กอล์ฟฟิตเนส by โค้ชเอ็มเจ

กอล์ฟฟิตเนส by โค้ชเอ็มเจ เพจที่นำเสนอความรู้ด้านกอล์ฟฟิตเนส โภชนาการอาหาร และ จิตวิทยาพัฒนาการ

“Dominate. Trust. Confidence.” การควบคุม การมีความเชื่อมั่น และการมีความมั่นใจ▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎​สามคำนี้ถูกเขียนไว้บนถุ...
10/08/2026

“Dominate. Trust. Confidence.”
การควบคุม การมีความเชื่อมั่น และการมีความมั่นใจ

▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎

​สามคำนี้ถูกเขียนไว้บนถุงมือของ Jackson Koivun หลังจากประสบความสำเร็จในระดับมหาวิทยาลัยกับทีม Auburn ด้วยการคว้าชัยชนะ 11 รายการ และทำสถิติสกอร์เฉลี่ยต่ำสุดของ NCAA ที่ 68.89 โปรหนุ่มวัย 21 ปีก็สามารถคว้าแชมป์รายการ 3M Open ได้หลังเทิร์นโปรมาเล่นอาชีพเพียงไม่กี่สัปดาห์ คำสามคำบนถุงมือจึงฟังดูไม่ใช่แค่ของประดับ แต่เปรียบเสมือนคำอธิบายตัวตนของเขา

​Koivun จบการแข่งขันด้วยสกอร์ 25 อันเดอร์พาร์ และทำสถิติ Strokes Gained เหนือนักกอล์ฟทั้งสนามไปถึง 17.349 เขาทำสถิติอันดับ 1 ในส่วนของ Strokes Gained และ Approach ขึ้นกรีนได้ 61 จาก 72 กรีน ทำ 24 เบอร์ดี้ กับอีก 2 อีเกิ้ล โดยเสียไปแค่ 3 โบกี้เท่านั้น นอกจากนี้เขายังทำ Strokes Gained จากการพัตต์ได้ถึง 5.649 สถิติแสดงให้เห็นว่าเขาสามารถคุมลูกกอล์ฟได้อย่างอยู่มือ และสามารถเปลี่ยนโอกาสดีๆ ให้เป็นสกอร์ได้อย่างต่อเนื่อง

สามคำบนถุงมือของเขาเป็นส่วนหนึ่งในการควบคุมเกมกอล์ฟของตัวเองให้ดีขึ้น
​
1️⃣ การควบคุมเกม (Dominance)

ให้เริ่มต้นที่น้ำหนักการจับกริพ เมื่อนักกอล์ฟอยากตีช็อตนั้นให้ออกมาดีมากๆ พวกเขามักจะบีบกริพแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว มือจะเกร็ง ความตึงจะส่งผ่านไปยังท่อนแขน Forearm และหัวไหล่ ทำให้สวิงสั้นลง เร็วขึ้น และขาดการเคลื่อนไหวในแบบที่ควรจะเป็น

​ในการฝึกนักกอล์ฟควรประเมินน้ำหนักการจับกริพของตัวเองตั้งแต่ระดับ 1 ถึง 10 หลายคนคิดว่าตัวเองจับอยู่ที่ระดับ 4 หรือ 5 แต่ในความเป็นจริงแล้วเวบาสวิงเกือบจะถึงระดับ 8

​แนะนำ Drill เพื่อฝึกปรับน้ำหนักการจับกริพง่ายๆ เวงาฝึกซ้อมที่สนามไดรฟ์ตามนี้ครับ

1. หยิบเหล็ก 7 ขึ้นมา แล้วกำให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ นั่นคือระดับ 10 ของนักกอล์ฟ

2. คลายมือออกจนไม้เกือบจะหลุดจากมือ นั่นคือระดับ 1

3. ลองหาน้ำหนักการจับกริพให้อยู่ที่ระดับ 4 ซึ่งก็คือ ไม้ยังรู้สึกกระชับอยู่ในร่องนิ้ว แต่แขนส่วน Forearm ยังผ่อนคลาย

4. ทำการขยับหัวเหล็กไปมาเบาๆ (Waggle) สั้นๆ หนึ่งครั้ง ก่อนสวิงคุณควรจะรู้สึกว่าหัวเหล็กเคลื่อนที่ได้โดยที่ไหล่ไม่เกร็ง

5. ตีลูก 6 ลูก โดยให้ปล่อยกริพและจับใหม่ทั้งหมดก่อนตีทุกช็อต

​อย่าเพิ่งตัดสินแบบฝึกหัดนี้จากวิถีลูกแต่ให้สังเกตคุณภาพการอิมแพคลูก เสียงตอนปะทะ และความรู้สึกว่าหน้าไม้ส่งผ่านลูกไปได้อย่างอิสระหรือไม่

เป้าหมายของการฝึกนี้ คือ นักกอล์ฟควรตีโดนกลางหน้าไม้แบบแน่นๆ ให้ได้ 4 ใน 6 ลูก โดยที่น้ำหนักการจับกริพไม่เพิ่มขึ้นก่อนที่จะเริ่ม Takeaway

​นั่นคือรูปแบบการควบคุมเกมที่มีประโยชน์ เพราะนักกอล์ฟกำลังควบคุมสภาวะทางร่างกายก่อนที่สวิงจะเริ่มขึ้น แทนที่จะพยายามไปควบคุมวิถีลูกทั้งหมดหลังจากที่เริ่มขึ้น Backswing ไปแล้ว

▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎

​2️⃣ เชื่อมั่น (Trust)

นักกอล์ฟควรเชื่อมั่นต่อแรงบีบกริพตลอดการสวิง ดังนั้นการค้นหาน้ำหนักการจับกริพที่สบาย (คะแนน 4-5) เป็นเพียงก้าวแรก แต่บททดสอบที่แท้จริงคือการรักษาน้ำหนักการจับนั้นให้คงที่

​นักกอล์ฟหลายคนเริ่มสวิงด้วยมือที่ผ่อนคลาย แต่กลับบีบแน่นขึ้นเมื่อลากไม้ออกจากลูก (Takeaway) บางคนเพิ่มการจับกริพแน่นขึ้น หรือเกร็งท่อนแขนเพิ่มที่จุดสูงสุดของสวิง (Top of swing) เพื่อพยายามจะสร้างความเร็วในช่วง Downswing การเปลี่ยนแปลงแรงบีบกริพอย่างกะทันหันนั้นทำให้นักกอล์ฟทำลายจังหวะ (Tempo) และทำให้หน้าไม้หมุนกลับมาปะทะลูกได้อย่างสม่ำเสมอยากขึ้น

