล่นไทยในญี่ปุ่นแล้ว เมื่อคืนนี้เวลา 20.00 น. ทีมชาติชุดใหญ่ ลงแข่ง AFF นัดสุดท้ายรอบแบ่งกลุ่ม เจอกับเมียนมา
สำหรับผม นี่เป็นเกมทีมชาติชุดใหญ่นัดแรกในรอบหลายปี ที่แข่งในบ้านแท้ๆ แต่ผมไม่ได้เข้าไปทำข่าวในสนาม เพราะผมเพิ่งผ่าตัดมาครับ คุณหมอบอกว่า รักษาเนื้อตัวก่อน อย่าเพิ่งไปไหน โดยเฉพาะวันฝนตก เดี๋ยวเป็นไข้ขึ้นมา อาการบาดเจ็บจะแย่ลงไปอีก
เอาไว้ผมอาการดีขึ้นอีกนิด ผมไปแน่ครับ เกมทีมชาติคือ Passion ของผมอยู่แล้ว ผมไม่อยากพลาดแม้แต่นัดเดียวครับผม
อย่างไรก็ตาม ผมก็ให้กำลังใจทีมช้างศึกของเรา ผ่านทาง True Visions Now ครับ ผมเปิดแอพจากมือถือ ความคมชัด 1080p แล้วใช้ระบบสมาร์ทวิว แคสต์ขึ้นทีวีครับ ก็เหมือนดูทีวีปกติเลย จอใหญ่สะใจ ไม่ต้องดูผ่านจอมือถือครับผม
สำหรับทีมชาติในเกมกับเมียนมานั้น well .. เราชนะไป 2-0 จากจุดโทษของวรชิต กนิตศรีบำเพ็ญในครึ่งแรก และ จุดโทษของเจะฮานาฟี มามะ ในครึ่งหลัง
โดนจุดโทษ 2 ลูกในเกมเดียว ไม่แปลกครับ ที่แฟนบอลเมียนมา และโค้ชเมียนมา ทุกคนจะโมโหกันหมด พวกเขาบอกว่าไม่ได้แพ้ไทย แต่แพ้กรรมการ
คือเรื่องนี้ ไทยเราจะไปทำอะไรได้ล่ะครับ ผู้ตัดสินหลัก และ ผู้ตัดสิน VAR มาจากชาติเป็นกลางทั้งหมดเลย เราไม่ได้ร้องขอว่าจะเอาจุดโทษเสียหน่อยจริงไหม
เมื่อเขาชี้เป็นจุดโทษ เราก็ทำหน้าที่ยิงปิดจ๊อบให้ได้ แค่นั้นเลย
ถามว่า 90 นาทีนัดนี้ เราเล่นสวยไหม ผมว่าก็ธรรมดา ไม่ได้หวือหวาอะไร เมียนมาจ่ายบอลเยอะกว่าไทยอีก (351 ครั้ง ต่อ 391 ครั้ง)
แล้วถ้าเมียนมาเปลี่ยนโอกาสที่ยิงชนคานสองดอก ให้เป็นประตูได้ เกมก็อาจจะตื่นเต้นกว่านี้ครับ
ผมเข้าใจได้ครับ ที่แฟนบอลบางส่วนจะผิดหวัง อยากให้เล่นสะใจกว่านี้หน่อย โดยเฉพาะคนที่ยอมตากฝนเข้าไปดูในสนาม คงคาดหวังจะเห็นอะไรที่พิเศษกว่านี้
อย่างไรก็ตาม ถ้ามองสถานการณ์ในภาพรวม ผมคิดว่าเราก็ได้รับทุกอย่างที่ต้องการแล้วครับ จากชัยชนะ 2-0 นัดนี้
1) ไทยได้คะแนนฟีฟ่า เวิลด์ แรงกิ้ง บวกเพิ่มอีก +1.41 เท่ากับว่า เล่นไป 4 นัด ได้แต้มเพิ่มเกือบ 6 แต้มแล้ว! อันดับโลกเราขึ้นไปอยู่อันดับ 90 ของโลก ได้อย่างสวยงาม
ครั้งสุดท้ายที่เราอยู่ติด Top 90 ของโลก ต้องย้อนกลับไปเดือนมีนาคม 2008 ยุคชาญวิทย์ ผลชีวินโน่นเลยครับ จากนั้นเราก็อยู่อันดับหลักร้อยมาเรื่อยๆ จนในที่สุด สามารถคัมแบ็กสู่ Top 90 ได้ในวันนี้
