ศูนย์ฝึกอบรม The X M Training

ศูนย์ฝึกอบรม The X M Training ให้ความรู้ ทักษะการนำเสนอ

19/05/2022

โลก ชีวิต และการทำงานในปี 2030 จะเปลี่ยนไปอย่างไร? จากมุมมองของ ท๊อป - Bitkub
ทุกคนคิดว่าโลกในปี 2030 จะต่างจากตอนนี้แค่ไหนกัน?
ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้โลกของเรากำลังหมุนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการเข้ามาของเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยขึ้นทุกวัน ในทางหนึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ชีวิตของเราง่ายขึ้น แต่ในอีกทางหนึ่งก็ทำให้เราในฐานะคนทำงานต้องเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด ทั้งการเข้ามาของ AI, เทคโนโลยี Blockchain หรือ Web 3.0 ที่จะเข้ามาเปลี่ยนโลกแห่งการทำงาน การเงิน การดำเนินธุรกิจ หรือแม้แต่วิถีชีวิตของเราอย่างสิ้นเชิง
“จากวันนี้จนถึงปี 2030 การทำงานของเราจะเปลี่ยนแปลงไปเร็วกว่า 50 ปีที่เราผ่านมาในอดีตเสียอีก”
แต่เมื่อพูดถึงการก้าวเข้าสู่โลกเทคโนโลยีแห่งอนาคต ก็ทำให้เราอดคิดไม่ได้เลยว่าสรุปแล้วเทคโนโลยีจะเข้ามาเป็น “ส่วนหนึ่ง” หรือจะ “แทนที่” การทำงานของเรากันแน่? เราจึงจะพาทุกคนมาทำความรู้จักโลกแห่งการทำงานในอีก 10 ปีข้างหน้าผ่านการสัมภาษณ์กับคุณ “ท๊อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา Fouder & Group CEO Bitkub” ที่ได้มีการพูดถึง 7 ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับอนาคตของโลก ชีวิต และการทำงาน
1. AI จะไม่ทุ่นแค่แรง แต่ทุ่นความคิดด้วย
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การพัฒนาของเทคโนโลยีและ AI เริ่มเข้ามา “ทุ่นแรง” ของเรา​ และในปัจจุบันเราก็เริ่มที่จะเห็นการ “ทุ่นความคิด” เข้ามาแล้วบ้างประปราย แต่ในอีก 10 ปีข้างหน้า เราจะได้เห็น “การทุ่นความคิด” อย่างเต็มรูปแบบมากยิ่งขึ้น ซึ่งหมายความว่างานที่เราทำอยู่ทุกวันนี้ วันหนึ่งอาจจะไม่ต้องทำแล้วก็ได้ เพราะ AI จะเข้ามาทดแทนเรามากขึ้นเรื่อยๆ และยังสามารถที่จะทำงานได้ “ฉลาดขึ้นเรื่อยๆ” จนวันหนึ่ง AI เหล่านี้อาจจะสามารถคิดได้ดีกว่ามนุษย์
หากยกตัวอย่าง “รถที่ขับเองได้” ลองนึกถึงโอกาสที่ AI กับมนุษย์จะขับรถชนคน ทุกคนคิดว่าอะไรจะมีโอกาสมากกว่ากัน? อีลอน มัสก์ เคยกล่าวไว้ว่า ถ้ารถที่ขับขี่อัตโนมัติเกิดอุบัติเหตุครั้งหนึ่ง ก็จะมีการอัปเดตซอฟต์แวร์ครั้งหนึ่งทั่วโลก ก็จะยิ่งทำให้ปลอดภัยทั่วโลกภายในทีเดียว ซึ่งเมื่อ AI ฉลาดขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถ “ทุ่นทั้งแรงและความคิด” โลกของเราจะเกิดสิ่งที่เรียกว่า “Holiday Free From Survivor Type” หรือคือการที่เราประหยัดเวลาที่เราเคยใช้ ไปสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นมา เพื่อทำให้ชีวิตของเราดีขึ้นไปอีก ซึ่งสุดท้ายก็จะทำให้การเติบโตของเทคโนโลยีในอีก 10 ปีข้างหน้า จะเติบโตแบบก้าวกระโดดกว่าที่เราเคยพัฒนามากว่า 50 ปีเสียอีก
