24/08/2022
1 ปี 💚
24 สิงหาคม 2564
วันปลดล็อกพืชกระท่อมไทย
ยกเลิก “พืชกระท่อม” จากยาเสพติดให้โทษในประเภท 5
หลังจากมีสถานะเป็น "ยาเสพติดให้โทษ" ภายใต้ พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษมานานถึง 41 ปี วันนี้ (24 ส.ค.) พืชกระท่อมได้รับการปลดออกจากสถานะยาเสพติดมาเป็นพืชที่ประชาชนปลูกเพื่อการบริโภคและขายได้ทั่วไป แม้แต่ผู้ต้องขังหรืออยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับพืชกระท่อมก็จะได้รับการปล่อยตัวหรือยุติคดีโดยไม่ถือว่าเคยกระทำความผิด
พืชกระท่อมเป็น 1 ในพืช 4 ชนิดที่อยู่ในบัญชียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 ของ พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ได้แก่ กัญชา พืชกระท่อม พืชฝิ่น และเห็ดขี้ควาย
แต่เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2564 ซึ่งมีสาระสำคัญคือการปลดพืชกระท่อมออกจากยาเสพติดให้โทษ ให้มีผลบังคับใช้ 90 วันนับแต่วันประกาศซึ่งตรงกับวันนี้
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ที่ผ่านมากระท่อม ถูกจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 ใน พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ แต่วันนี้พืชกระท่อมถูกปลดจากยาเสพติดให้โทษแล้ว
ซึ่งทุกคนสามารถครอบครองและซื้อขายได้ ไม่จำกัดจำนวน หรือจะขายให้อุตสาหกรรมต่างๆ ได้ ในอดีตเคยแอบขายกิโลกรัมละ 500-600 บาท ซึ่งราคาขณะนี้ไม่ควรต่ำกว่ากิโลกรัมละ 200 บาท เพราะอาจเป็นพืชเศรษฐกิจอีกตัวที่สำคัญ
ผลของการปลดล็อก มีผลให้ต้องปล่อยตัวผู้กระทำความผิดตามกฎหมายพืชกระท่อม ให้ถือว่าไม่เคยกระทำความผิด โดยต้องเป็นกรณีที่ไม่เกี่ยวข้องกับการผสมสารเสพติดอื่น
ในจำนวนนี้เป็นผู้ต้องขังในเรือนจำ 1,038 คน ผู้ที่ถูกจับในข้อหาพืชกระท่อม ที่อยูระหว่างการสอบสวนของตำรวจหรืออยู่ในระหว่างการประกันตัว จะต้องยุติและได้รับการปล่อยตัวในทันที
สำหรับผู้ที่ถูกดำเนินคดีในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา ต้องมีการจำหน่ายคดีออกจากสารบบของศาล หรือจะได้รับการพิพากษายกฟ้อง รวมถึงผู้ที่ถูกกักขังแทนค่าปรับ จะต้องยกเลิกการเสียค่าปรับ
พืชกระท่อมเป็นไม้ยืนต้น ที่มีสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ในอดีตมักถูกนำมาใช้รักษาการติดเชื้อในลำไส้ บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ ลดไข้ บรรเทาอาการไอ ท้องร่วง ปัจจุบันมีกลุ่มคนบางกลุ่ม นำมาใช้เพื่อกดความรู้สึกเมื่อยล้า ทนต่อการทำงานกลางแจ้ง ทนร้อน ทนแดด เพื่อให้ทำงานได้นานขึ้น
อย่างไรก็ตาม หากมีการนำไปผสมยาเสพติดอื่น ๆ เช่น "สี่คูณร้อย" ซึ่งเป็นสารเสพติดที่เกิดจากการนำยาน้ำแก้ไอมาผสมกับใบกระท่อม ยังถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมาย
ข้อมูลจากกระทรวงยุติธรรมระบุว่า การปลดกระท่อมออกจากยาเสพติดให้โทษทำให้ลดค่าใช้จ่ายทั้งในส่วนของภาครัฐและผู้ต้องหาหรือจำเลยถึง 1.69 พันล้านบาท โดยคำนวณจากค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคดีที่ 76,612 บาท ซึ่งคดีข้อหาพืชกระท่อมที่ขึ้นสู่ศาลตั้งแต่ 1 ม.ค. 2563 - 30 มิ.ย. 2564 มีมากถึง 22,076 คดี
ทั้งนี้ ได้มีราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 8 ) พ.ศ. 2564 ยกเลิก “พืชกระท่อม” จากยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 มีผลบังคับใช้ในอีก 90 วัน เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสากล และบริบทของสังคมไทยในบางพื้นที่
เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2564 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ ประกาศ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 8 ) พ.ศ. 2564
สำหรับเหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยที่ปัจจุบันพืชกระท่อมเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 แต่ในหลายประเทศมิได้กำหนดให้พืชกระท่อมเป็นยาเสพติดให้โทษ ประกอบกับอนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ.1961 และพิธีสารแก้ไขอนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ. 1972 มิได้กำหนดให้พืชกระท่อมเป็นยาเสพติดให้โทษ
ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสากลและบริบทของสังคมไทยในบางพื้นที่ที่มีการบริโภคพืชกระท่อม ตามวิถีชาวบ้าน สมควรยกเลิกพืชกระท่อมจากการเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หรือมีผลตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป สามารถคลิกดูพระราชบัญญัติได้ ที่http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2564/A/035/T_0001.PDF
ที่มา
https://www.bbc.com/thai/thailand-58301713
https://www.prachachat.net/general/news-677505
Thai Herb Centers
วิสาหกิจชุมชน
#กัญชา #กัญชาเสรีทางการแพทย์ #เสรีกระท่อม
#พืชอารมณ์ดี #วิสาหกิจชุมชน #ปลูกกัญชา