​นักกอล์ฟไม่จำเป็นต้องคลายมือให้รู้สึกหลวม เพราะการสวิงไม้ยังต้องมีความมั่นคง แต่เป้าหมายคือการหลีกเลี่ยงอาการเกร็งที่เพิ่มสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น (นักกอล์ฟส่วนใหญ่จะไม่รู้ตัว) ถ้านักกอล์ฟยกไหล่ขึ้น แขนท่อนล่างแข็งเกร็ง หรืออาการผ่อนคลายหายไป นักกอล์ฟควรก้าวถอยออกมาเพื่อเซ็ตอัพใหม่

▶️ ข้อแนะนำ > Target Mode ไม่ใช่ Mechanic Mode

เมื่อนักกอล์ฟเข้าสู่ตำแหน่ง Address จับกริพเข้าที่แล้ว ห้ามออกแรงบีบเพิ่ม หรือ คลายมืออีก เลือกเป้าหมาย มองเป้าหมาย ทำแวกเกิลหนึ่งครั้ง แล้วสวิง นักกอล์ฟควรนำวิธีปฏิบัติแบบนี้ไปใช้ในสนามจริงจนติดเป็นนิสัย

​ความเชื่อมั่นจะเกิดง่ายขึ้นเมื่อมันเชื่อมโยงกับความรู้สึกที่คุณได้ซ้อมมาแล้ว คุณไม่ได้กำลังบอกให้ตัวเองเชื่อในสวิงที่เพอร์เฟกต์ แต่คุณกำลังบอกให้ตัวเองรักษาเงื่อนไขหนึ่งเดียวที่คุณควบคุมได้เอาไว้
​คือ "ความมั่นใจ" (Confidence)

▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎

3️⃣ ความมั่นใจ (Confidence)

​ความมั่นใจมักจะหายไปหลังจากตีช็อตเสีย เพราะนักกอล์ฟมักจะสงสัย และหาการแก้ไขเมคานิคสวิงทันที เช่น สงสัยการจับกริพ, สงสัยการเทคอะเวย์และแนวหน้าไม้, สงสัยตำแหน่งยืนและตำแหน่งลูก หรือ สงสัยในจังหวะสวิงเทมโป ก่อนที่จะเดินไปถึงช็อตถัดไปเสียอีก

​นักกอล์ฟลองใช้แรงบีบของฝ่ามือในการจับกริพเป็นจุดรีเซ็ตร่างกายแทน
​
หลังจากตีช็อตที่ไม่ดี ให้เดินแบบผ่อนคลาย หายใจเข้า หายใจออก เมื่อไปถึงช๊อตต่อไปก่อนจะจับไม้กอล์ฟในแบมือทั้งสองข้างออกเต็มที่ ขยับฝ่ามือ ขยับนิ้วมือด้วยความรู้สึกที่ผ่อนคลาย จับกริพใหม่ด้วยน้ำหนักที่ฝึกซ้อมมา และทำแวกเกิลหนึ่งครั้งก่อนเข้าจรดลูก

​การกระทำเล็กๆ นี้จะช่วยขัดจังหวะวงจรเดิม negative ที่มักจะแบกความตึงเครียดจากช็อตหนึ่งไปสู่อีกช็อตหนึ่ง และยังช่วยให้คุณมีสิ่งที่จับต้องได้และมีประโยชน์มากกว่าความคิดเรื่องการปรับสวิงที่ซับซ้อน

​สำหรับช็อตแอพโพรชที่ยาก หรือช็อตที่อยู่ภายใต้ความกดดัน ให้เลือกเหล็กที่ยาวขึ้นเพื่อให้ไม่ต้องเค้นสวิง และถ้าช็อตไหนต้องใช้แรงทั้งหมดที่คุณมีเพื่อให้ถึงเป้าหมาย ให้เปลี่ยนไปใช้เหล็กเบอร์ต่ำลง (ตีได้ไกลขึ้น) จับกริพสั้นลงเล็กน้อย และรักษาน้ำหนักการจับที่ผ่อนคลายแบบเดียวกับที่ฝึกบนสนามไดร์ฟเอาไว้

​นักกอล์ฟจำนวนมากจะตีลูกได้ดีขึ้นเกือบจะทันที เมื่อพวกเขาเลิกที่จะพยายามมากจนเกินไป ความตั้งใจนั้นสำคัญแต่อาการเกร็งที่มากเกินไปมักจะทำให้ความตั้งใจนั้นนำมาใช้งานได้ยากขึ้น

ที่มา : PGA of America
ขอบคุณรูปภาพจาก PGA

▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎
⬇️⬇️

แบบฝึกความแข็งแรง ข้อมือ & ฝ่ามือ อยู่ในคอมเมนต์

🔰 พื้นฐานเรื่องการดื่มน้ำให้ร่างกาย (Hydration Basics) ระหว่างฝึกซ้อมและออกรอบ​“อย่าลืมดื่มน้ำให้พอนะ” เป็นประโยคยอดฮิตท...
24/06/2026

🔰 พื้นฐานเรื่องการดื่มน้ำให้ร่างกาย (Hydration Basics) ระหว่างฝึกซ้อมและออกรอบ

​“อย่าลืมดื่มน้ำให้พอนะ” เป็นประโยคยอดฮิตที่นักกอล์ฟจะได้ยินบ่อยๆ เวลาฝึกซ้อม หรือ อยู่ระหว่างออกรอบรวมถึงแข่งขัน

การเติมน้ำให้ร่างกายอย่างเหมาะสมช่วยรักษาระดับความสามารถการเล่นของนักกอล์ฟได้ทั้งทางร่างกายและจิตใจ เนื่องจากสมองประกอบด้วยน้ำถึง 85% และยังพบว่าสมองเป็นอวัยวะที่ไม่มีระบบกักเก็บน้ำ สมองจึงได้รับสิทธิ์สูงสุดเป็นอันดับแรกในการไหลเวียนของเลือด

การดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมเพียงพอจะช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจะทำให้นักกอล์ฟมีสมาธิจดจ่ออยู่กับการเล่นได้ดียิ่งขึ้น