Top 90 ของโลก, Top 13 ของเอเชีย นี่เป็นสัญญาณที่ดีครับ ว่าเราจะไม่ถอยหลังเป็นทีม "ต่ำร้อย" เหมือนอดีตที่ผ่านมาอีกแล้ว
พอเราชนะ 4 นัด ได้แต้มบวก เกือบจะ 6 แต้ม ทำให้ในรอบรอง หรือ รอบชิง ต่อให้เราสะดุดแพ้บางเกม คะแนนฟีฟ่าก็ไม่โดนผลกระทบมาก ในแง่การรักษาแต้มฟีฟ่า ก็ต้องบอกว่าเป็นไปตามเป้าหมายแล้ว
2) ดาวรุ่ง 4 คน เสกสรรค์ ราตรี, ยศกร บูรพา, คคนะ คำยก และ ธีรศักดิ์ เผยพิมาย ได้พักฟื้นร่างกายเต็มๆ โดยไม่ได้สัมผัสเกมเลยแม้แต่นาทีเดียว นี่เป็นเรื่องดีครับ เพราะทั้ง 4 คน ต้องเล่นเยอะแน่ๆ ในแมตช์ที่เหลือ ดังนั้นถ้ามีเวลาพักฟื้นได้ แม้จะเพียงนิด ก็ควรทำครับ
3) ทีมชาติไทย เก็บคลีนชีทได้เป็นนัดที่ 4 ติดต่อกัน ถ้ารวมเกมอุ่นเครื่องเจอจีนด้วย ก็ 5 นัดแล้ว
มาซาทาดะ อิชิอิ ทำคลีนชีทติดต่อกันมากสุดให้ไทย ได้ 3 นัด, มาโน่ โพลกิ้ง 4 นัด เช่นเดียวกับเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง และปีเตอร์ รีด ที่ทำคลีนชีทได้สูงสุด 4 นัดติดกัน
ใช่ครับ AFF มาตรฐานเกมรุกมันก็ไม่ได้โหดมาก แต่การไม่เสียประตูทุกนัดในรอบแบ่งกลุ่มแบบนี้ ฮัดสันก็ควรได้เครดิตอะไรสักอย่างครับ
ต่อให้เป็นทีมอาเซียนก็เถอะ แต่การทำคลีนชีทติดๆ กัน ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะโปรแกรมแข่งถี่ๆ แบบถ้วย AFF ด้วยล่ะก็ เพราะนักเตะจะอ่อนล้ามาก แต่สุดท้ายเราสามารถปิดจ๊อบได้ ผมก็ไม่รู้จะหาอะไรมาตำหนิอะนะ
ส่วนตัวผมชอบกัมพล ปฐมอรรฆย์กุลจริงๆ จังหวะที่ควรรับได้ เขาก็รับได้ ไม่มีกระฉอก ไม่มีอะไรให้ต้องเสียว ส่วนสูง 178 ซม. ที่หลายคนกังวล ผมว่าเขาเล่นกลบจุดอ่อนตรงนั้นได้หมด 4 เกม 4 คลีนชีท ไม่ได้มาเพราะลัคกี้หรอกครับ
ในชุด FIFA Asean ผมว่าเป็นการบ้านให้ฮัดสันกลุ้มใจแน่ๆ ว่าจะยืนพื้นที่ปฏิวัติ คำไหม, จะใช้สรานนท์ อนุอินทร์ ที่เก็บคลีนชีทในเกมเยือนจีน หรือว่า จะมั่นใจในกัมพลที่ทำได้ดีใน AFF
3 คน 3 สไตล์ โค้ชปวดหัว แต่ก็เป็น Sweet Problem ของแฟนบอลครับ
โดยรวมแล้วเกมกับเมียนมาที่จบไป ดาวรุ่งได้โชว์ผลงาน ชวัลวิทย์ได้ลากเลื้อย เจะฮานาฟีได้ยิง ส่วนคนอื่นๆ ก็เล่นแบบมืออาชีพ