2. ได้สิ่งที่อยากได้ โดยไม่ต้องลำบากมาก
อีก 10 ปีข้างหน้า “การขาดแคลน” จะลดลง ทุกคนอาจจะสงสัยว่า แล้วการขาดแคลนจะลดลงได้อย่างไร? ในปี 2030 คนเราจะสามารถเข้าถึงสิ่งพื้นฐานได้ เข้าถึงสิ่งที่ต้องการได้แทบจะหมดแล้ว เพราะว่ามนุษย์เราเก่งมากในการสร้างสิ่งที่ขาดแคลน เช่น เมื่อก่อนเราขาดแคลนการสื่อสาร มนุษย์ก็สร้างเทคโนโลยีขึ้นมา หรืออาจจะบอกว่าอาหารเป็นสิ่งที่ขาดแคลน ในปัจจุบันเราก็สามารถที่จะปลูกเนื้อเหมือนปลูกผักได้แล้ว และถ้าบอกว่าน้ำขาดแคลน ทุกวันนี้เราก็มีเทคโนโลยีที่สามารถดึงน้ำจากอากาศได้แล้ว
ซึ่งนี่แปลว่า คนอยากจะได้อะไรก็จะได้ โดยที่ไม่ต้องลำบากมากขนาดเหมือนแต่ก่อนที่กว่าจะได้อะไรมาสิ่งหนึ่ง มนุษย์จะต้องใช้เวลามหาศาลในการได้มันมา เช่น เมื่อก่อนในการที่จะได้เทียนไขมาใช้ มนุษย์เราจะต้องใช้เวลาทั้งหมดรวม 60 ชั่วโมง ออกไปล่าปลาวาฬและนำมาสร้างเทียนไข ซึ่งในปัจจุบันและอนาคต เราไม่ต้องใช้เวลามากและลำบากขนาดนั้นแล้วนั่นเอง
3. มนุษย์จะเจ็บป่วยและชราช้าลง
ตามปกติแล้วเมื่อกาลเวลาผ่านไปร่างกายของเราก็เริ่มที่จะเจ็บป่วยมากขึ้น เริ่มแก่ลงจากเซลล์ที่สึกหรอเป็นธรรมดา แต่ในอีก 10 ปีข้างหน้า มันมีโอกาสที่เราจะ “ไม่แก่หรือแก่ช้าลง” จากเทคโนโลยีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี Biohacking ที่เปรียบเสมือนกับการแฮกร่างกายให้ทำงานได้ตามที่เราต้องการ หรือจะเป็นเทคโนโลยี Bioengineering วิศวกรรมชีวเวช ที่เป็นการนำองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมมาใช้กับทางการแพทย์ เช่น การสร้างอวัยวะเทียม เป็นต้น
นี่ยังรวมไปถึงการนำ DNA ของเราไปฝากไว้ใน Biobank ที่เมื่อเราเจ็บป่วยเมื่อไร ก็จะมีการนำข้อมูลตรงนี้มาปลูกใส่สเต็มเซลล์ใหม่ของอวัยวะในร่างกายของเรา ทำให้สามารถเปลี่ยนอวัยวะได้เลยไม่ต้องรอการบริจาคอีกต่อไป และเพราะว่าร่างกายของเราทุกคนต่างกัน เรายังสามารถที่จะดูข้อมูลร่างกายของเราตั้งแต่แรกได้เลยว่า จะทำอย่างไรให้ร่างกายเราสุขภาพดีตลอดเวลา ควรกินอะไร ไม่ควรกินอะไร หรือควรนอนกี่โมง ทำให้โดยรวมแล้วมนุษย์นั้นมีโอกาสที่จะเจ็บป่วยและชราน้อยลงนั่นเอง
4. ความเหลื่อมล้ำจากการเข้าถึงดิจิทัลจะมากขึ้น
ในขณะที่โลกโดยรวมของเรานั้นมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่เมื่อมองไปที่สิ่งที่เรียกว่า “Relative Property” ที่ทำให้คนที่เข้าใจเทคโนโลยีจะได้ประโยชน์อย่างมหาศาลจากการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมา ในขณะที่คนที่ไม่เข้าใจเทคโนโลยี ก็จะไม่ใช่คนที่ได้ผลประโยชน์ตรงส่วนนี้ ทำให้โลกของเราเกิดสิ่งที่เรียกว่า “Digital Divide” หรือความเหลื่อมล้ำจากการเข้าถึงดิจิทัลขึ้นมา ซึ่งความเหลื่อมล้ำตรงส่วนนี้จะทำให้เกิดโลกสองใบ ใบแรกเป็นใบที่ธุรกิจต้องตัดงบพนักงาน ไล่พนักงานออก ลดราคาเพื่อที่ความอยู่รอด และใบที่สองคือใบของกลุ่มธุรกิจที่อยู่ในโลกดิจิทัล ที่ธุรกิจนั้นเติบโตเป็นพันเปอร์เซ็นต์จนรับสมัครพนักงานแทบไม่ทัน