​ร่างกายมนุษย์ประกอบด้วยสารที่เป็นของแข็ง 25% และน้ำ 75% ยกตัวอย่างเช่น หมอนรองกระดูกสันหลัง (Nucleus Pulposus) ประกอบด้วยน้ำเป็นส่วนใหญ่ ปริมาณน้ำในหมอนรองกระดูกสันหลังทำหน้าที่รองรับน้ำหนักส่วนใหญ่ของร่างกายท่อนบน ดังนั้นการเติมน้ำให้ร่างกายอย่างเหมาะสมจึงเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยป้องกันอาการปวดหลังส่วนล่างในระหว่างการฝึกซ้อมและออกรอบ นอกจากนี้น้ำยังทำหน้าที่เป็นสารหล่อลื่นสำหรับข้อต่อต่างๆ ซึ่งช่วยบรรเทาอาการ ตึง ล้า ปวดจากภาวะขาดสารหล่อลื่นในข้อต่อ

​เมื่อนักกอล์ฟทราบถึงความสำคัญของการดื่มน้ำแล้ว ปริมาณน้ำที่ดื่มในแต่ละวันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้นักกอล์ฟลดความเสี่ยงจากภาวะร่างกายและสมองขาดน้ำ

คนส่วนใหญ่ชอบบอกว่า “ให้ดื่มน้ำเยอะๆระหว่างออกรอบ” แต่เยอะๆ ที่ว่านั้นคือเท่าไหร่? บางคนก็บอกว่า “ให้ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว” ซึ่งเป็นคำพูดต่อๆกันมาไม่ใช่แนวทางที่แม่นยำในการกำหนดปริมาณน้ำที่ต้องดื่มในแต่ละวัน

ยกตัวอย่างเช่น ถ้านักกอล์ฟหญิงที่มีน้ำหนักประมาณ 55 กิโลกรัม การดื่มน้ำ 8 แก้วอาจทำให้ร่างกายได้รับน้ำมากเกินไป (Overhydration)
ในทางกลับกันถ้านักกอล์ฟชายมีน้ำหนักประมาณ 90 กิโลกรัม น้ำ 8 แก้วก็จะน้อยกว่าปริมาณที่ร่างกายต้องการจริงๆ เป็นอย่างมาก

สูตรคำนวณปริมาณน้ำที่เหมาะสม คือ

• น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) x 33 = ปริมาณน้ำ (มิลลิลิตร)

หากคุณหนัก 60 กิโลกรัม ปริมาณน้ำขั้นต่ำที่ควรดื่มคือ 60 x 33 = 1,980 มิลลิลิตร ~ ประมาณ 2 ลิตร

​🧮 ถ้าใช้สูตรการคำนวนจาก สถาบันเวชศาสตร์การกีฬาอเมริกัน (ACSM) คือ

ดื่มน้ำอย่างน้อย 30 - 35 มล. ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม

หากคุณหนัก 60 กิโลกรัม ปริมาณน้ำขั้นต่ำที่ควรดื่มคือ 60 x 35 = 2,100 มิลลิลิตร ~ ประมาณ 2.1 ลิตร

ข้อแนะนำ : หากอยู่ในสภาพอากาศร้อน ควรบวกปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 350-700 มิลลิลิตรต่อวัน

​🚨 ข้อควรระวัง

จุดสำคัญที่ต้องจำไว้ คือ เครื่องดื่มชนิดอื่นจะไม่ถูกนับรวมในเป้าหมายการดื่มน้ำนี้ เครื่องดื่มชนิดอื่นๆ เช่น กาแฟ, ชา, น้ำผลไม้, น้ำอัดลม, นม, และน้ำแต่งกลิ่นรส

ทางวิทยาศาสตร์การกีฬา เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงเกิน 8% (Hypertonic) เช่น น้ำอัดลมหรือน้ำผลไม้เข้มข้น จะทำให้การดูดซึมน้ำในลำไส้ช้าลง แต่สำหรับเครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับออกกำลังกาย (Isotonic/Hypotonic) ที่มีน้ำตาลและโซเดียมในสัดส่วนที่เหมาะสมประมาณ 4-8% จะช่วยให้น้ำดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้เร็วกว่าการดื่มน้ำเปล่าเสียด้วยซ้ำ และช่วยชดเชยโซเดียมที่เสียไปกับเหงื่อ ป้องกันอาการตะคริวได้ดี

▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎

​⏰️ ช่วงเวลาในการดื่มน้ำ

​จังหวะเวลาในการดื่มน้ำมีความสำคัญต่อการเติมน้ำให้ร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ การดื่มน้ำเป็นสิ่งแรกในตอนเช้าถือเป็นเรื่องวิกฤตที่ต้องทำ เพราะในระหว่างการนอนหลับ ร่างกายจะเกิดภาวะขาดน้ำ ดังนั้นการดื่มน้ำทันทีที่ตื่นนอนจึงเป็นก้าวแรกของการเติมน้ำอย่างเหมาะสม

▪️ช่วงเช้า

เริ่มต้นด้วยการดื่มน้ำ 25% ของปริมาณน้ำทั้งหมดที่คุณต้องดื่มในวันนั้น หากปริมาณน้ำที่คุณต้องดื่มต่อวันคือ 2000 มล. คุณควรดื่ม 500 มล.ในตอนเช้า

▪️ระหว่างออกรอบกอล์ฟ

นักกอล์ฟควรดื่มน้ำให้ได้ 40%-50% ของปริมาณน้ำทั้งหมดต่อวัน หากเป้าหมายของนักกอล์ฟ คือ 2,000 มล. คุณควรดื่มน้ำ 1,000 มล. ขณะอยู่บนสนามกอล์ฟ และถ้าอากาศร้อนนักกอล์ฟควรดื่มให้ได้ 1,300-1,700 มล. ในการออกรอบ 18 หลุม

▪️ช่วงเวลาที่เหลือของวัน

ดื่มน้ำส่วนที่เหลือเฉลี่ยไปตลอดทั้งวัน หากเป้าหมายของนักกอล์ฟ คือ 2,000 มล. คุณควรดื่มน้ำ ที่เหลืออีก 500 มล. ให้ครบ

▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎
​
🥵 ผลกระทบภาวะสูญเสียน้ำ (Dehydration) ต่อระยะทางของวงสวิงระหว่างการออกรอบ

ผลการวิจัยพบว่า การที่นักกอล์ฟไม่ชดเชยน้ำที่สูญเสียไปในระหว่างการออกรอบ สามารถส่งผลให้ผู้เล่นเกิดข้อผิดพลาดเพิ่มมากขึ้นและส่งผลกระทบต่อผลงานการแข่งขันในที่สุด ผลงานวิจัยโดย คุณ Smith และคณะ ในปี 2012 ระบุว่า แม้จะเกิดภาวะขาดน้ำเพียงเล็กน้อย ทำให้มวลร่างกายลดลงประมาณ 1-2 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้สมรรถภาพทางจิตใจและร่างกายในระหว่างการเล่นกอล์ฟเสื่อมถอยลงอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ทีมวิจัยยังแสดงให้เห็นอีกว่า ภาวะขาดน้ำเพียงเล็กน้อยสามารถส่งผลเสียต่อระยะการตี ความแม่นยำ และการกะระยะในระหว่างการเล่นได้
​
1️⃣ ผลกระทบต่อสมรรถภาพทางจิตใจ