สารัช อยู่เย็น เข้าคู่กับชัยพล อดทนได้ดี ในพื้นที่มิดฟิลด์ คู่เซ็นเตอร์ 3 คนที่สลับกันลง ณัฐพงษ์, ทอม เบียร์ และ พรรษา ก็รู้งานของตัวเอง
ตัวสำรองทุกคนมีบทบาท ใหญ่บ้าง น้อยบ้าง แต่ทุกคนก็ประคับประคองกันจนทีม ชนะ 4 เกมรวดแบบนี้ ส่วนตัวผมพอใจครับ
25 นักเตะที่ถูกเรียกมา มีแค่ 4 คนเท่านั้น ที่ยังไม่ได้สัมผัสเกม คือ กรกฎ และ ฉัตรชัย นายทวารสำรองสองคน, พิชิตชัย เศียรกระโทก และ พาตริก กุสตาฟส์สัน ที่เพิ่งมาเสริมทีมเมื่อวันก่อน
อาจจะรู้สึกสงสารพิชิตชัยนิดหน่อย เพราะถ้ารอบแรกไม่ได้เล่น แบบนี้ช่วงที่เหลือในทัวร์นาเมนต์ ก็น่าจะไม่ได้ลงแล้ว แต่จุดนี้มันจะเป็นเครื่องช่วยกระตุ้นให้เขาได้อย่างดี ให้มุ่งมั่นมากขึ้น เพื่อโอกาสสัมผัสทีมชาติชุดใหญ่สักครั้งในอนาคต
แล้วก็เป็นการส่งสัญญาณของฮัดสันด้วยว่า แค่ติดทีมไม่ได้แปลว่าจะได้ลง แต่ต้องมีมาตรฐานที่สูงพอ ถึงจะได้ลงด้วยครับ
ในสเต็ปต่อไป นักเตะจะได้พักในวันนี้ครับ (อาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม) จากนั้นจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง เวลา 11.45 น. ของวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม เพื่อเตรียมตัวเดินทางไปสิงคโปร์ ลงเล่นรอบรองชนะเลิศต่อไปครับ
สุดท้าย ผมอยากส่งกำลังใจมากๆ ให้กับนักเตะทีมชาติไทยชุด AFF พวกเขาเจอสถานการณ์ต่างๆ รายล้อมขนาดนี้ แต่ก็ยังทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุด
- แฟนบอลโมโห ที่ไม่มีถ่ายสดทางฟรีทีวี (แล้วนักเตะจะไปทำอะไรได้)
- แฟนบอลไม่แฮปปี้ ทำไมไม่เรียกตัวท็อปๆ มาติดทีมด้วย (ก็มันอยู่นอกฟีฟ่าเดย์ จะให้ทำไง)
- แฟนบอลไม่พอใจ ที่นักเตะเล่นไม่มันส์ ไม่บดขยี้ (ก็ AFF เลื่อนโปรแกรมเอามาไว้ก่อนซีซั่นจะเริ่ม ผู้เล่นยังไม่ได้เริ่มเรียกความฟิตกันด้วยซ้ำ แล้วเป็นความผิดของนักเตะหรือ)
มีแต่ดราม่านอกสนามให้ปวดหัว แต่สตาฟฟ์โค้ช และนักเตะทีมชาติใน squad ตอนนี้ ยังรวมตัวกันเป็นหนึ่ง ยังเก็บชัยชนะมาได้ทุกนัดแบบ 100% ขนาดนี้ ผมว่ายอดเยี่ยมแล้ว
ความพยายามจุดนี้ มีคนเห็นแน่นอนครับ และถ้าสุดท้ายทีมชุดนี้ ก้าวไปคว้าแชมป์ได้จริงๆ เชื่อไหม ว่าความสะใจจะเพิ่มขึ้น 2 เท่าเลยครับ