นอกจากนี้ Digital Divide ยังทำให้คนที่ไม่เข้าใจเทคโนโลยีเสี่ยงต่อการ ‘ไม่มีงานทำ’ มากขึ้น เพราะทักษะของพวกเขาไม่ตอบโจทย์กับงานที่ตลาดต้องการ ในส่วนของคนที่ทำงานมานานก็ยิ่งต้องพัฒนาและอัปสกิลอยู่ตลอดเวลา
5. Web 3.0 ทำให้โมเดลธุรกิจเปลี่ยนไป
การเข้ามาของ Web 3.0 ทำให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในโลกอนาคต เนื่องจากสิ่งต่างๆ จะถูกเชื่อมโยงเข้ากับ Internet of Things โดยเฉพาะการเข้ามาของ AI ที่ทำให้ในโลกอนาคตจะเป็นแบบ 3D ไม่ใช่ 2D อีกต่อไป อีกทั้งการเข้ามาของเทคโนโลยี Blockchain จะทำให้มีการกระจายอำนาจ (Decentralized) มากขึ้น เรียกได้ว่าเราจะสามารถแบ่งผลกำไร (Co-Benefit) ร่วมกัน
ในอนาคตธุรกิจหลายๆ วงการจะหันมาอยู่ในรูปแบบ X to Earn มากขึ้น (X คือ ใส่คำลงในช่องว่าง) เพราะการหมุนเวียนทางการเงินที่เป็นอิสระอย่าง DeFi ดังนั้นในอนาคตธุรกิจแบบ Play To Earn หรือ Wacth to Earn จะมีมากขึ้น หรือแม้กระทั่งธุรกิจในรูปแบบ NFT รูปแบบธุรกิจจึงต้องหันมาอยู่บนโลกออนไลน์อย่างเลี่ยงไม่ได้
6. บริษัทที่ปิดกั้นเทคโนโลยีจะหายไป
ในอนาคตโลกแห่งธุรกิจจะขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์และเทคโนโลยี ส่งผลในปี 2030 บริษัทที่ไม่ปรับเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้จะหายไป 40% เลยทีเดียว ในขณะที่บริษัทใหม่ๆ ที่เป็น Tech Company กลับมีมากขึ้น ธุรกิจจึงต้องลองทำอะไรใหม่ๆ เพราะบริษัทที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีจะมีต้นทุนเข้าใกล้ 0 บาทมากขึ้น ในขณะที่บริษัทที่ไม่ปรับตัวตามกลับต้องใช้ต้นทุนการผลิตในราคาที่สูง และมีแนวโน้มที่จะหายไปจากตลาดในอนาคตด้วยเช่นกัน
7. ทักษะสำคัญที่สุดของคนทำงานคือ AQ
ในปัจจุบันและอนาคต เราจะเห็นได้ว่าโลกของเราเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ทำให้คนทำงานอย่าคิดว่า “ฉันเก่งแล้ว ฉันโอเคแล้ว ไม่เรียนรู้อะไรเพิ่มเติมแล้ว” เพราะสถานการณ์รอบตัวเราเปลี่ยน เรายิ่งต้อง Unlearn และ Relearn ให้เป็น โดยคนที่เปลี่ยนได้จะมีความเสี่ยงที่น้อยกว่าคนไม่เปลี่ยน และมากไปกว่าใน ในปี 2030 IQ และ EQ จะไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดอีกต่อไป แต่คือ AQ (Adversity Quotient) หรือความฉลาดในการรับมือกับปัญหาต่างๆ เพราะธุรกิจหรือองค์กรอาจเจอกับปัญหาที่ไม่อาจคาดคิดได้ ดังนั้น AQ จึงจำเป็นสำหรับคนทำงานในโลกอนาคต
และนี่ก็คือ 7 ประเด็นสำคัญที่เกี่ยวกับบทบาทของเทคโนโลยีที่จะเพิ่มมากขึ้นอย่างก้าวกระโดดในอีก 8-10 ปีข้างหน้า ที่จะส่งผลมหาศาลต่อโลก ชีวิต ธุรกิจ และการทำงานในอนาคต หากใครอยากรับฟังประเด็นการพูดคุยกันแบบเต็มๆ กับ “ท๊อป-จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา Founder & Group CEO, Bitkub” สามารถเข้าไปรับฟังได้ที่ https://bit.ly/3a2KhxP


