23/08/2021
“ยิ่งวิ่งยาวเท่าไหร่ เป้าประสงค์เราก็ใหญ่ขึ้นเท่านั้น...
เพราะเมื่อเราทิ้งสมอ (ปักหลัก) ลงไปในบางอย่างที่มันใหญ่กว่าการวิ่ง...
..และยอมให้การวิ่งเป็นเครื่องมือในการบรรลุเป้าประสงค์นั้น
ก็ไม่มีไรมาขวางเราได้...”
……….
1.
ฉันนึกถึงเรื่องอะไรเป็นอย่างแรกได้จาก Quotes นี้..
ก็ “Run Across Japan หรือวิ่งข้ามญี่ปุ่น” อภิมหาโปรเจ็คต์แห่งช่วงชีวิตฉันนี่ไง
มาคิดดูดีๆ ก็ตรงตามที่เขาว่าไว้นะ
เราไม่ได้ไปเพื่อวิ่ง แต่เราไปเพื่อบรรลุเป้าประสงค์ไรบางอย่างของชีวิตที่มันใหญ่กว่าการวิ่ง โดยใช้การวิ่งเป็นเครื่องมือนึงต่างหาก จริงไหม ?
ถ้าเราจะข้ามญี่ปุ่น เรามีตังค์ เราก็เช่ารถขับ นั่งรถไฟ นั่งเครื่องบินทัวร์ให้ทั่วประเทศก็ได้นิ ?
แต่ฉันเลือกจะใช้ “การวิ่ง” ในการทำมัน ก็แค่นั้น
……..
2.
และความคิดนี้จะเกิดขึ้นมาเองไม่ได้เลย ถ้าไม่ใช่เพราะ “เราวิ่งยาวขึ้นเรื่อยๆ”
เพราะเราสั่งสมระยะของเรามามากพอ จนเราอยากไปทำไรใหญ่กว่านั้น , จนเรามั่นใจว่าเราทำได้
พูดง่ายๆ ว่าอยากหาเรื่องนั่นแหละ
จะว่าไปก็เป็นกิเลสหนึ่งของปุถุชนนะ ที่อยากได้ไรมากขึ้น ใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆ ข้อนี้ฉันก็ไม่รู้ว่าจะตอบไงเหมือนกัน
ก็ก้มหน้ายอมรับว่าอยากจริง แต่สุดท้ายแล้ว ดูกันที่ผลลัพธ์มั้งว่า ถ้ามันเป็นเรื่องที่ดี ก็อยากไปเถอะ
คิดเปรียบเทียบแบบมั่วๆ เช่น ถ้าพระปฏิบัติ ฝึกจนได้ฌานสมาบัติขั้นที่ 1 , 2 , 3 แล้ว ท่านก็ต้องไปต่อเหมือนกัน
จากโสดาบัน เป็นสกิทาคามี เป็นอนาคามี แล้วก็อรหันต์
ทุกอย่างมันก็มีวิถีทางเป็นไปของมันเช่นนั้นแล
เรื่องแบบนี้ จะเอาความรู้จักพอ มาครอบ ก็คงไม่ถูกนัก
ฉันก็พล่ามไรมั่วซั่วอ่ะนะ ถูกบ้างผิดบ้าง ก็ด้วยปัญญาอันโง่เขลาอยู่ ขออย่าได้ถือโกรธกัน
…….
3.
กลับไปโฟกัสที่ คำพูดที่ยกมาในคราวนี้ดีกว่าว่า ของเพื่อนๆ เป็นกันหรือป่าว
แล้ว “Life Purpose” หรือ เป้าประสงค์แห่งชีวิตนี้ ที่จะไม่มีไรมาขวางได้ ของเพื่อนๆ
คืออะไร ?
หาให้เจอ แล้ว ทำให้ได้นะครับ
…….
ด้วยจิตคารวะ