• ความเหนื่อยล้าทางจิตใจเพิ่มขึ้น ความตื่นตัวและสมาธิลดลง

• การประสานงานของร่างกายลดลง ส่งผลให้ความสม่ำเสมอลดลงและความแม่นยำแย่ลง

• การตัดสินใจบกพร่อง ส่งผลกระทบต่อการเลือกไม้และรูปแบบการตี รวมถึงการกะระยะ ซึ่งจะยิ่งทำได้ยากขึ้นเมื่ออยู่ภายใต้ความกดดัน

​2️⃣ ผลกระทบต่อสมรรถภาพทางร่างกาย

• ระบบหัวใจและหลอดเลือดรวมถึงระบบประสาทส่วนกลางได้รับผลกระทบ เป็นเหตุให้อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น ความดันโลหิตลดลง และสูญเสียความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

• ความอ่อนล้าทำให้สูญเสียการประสานงาน การทรงตัว และความมั่นคง ซึ่งรบกวนความแม่นยำและระยะการตี ทำให้ต้องใช้พละกำลังในการตีมากขึ้น

• ภาวะขาดน้ำเพียงเล็กน้อย สามารถลดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลงได้มากถึง 6%

ผมอ่านบทความของโปร Brendon Elliott, PGA ที่เขียนลงใน PGA of America เห็นว่าน่าจะมีประโยชน์สำหรับเพื่อนๆนักกอล์ฟ เลยขอแชร...
07/06/2026

ผมอ่านบทความของโปร Brendon Elliott, PGA ที่เขียนลงใน PGA of America เห็นว่าน่าจะมีประโยชน์สำหรับเพื่อนๆนักกอล์ฟ เลยขอแชร์ครับ

🔽🔽

ถอดบทเรียนแชมป์ของ เซลีน บูติเยร์
คู่มือการบริหารวางแผนในสนามเพื่อสกอร์ที่ดีขึ้น

▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎

​เซลีน บูติเยร์ (Celine Boutier) ไม่ได้ชนะรายการ ShopRite LPGA ด้วยการใช้พละกำลัง แต่เธอชนะด้วยการ "วางแผนและควบคุม" การเล่น

​คือบทเรียนที่นักกอล์ฟทุกคนสามารถเรียนรู้จากสกอร์ 66 ในรอบสุดท้ายของเธอ บูติเยร์เร่งเครื่องทำสกอร์ไล่ตามหลังผู้นำถึง 4 สโตรก โดยทำไป 5 เบอร์ดี้ เสียเพียง 1 โบกี้ และพัตเพียง 26 พัตต์ในวันอาทิตย์ จนเฉือนชนะ 1 สโตรก นี่คือแชมป์ ShopRite LPGA สมัยที่สองของเธอ และเป็นชัยชนะใน LPGA Tour ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023

​สิ่งที่ต้องการชี้ให้นักกอล์ฟเห็น คือ เธอรับมืออย่างไรกับสนามที่มีกระแสลมเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว สนามที่บีบให้ต้องเลือกเหล็กอย่างชาญฉลาด และพร้อมจะลงโทษช็อตที่ผิดพลาดเมื่อตีเข้าหากรีนที่เล่นยาก

​หลังจบการแข่งขัน บูติเยร์ให้สัมภาษณ์ว่าสนาม Seaview สามารถเล่นได้หลากหลายวิธีมาก ซึ่งนี่เป็นแนวคิดสำคัญที่นักกอล์ฟควรทำความเข้าใจ เพราะผู้เล่นที่เก่งที่สุดในโลกไม่ได้เดินไปหาลูกแล้วเลือกช็อตแบบอัตโนมัติเพียงวิธีเดียว พวกเขารู้จักปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ และคุณเองก็ทำแบบนั้นได้เช่นกัน

​1. ให้กระแสลมช่วยนักกอล์ฟเลือกช็อตที่ใช่

​นักกอล์ฟส่วนใหญ่สังเกตเห็นลม แต่มักไม่ค่อยปรับเปลี่ยนการเล่นตามลมอย่างเพียงพอ พวกเขารับรู้ลม พูดถึงลม แต่สุดท้ายก็มักจะหยิบเหล็กอันเดิมเหมือนที่เคยตีในวันที่ลมสงบ

​บูติเยร์ชี้ให้เห็นว่า ลมที่สนาม Seaview สามารถทำให้การเล่นในสนามเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ลมไม่ได้เปลี่ยนแค่ระยะทางเท่านั้น แต่ยังเปลี่ยนทั้งวิถีลูก (Trajectory), ความโค้ง (Curve), มุมตกของลูก (Landing angle) และความมั่นใจในการสวิง

​ก่อนที่คุณจะตีช็อตแอปโพรช (Approach shot) ทวนลมหรือตามลมครั้งต่อไป ลองถามตัวเองด้วยคำถามเหล่านี้

1. ลมนี้เป็นลมช่วย (ตามลม), ลมต้าน (ทวนลม) หรือลมขวาง?

2. คุณจำเป็นต้องตีลูกนี้ให้ต่ำลง สูงขึ้น หรือ ตีตามปกติ?

3. จุดที่พลาดแล้วปลอดภัยที่สุดอยู่ตรงไหน หากคุณกะระยะลมผิด?

▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎

💡 เคล็ดลับการเล่นกับลม

▪️เมื่อตีทวนลม

ให้เพิ่มเหล็ก (เลือกเหล็กที่ยาวขึ้น) แล้วสวิงให้เนียนตาและนุ่มนวลขึ้น การสวิงอย่างรุนแรงมักจะเพิ่มสปิน (Spin) ซึ่งสปินจะทำให้ลูกเหินสูง ค้างกลางอากาศ และตกสั้นกว่าระยะจริง

▪️เมื่อตีตามลม

พึงระลึกไว้ว่าลูกอาจจะลอยไปไกลกว่าเดิม แต่เวลาตกพื้น มุมตกจะราบกว่าปกติและลูกจะวิ่งมากขึ้น

▪️เมื่อเจอข้างลม (ลมขวาง)

หลีกเลี่ยงการตีสู้ลม เว้นแต่คุณจะชำนาญช็อตนั้นจริงๆ การปล่อยให้ลูกลอยไปตามลมเข้าหาเป้าหมายที่ปลอดภัยกว่า มักจะเป็นทางเลือกที่ฉลาดกว่าเสมอ

▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎

💡 เลือกเหล็กโดยมองให้มากกว่าแค่ "ระยะหลาทั้งหมด"

ความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดประการหนึ่งระหว่างผู้เล่นในทัวร์กับนักกอล์ฟแต้มต่อสูง คือ ผู้เล่นระดับท็อปแทบจะไม่เลือกเหล็กโดยอิงจาก "ตัวเลขระยะถึงธง" เพียงอย่างเดียว พวกเขาจะคำนวณปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย

• ลม
• สภาพการตั้งของลูก (Lie)
• ความแข็งของกรีน
• ระยะแครี่ (Carry distance)
• อุปสรรค
• ความลาดชัน
• อะดรีนาลีนในร่างกาย
• อาการของลูกเมื่อตกกระทบพื้น

สิ่งเหล่านี้สำคัญกับทุกสนาม โดยเฉพาะสนามที่มีกรีนปราบเซียนอย่าง Seaview

นักกอล์ฟทั่วไปเมื่อเห็นระยะ 143 หลา จะคิดทันทีว่า "นี่คือระยะเหล็ก 7 ของฉัน" แต่ผู้เล่นที่เก่งกว่าจะเห็นระยะ 143 หลา ที่มีตำแหน่งธงอยู่ด้านขวาใน ปักหมุดหลบหลังบังเกอร์ มีลมพัดจากซ้ายมาขวา และมีบังเกอร์ดักอยู่ด้านหน้า จากนั้นพวกเขาจะเลือกช็อตที่มี "โอกาสผิดพลาดได้มากที่สุดแต่ยังปลอดภัย"

▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎

💡 Trick!! ลองใช้วิธีนี้ในช็อตแอปโพรชครั้งต่อไปของนักกอล์ฟ

1. เช็กระยะทางทั้งด้านหน้า, ตรงกลาง และด้านหลังของกรีน
2. เลือกเหล็กที่ตีแล้วลูกไปตกในโซนที่ถูกต้อง ไม่ใช่แค่เลือกให้ถึงตัวธง
3. เล็งไปยังจุดที่หากผิดพลาดไปนิดหน่อย ก็ยังสามารถชิพหรือพัตต์เก็บได้ง่าย
4. หลีกเลี่ยงการเล่นเสี่ยงชนธงที่ปักอยู่มุมกรีน เว้นแต่ช็อตนั้นจะเข้าทางกับระดับฝีมือของนักกอล์ฟจริงๆ
​
จำไว้ว่าการเล็งหลบอุปสรรคไม่ใช่การเล่นกอล์ฟแบบขี้ขลาด แต่มันคือการเล่นกอล์ฟอย่างชาญฉลาด Smart Golf!!

▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎

💡 เคารพและวางแผนเผื่อกรีน ตั้งแต่ก่อนจะเดินไปถึง

สถิติพัตต์ 26 พัตต์ในการแข่งวันสุดท้ายของบูติเยร์ ควรค่าแก่การยกย่องจากนักกอล์ฟทุกคน แต่การพัตต์ที่ดีขึ้นนั้น มักจะเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ "ก่อนที่คุณจะหยิบพัตเตอร์ออกมาจากถุง" ด้วยซ้ำ

📌 หากนักกอล์ฟชอบตีลูกไปตกในจุดที่ต้องพัตต์ลงเนิน พัตต์ไลน์เลี้ยวเยอะๆ หรือต้องพัตต์ยาวจากระยะ 35 ฟุตอยู่บ่อยๆ สถิติการพัตต์ของนักกอล์ฟจะแย่ลงแน่นอน หรือถ้านักกอล์ฟแอปโพรชพลาดไปตกฝั่งสั้น (ฝั่งที่เหลือพื้นที่กรีนให้เล่นน้อย) ช็อตชิพของนักกอล์ฟก็จะยากขึ้น และถ้านักกอล์ฟควบคุมน้ำหนักความเร็วได้ไม่ดี พัตต์ที่สองของนักกอล์ฟก็จะเต็มไปด้วยความกดดัน

วิธีที่ดีที่สุดในการพัตต์ให้ดีขึ้น คือการให้ลูกตกในตำแหน่งที่ทำให้นักกอล์ฟ "พัตต์ง่ายขึ้น"

📌 เป้าหมายง่ายๆ สำหรับช็อตแอปโพรชของนักกอล์ฟคือ ตีไปฝั่งที่กว้างและปลอดภัยของกรีน และพยายามวางตัวให้ได้พัตต์ขึ้นเนินเสมอเท่าที่จะทำได้

📌 นักกอล์ฟอาจจะทำไม่ได้ดั่งใจทุกครั้ง แต่ "ความตั้งใจ" สำคัญมาก เวลานักกอล์ฟดูผู้เล่น LPGA Tour ให้สังเกตว่าพวกเขามักจะวางลูกไว้ในตำแหน่งที่พัตต์เก็บได้ง่ายหรือควบคุมได้บ่อยแค่ไหน นั่นไม่ใช่เพราะโชคช่วย แต่มันคือ การบริหารวางแผนสนาม (Course management)

▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎

💡 ใช้ประโยชน์จากหลุมพาร์ 5 โดยไม่ต้องหักโหม

บูติเยร์ยังกล่าวถึงสนาม Seaview อีกว่า มีโอกาสทำแต้มมากมายที่หลุมพาร์ 5 ซึ่งนี่ก็เป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำหรับนักกอล์ฟ

หลุมพาร์ 5 คือหลุมทำสกอร์ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเปิด "ไฟเขียว" บุกแหลกโดยไม่คิดหน้าคิดหลังทุกครั้ง

นักกอล์ฟจำนวนมากเปลี่ยนหลุมพาร์ 5 ให้มีช็อตช่วยชีวิต เพราะพวกเขามักตีไดรเวอร์เข้าไปหาอุปสรรค หรือ พยายามใช้หัวไม้แฟร์เวย์ไปหาหลุมในตำแหน่งที่ดีที่สุดจากตำแหน่งที่ไม่ดี หรือพยายามตีข้ามอุปสรรคทั้งที่ขีดความสามารถของตัวเองทำไม่ได้

วิธีเล่นที่ดีกว่าคือ "การคิดย้อนกลับจากหลังมาหน้า" (Build the hole backward)