16/05/2022

บทความดีๆครับ
การขายนับเป็นบทบาทที่สำคัญกับมนุษย์มากยิ่งขึ้น ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเราแทบอยู่กับการขายตลอด 24 ชม. แต่นึกถึงอาชีพทีไร เรากับมองข้ามอาชีพขาย กันทุกที แม้แต่หลักสูตรที่เราเรียนมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้สอนให้เราเป็นนักขาย แต่เพียงสอนการจัดการ การวางแผน หรือพูดง่ายๆคือ การตลาดนั่นเอง

แล้วเราควรเริ่มจาก?
จริงๆแล้ว เราควรเริ่มด้วยการ “ตั้งคำถาม” ครับ เพราะคำถามสำคัญที่สุด สำคัญพอๆกับคำตอบเลยทีเดียว ส่วนผม ให้ความสำคัญมากกว่าคำตอบ เพราะโดยส่วนตัวมองว่า คำตอบอาจเกิดขึ้นได้โดยไม่ตั้งใจ หรือพูดง่ายๆว่า เป็นสิ่งที่เราไม่ได้คลาดหวัง แต่เกิดจากการทำโดย หน้าที่ ความรับผิดชอบ หรือ สถานการณ์พาไป ก็เพียงเทานั้น แต่การตั้งคำถาม มันเป็นเหมือนแผนที่ ที่ทำให้เราเดินตามโดยมี ทิศทางเป็นตัวกำหนด ยิ่งถ้าเราใส่ใจ มันจะถูกกำหนดด้วย ทั้งเวลา ทรัพยากร และเครื่องมือทุกอย่างที่เรามีครับ เพื่อให้เราได้บรรลุผลลัพธ์อย่างที่ต้องการ “ความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ”
พอเริ่มตั้งคำถามแล้ว ส่วนอื่นๆที่สำคัญคือ เราลองกลับมาตั้งคำถาม ภายในตัวเราด้วยนะครับ เพราะคำถามภายใน เป็นการค้นหาสิ่งที่เราเป็นตัวตนของเราด้วย ว่าเราอยากเป็นแบบนั้นจริงๆไหม และเราลองจินตนาการถามให้ลึกๆนะครับว่า เราต้องการจริงๆหรือไม่ ไม่เช่นนั้น เราจะกลายเป็นแค่ หรือถ้าเปรียบชีวิตคือการเดินทาง มันคงเป็นการเดินทางที่ไร้ความหมายอย่างสิ้นเชิงครับ
สุดท้ายแล้ว บทความสั้นๆของผมที่เขียนในวันที่อยากเขียน คงเป็นข้อคิดให้กับเพื่อนๆทุกคนที่ได้อ่าน และหวังว่าคงเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆที่อ่นไม่มากก็น้อยครับ