นักกอล์ฟลองถามตัวเองว่า

1. คุณสามารถตีออนใน 2 ช็อตด้วยวงสวิงปกติได้จริงหรือ?
2. ตำแหน่งลูก (Lie) ดีพอที่จะตีลูกให้ไปข้างหน้าได้อย่างปลอดภัยไหม?
3. คุณอยากจะตีช็อต 3 ขึ้นกรีนจากมุมไหน?
4. เหล็กไหนที่จะช่วยให้คุณได้ระยะทางของเหล็กเวดจ์ (Wedge) ที่ถนัดและมั่นใจที่สุด?
5. หากคุณไม่สามารถทำสองออนได้ ช็อตที่สองของคุณควรจะเป็นการวางตัว เพื่อให้เหลือระยะช็อตที่สามในระยะที่คุณชอบและถนัดที่สุด การเลย์อัพอย่างมีชั้นเชิงไปเหลือระยะ 85 หลา มักจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการฝืนตีหัวไม้แฟร์เวย์แล้วลูกไปจบลงในรัฟ, ทราย หรือ น้ำ

▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎

💡 รักษาความอดทนเมื่อเกมเริ่มไม่เป็นใจ

ชัยชนะของบูติเยร์เกิดขึ้นหลังจากที่เธอเริ่มวันด้วยสกอร์ตามหลังถึง 4 สโตรก นี่คือสิ่งเตือนใจที่ดีว่า ผลการเล่นกอล์ฟไม่ได้ถูกตัดสินแค่หลังจากผ่านไป 6 หลุมแรก

นักกอล์ฟทั่วไปมักจะหมดความอดทนเร็วเกินไป การเสียโบกี้ตั้งแต่เนิ่นๆ ทำให้รู้สึกเหมือนรอบนั้นพังไปแล้ว หรือการเจอโชคร้ายก็กลายเป็นข้ออ้าง พัตต์สั้นๆ พลาดทีเดียว ก็นำไปสู่การเหวี่ยงวงสวิงหลุดฟอร์มไปอีกสามช็อต

บูติเยร์เคยห่างหายจากชัยชนะใน LPGA Tour ไปเกือบสามปี เธอเคยเฉียดไปเฉียดมา เธอเคยผิดหวัง แต่เธอยังคงมุ่งมั่นทำงานหนักต่อไป และเมื่อเกมของเธอเริ่มเข้าที่เข้าทาง เธอก็พร้อมทันที

สำหรับนักกอล์ฟทั่วไป "ความอดทน" อาจเป็นทักษะในการทำสกอร์ที่ถูกมองข้ามมากที่สุดในเกมกอล์ฟเลยก็ว่าได้ ลองใช้วิธีรีเซ็ตตัวเองตามขั้นตอนเหล่านี้หลังจากเล่นผิดพลาด

1. ​สูดหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ หนึ่งถึงสองครั้ง ก่อนจะเดินไปตีช็อตต่อไป
2. ​ยอมรับและระบุความผิดพลาดนั้นโดยไม่ต้องใส่อารมณ์
3. ​เลือกเป้าหมายต่อไปที่ฉลาดและปลอดภัยที่สุด
4. ​มีสมาธิและมุ่งมั่นกับช็อตที่อยู่ตรงหน้าคุณเท่านั้น
5. คุณไม่จำเป็นต้องชดเชยความผิดพลาดทันทีในช็อตถัดไป สิ่งที่คุณต้องทำคือ "หยุดความผิดพลาดหนึ่งครั้ง ไม่ให้มันกลายเป็นสามครั้งติดต่อกัน"

▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎

▶️ แผนซ้อมกอล์ฟ 20 นาทีตามรอย "บูติเยร์"
ก่อนออกรอบครั้งต่อไป ลองใช้เวลา 20 นาทีซ้อมกอล์ฟแบบเน้นการทำสกอร์อย่างชาญฉลาดดูครับ

▪️5 นาทีแรก

ตีเหล็ก 3 อันที่ต่างกัน เช่น เหล็ก 7, 8, 9 ให้ไปตกในระยะเป้าหมายเดียวกัน ฝึกคุมระยะและวิถีลูก

▪️5 นาทีต่อมา

ฝึกซ้อมช็อตพั้นช์ ตีลูกวิถีต่ำโดยใช้เหล็กที่ยาวขึ้นหนึ่งเบอร์ร่วมกับการสวิงที่สั้นลง

▪️5 นาทีที่สาม

ตีเหล็กเวดจ์ให้ได้ 3 ระยะที่แตกต่างกัน โดยโฟกัสไปที่จุดตกของลูก

▪️5 นาทีสุดท้าย

ซ้อมพัตต์จากระยะ 25 ถึง 35 ฟุต และพยายามทำให้ลูกทุกลูกไปหยุดอยู่ภายในวงรัศมี 3 ฟุต ให้ได้ซ้อมน้ำหนักพัตต์

▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎

ชัยชนะของ เซลีน บูติเยร์ ในรายการ ShopRite LPGA นั้นน่าประทับใจเพราะตัวเลขสกอร์ที่ทำได้ แต่มันจะ "มีประโยชน์และมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น" ถ้านำพิมพ์เขียวและแนวคิดการเล่นของเธอมาปรับใช้
เธอบริหารวางแผนตามสภาพสนาม, เคารพกระแสลม, เลือกเหล็กอย่างชาญฉลาด, ฉกฉวยโอกาสในหลุมทำแต้ม และมีความอดทนมากพอที่จะรอให้เกมที่ดีไหลกลับมาหาเธอเอง นี่ไม่ใช่แค่แนวทางการเล่นกอล์ฟระดับ LPGA Tour เท่านั้น แต่มันคือแนวทางการเล่นกอล์ฟที่ดีขึ้นสำหรับนักกอล์ฟทุกคนครับ

เขียนโดย Brendon Elliott, PGA
แปลและเรียบเรียง โค้ชเอ็มเจ
ที่มา PGA of America

05/11/2025

Mini-band Hip Abduction w/ Stability Ball Glute Bridge

- ควบคุมการทำงานกล้ามเนื้อสะโพก
- พัฒนาการทำงาน Hip Flexor
- สร้างความแข็งแรงกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังและหลังล่าง


01/11/2025

🔰 Increasing Chest Power

▪️Set 1

1. BB Bench Press จังหวะเร็ว น้ำหนักปานกลาง 8-10 ครั้ง
2. BB Incline Bench Press จังหวะเร็ว น้ำหนักปานกลาง 8-10 ครั้ง

▪️Set 2

1. BB Bench Press จังหวะเร็ว น้ำหนักหนัก 4-5 ครั้ง
2. BB Incline Bench Press จังหวะเร็ว น้ำหนักหนัก 4-5 ครั้ง

▪️Set 3

1. BB Bench Press จังหวะเร็ว น้ำหนักหนักมาก 2 ครั้ง
2. BB Incline Bench Press จังหวะเร็ว น้ำหนักหนักมาก 2 ครั้ง

▪️Set 4

1. BB Bench Press จังหวะเร็ว น้ำหนักหนักมาก 1 ครั้ง
2. BB Incline Bench Press จังหวะเร็ว น้ำหนักปานกลาง 6-8 ครั้ง

▪️Set 5

1. BB Bench Press จังหวะเร็ว น้ำหนักหนักมาก 1 ครั้ง
2. BB Incline Bench Press จังหวะเร็ว น้ำหนักปานกลาง 6-8 ครั้ง

▪️Set 6

1. BB Bench Press จังหวะเร็ว น้ำหนักหนักปานกลาง จนยกไม่ไหว
2. BB Bench Press จังหวะเร็ว น้ำหนักเบาจนยกไม่ไหว

▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎

อย่าลืม!! ระหว่างท่าและระหว่างเซ็ตพักให้แน่ใจว่าพร้อมยกอย่างมีพละกำลัง


31/10/2025

ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีร่างกายที่สมบูรณ์แบบ
ถ้าวงสวิงมีปัญหาจาก "ข้อจำกัด" ของร่างกาย

โปรแกรมฝึก "กอล์ฟฟิตเนส" โค้ชเอ็มเจ
1 on 1 | Private Training อาจตอบโจทย์

▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎

สอบถามรายละเอียดการฝึก

☎️ โค้ชเอ็มเจ 083 090 2004

31/10/2025

โปรแกรมฝึก "กอล์ฟฟิตเนส" โค้ชเอ็มเจ
1 on 1 | Private Training
▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎

กอล์ฟสมัยใหม่คีย์เวิร์ดสำคัญ คือ "ร่างกาย" เพราะร่างกายที่แข็งแรงและมีการเคลื่อนไหวที่ดีจะช่วยให้นักกอล์ฟพัฒนาสวิงได้ง่ายขึ้น ป้องกันอาการบาดเจ็บ

โปรแกรมฝึกถูกออกแบบให้มีความเหมาะสมต่อนักกอล์ฟแต่ละคนอย่างแท้จริง เพื่อพัฒนาสมรรถภาพร่างกายและทักษะการเคลื่อนไหวของนักกอล์ฟ

▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎

1️⃣ พัฒนากล้ามเนื้อที่ใช้ในการหมุน

พัฒนาทักษะการเคลื่อนไหวและเพิ่มความยืดหยุ่น ให้แก่กล้ามเนื้อที่ใช้หมุนร่างกาย โดยเฉพาะ กล้ามเนื้อสะโพก, กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว, กล้ามเนื้อหน้าอก, กล้ามเนื้อหัวไหล่ และกล้ามเนื้อข้อมือ เพื่อให้การหมุนเป็นไปอย่างถูกต้องต่อการสร้างพลังให้กับวงสวิง และลดโอกาสบาดเจ็บที่เกิดจากการสร้างเกลียวของวงสวิง

▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎

2️⃣ พัฒนาความแข็งแรงกล้ามเนื้อเพื่อสร้างพละกำลังและเพิ่มความมั่นคง

ฝึก Resistance Training โดยมีเป้าหมายเพิ่มมวลกล้ามเนื้อให้มากขึ้น โดยเฉพาะกล้ามเนื้อขา ก้น สะโพก หน้าท้อง หน้าอก หัวไหล่ และท่อนแขนเพื่อเพิ่มพละกำลัง สร้างความทนทาน เสริมความมั่นคง

▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎

3️⃣ พัฒนาทักษะและทัศนคติในการระเบิดพลังและสร้างความเร็ว

เมื่อนักกอล์ฟพัฒนาร่างกายจนมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง นักกอล์ฟต้องฝึกออกแรงสร้างการระเบิดพลังและความเร็วในการเคลื่อนไหวร่างกายโดยเฉพาะการหมุนและการเหวี่ยง

▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎

4️⃣ พัฒนาสมดุลร่างกาย

นักกอล์ฟมีร่างกายด้านซ้ายเป็น Lead Side (ข้างที่ใกล้ตำแหน่งเป้าหมาย) และมีร่างกายซีกขวาเป็น Trail Side (ข้างที่ไกลจากเป้าหมาย) สำหรับนักกอล์ฟถนัดขวา

การสร้างความสมดุลและการตอบสนองร่างกานจะลดการเกิดภาวะ Dominate ของร่างกายด้านขวาทำงานมากกว่าร่างกายด้านซ้าย โดยเฉพาะ ขาข้างขวาและแขนข้างขวาทำงานมากกว่าด้านซ้าย

▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎

5️⃣ พัฒนาการควบคุมร่างกายเคลื่อนไหวอย่างแม่นยำ

พัฒนาการคอบสนองของกล้ามเนื้อต่อการสั่งการของร่างกาย พัฒนาความรู้สึก ลำดับการเคลื่อนไหวเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการสร้างระยะและทิศทาง

▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎

สถานที่ฝึก MJ ATHLETIC STUDIO

📍Google map

https://maps.app.goo.gl/FbBn5Bc9dWZdnsa39

▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎

สอบถามรายละเอียดการฝึก

☎️ โค้ชเอ็มเจ 083 090 2004


26/10/2025

การประเมินการเคลื่อนไหวร่างกายนักกอล์ฟสมัครเล่นระดับสูงเผยให้เห็นว่าการเคลื่อนไหวที่ลดลงส่งผลต่อประสิทธิภาพวงสวิงอย่างไร

▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎

​แพดริก ดูลีย์ (Padraig Dooley) เป็นครูสอนกอล์ฟที่ได้รับการรับรองจาก TPI จากเมืองคอร์ก ประเทศไอร์แลนด์ และเป็นผู้เล่นระดับทัสร์ที่อายุครบ 50 ปี โดยมีเป้าหมายผ่านเข้ารอบ The Senior Open (การแข่งขันโอเพ่นของผู้เล่นอาวุโส)

แพดริกเข้ารับการวิเคราะห์และทดสอบร่างกายเต็มรูปแบบที่ TPI รวมถึงการจับภาพเคลื่อนไหวแบบ 3 มิติ (3D motion capture) และทดสอบด้วยแผ่นวัดแรง (force-plate testing) เพื่อหาคำตอบว่า

แพดริก ควรปรับปรุงร่างกายและวงสวิงตรงไหนบ้างเพื่อรักษามาตรฐานในการแข่งขันระดับสูงสำหรับผู้เล่นอาวุโส ผลการค้นพบที่สำคัญจากการประเมินร่างกายของเขาคือ

⬇️⬇️⬇️

แพดริกสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระดูกสันหลังส่วนอก (Thoracic Spine หรือ T-spine)

​แล้วทำไมการเคลื่อนไหว "กระดูกสันหลังส่วนอก" จึงมีความสำคัญที่ส่งผลต่อกลไกของวงสวิงและความเร็วของแพดริกอย่างไร และเขาควรฝึกอย่างไรเพื่อฟื้นฟูความสามารถในการเคลื่อนไหว

▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎

​การจำกัดการเคลื่อนไหวส่งผลต่อกลไกการสวิงได้อย่างไร

​การจำกัดการเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลังส่วนอก ถูกประเมินโดยการทดสอบท่า Seated Trunk Test (การทดสอบการหมุนลำตัวขณะนั่ง) สามารถส่งผลกระทบอย่างมากต่อกลไกการสวิงของนักกอล์ฟ และมีความสัมพันธ์อย่างมากกับลักษณะการสวิงหลายประการ

เมื่อนักกอล์ฟขาดความสามารถในการหมุนกระดูกสันหลังส่วนอก พวกเขามักจะ ชดเชยด้วยการสร้างการเคลื่อนไหวจากส่วนอื่น ซึ่งอาจนำไปสู่

1️⃣ Early extension (การยืดตัวเร็วเกินไป)

เนื่องจากร่างกายพยายามออกแรงส่งไปทางลูกเพื่อสร้างการหมุนและรักษาความเร็วของไม้กอล์ฟ แต่การหมุนกระดูกสันหลังส่วนอกที่ถูกจำกัดทำให้เกิดการยืดลำตัวที่เร็วเกินไปก่อนที่ impact

2️⃣ Sway และ Slide

การเคลื่อนที่ด้านข้างมากเกินไป เช่น Sway (การโยกตัวไปทางด้าน Backswing) หรือ Slide (การเลื่อนตัวไปทางด้าน Downswing ที่มากเกินไป) เนื่องจากผู้เล่นชดเชยการหมุนที่ทำได้น้อยเป็นการโยกลำตัวไปด้านข้าง ทำให้รู้สึกเหมือนจะหมุนได้มากขึ้น

​3️⃣ Reverse Spine Angle

การหมุนลำตัวส่วนบนไปทางด้านตรงข้ามกับการ หมุนไปทาง Backswing (มุมกระดูกสันหลังย้อนกลับ) การเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลังส่วนอกที่ไม่ดีจะเพิ่มโอกาสที่จุดสูงสุดของ Backswing ส่วนบนของร่างกายจะเอียงเข้าหาเป้าหมาย ผลที่ได้รับจะทำให้ลำดับการเคลื่อนไหว (sequencing) ผิดเพี้ยน และสร้างแรงกดกับความตึงเครียดอย่างมากต่อกระดูกสันหลังส่วนเอวทำให้บาดเจ็บหลัง รวมถึงลดทั้งประสิทธิภาพและความสม่ำเสมอในการตีลูก

▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎▪︎

​▶️ การสูญเสียการเคลื่อนไหวทำให้เสียพลัง ผ่าน Hand Path ที่จำกัด

​การขาดความสามารถในการเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลังส่วนอก หรือ หัวไหล่ ทำให้การเดินทางของมือ (hand path) ของนักกอล์ฟสั้นลงอย่างมาก ซึ่งจำกัดศักยภาพในการสร้างความเร็วหัวไม้โดยตรง ในระหว่างแบ็คสวิง

การหมุนกระดูกสันหลังส่วนอกและการหมุนไหล่ออกด้านนอกที่เพียงพอจะช่วยให้มือเคลื่อนที่เป็นวงโค้งที่ยาวขึ้น สร้างเวลามากขึ้นในการออกแรงระหว่างดาวน์สวิง เราเรียกสิ่งนี้ว่า "Ramp Time" (เวลาในการเร่งความเร็ว)

​หากหน้าอก ไหล่ ถูกจำกัดการเคลื่อนไหว มือและท่อนแขนจะถูกบังคับให้มีเส้นทางของ Backswing ที่สั้นลง ซึ่งจะลดระยะทางที่ช่วยให้เกิดการเร่งความเร็วได้ โดยพื้นฐานแล้วข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวในส่วนบนของร่างกายไม่เพียงแต่ส่งผลต่อคุณภาพการเคลื่อนไหวเท่านั้น แต่ยัง จำกัดศักยภาพทางจลนศาสตร์ (kinetic potential) ของวงสวิงเองด้วย

​ความเร็ว ไม่ได้เป็นเพียงผลผลิตของปริมาณแรงที่ใช้กับไม้กอล์ฟเท่านั้น แต่ยังเป็นผลผลิตของ ระยะเวลา ที่นักกอล์ฟสามารถออกแรงนั้นได้

​จากผลการทดสอบของเราสิ่งที่จะปรับปรุงแพดริกให้มีวงสวิงที่ดีขึ้นจะเน้นไปที่โครงสร้างของกระดูกสันหลังส่วนอกเพื่อเพิ่มระยะการเคลื่อนไหว เพื่อให้แพดริกเพิ่มการหมุนไหล่ตอนขึ้น Backswing และ เพิ่มการมีส่วนร่วมของกล้ามเนื้อหน้าท้องส่วนเฉียง (oblique abdominals) ตอน Downswing แพดริกไม่จำเป็นต้องมีเกมที่แตกต่างออกไป แต่แพดริกจำเป็นต้องยกระดับความสามารถทางร่างกาย เพื่อเพิ่มศักยภาพและยืดอายุการเล่นของเขาให้นานขึ้น

▶️ คลิปวิดีโอ

https://youtu.be/m27Qx-FUgHk?si=ICldKjYAVgt6MftS
​
ที่มา : Greg Rose, Titlesist Performance Institute

ที่อยู่

ถนน พระราม 9
Bangkok
10310

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66830902004

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กอล์ฟฟิตเนส by โค้ชเอ็มเจผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง กอล์ฟฟิตเนส by โค้ชเอ็มเจ:

ทางลัด

แชร์