#ศูนย์ฝึกอบรมThe x

28/03/2022

"บทบาทของหัวหน้า
คือการดึงความกระตือรือร้น
หรือศักยภาพของสมาชิกในทีมออกมา"
- Homma Masato-
5 ขั้นตอนการ Coaching
จากหนังสือ "COACHING"
เทคนิคกระตุ้นทีมจนสำเร็จ
====================
5 ขั้นตอนการ Coaching (GROW Model)
1. Goal
กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน
โดยแบ่งย่อยเป็นเป้าเล็ก ๆ ที่ชัดเจน
2. Reality
ทำความเข้าใจสถานการณ์
ที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน
3. Resource
ค้นหาแหล่งทรัพยากร
(คน สิ่งของ เงิน ข้อมูล เวลา)
4. Options
สร้างตัวเลือก
โดยเลือกสิ่งที่ดีที่สุด
5. Will
ปณิธานและกำลังใจ
ในการทำเป้าหมายให้สำเร็จ
ลองนำ GROW Model ไปปรับใช้
ในการโค้ชสมาชิกในทีมให้ทำงานสำเร็จกันค่ะ
สรุปโดย : คุณ Suchada Ouyjinda
เรียบเรียงโดย : MentorNuu
#สรุปของสรุป #สรุปให้

#ข้าราชการลงทุน

คุณว่าจริงไหม...กับเวลาที่เราเสียไป...หมกมุ่นกับเรื่องราวที่ผ่านมา...ใส่ใจกับทุกข์ปัญหาจุดเริ่มต้นของปัญญา...คือการไขว่ค...
02/10/2021

คุณว่าจริงไหม...
กับเวลาที่เราเสียไป...หมกมุ่นกับเรื่องราวที่ผ่านมา...ใส่ใจกับทุกข์ปัญหา
จุดเริ่มต้นของปัญญา...คือการไขว่คว้าที่พอดี

#คอร์สออนไลน์
#ทักษะการพูด
☎️0990851135 K.เมธา

Why MG 2021 Live /20.00 ห้ามพลาด วันนี้เข้าลิ้งนี้ได้เลยครับ เมธา นโม is inviting you to a scheduled Zoom meeting.Topic:...
28/07/2021

Why MG 2021 Live /20.00 ห้ามพลาด วันนี้

เข้าลิ้งนี้ได้เลยครับ
เมธา นโม is inviting you to a scheduled Zoom meeting.

Topic: Why mg
Time: Jul 28, 2021 08:00 PM Bangkok

Join Zoom Meeting
https://us05web.zoom.us/j/6495354865?pwd=eWNrR0NMNFdmR2I0TFh0eVd0UU1XUT09

Meeting ID: 649 535 4865
Passcode: N628AR

เพราะขั้นแรก...จะยากสุดดังนั้น ต้อง Focus🔥 มิฉะนั้น🔥การอยู่ไปวันๆ..โดยคิดแต่เรื่องที่ไม่สำคัญ ลองเปลี่ยนวิธีคิดกัน ว่าสิ...
07/06/2021

เพราะขั้นแรก...จะยากสุด
ดังนั้น ต้อง Focus
🔥 มิฉะนั้น🔥
การอยู่ไปวันๆ..โดยคิดแต่เรื่องที่ไม่สำคัญ ลองเปลี่ยนวิธีคิดกัน ว่าสิ่งสำคัญของวัน คืออะไร?
#เปลี่ยนวิธีคิดชีวิตเปลี่ยนครับ

แนะนำหนังสือน่าอ่านครับสนใจอยากอ่านทักมาครับ
06/06/2021

แนะนำหนังสือน่าอ่านครับ
สนใจอยากอ่านทักมาครับ

23/05/2021

Live 21.00 น.เย็นนี้เจอกัน yaris ativและcity sedan
พร้อมคำนวนค่างวดเบื้องต้นและแนะแนวลดดอกเบี้ย

15/05/2021

ต่อครับ...พรุ่งนี้
HONDA
CITY
20.30 LIVE
แล้วพบกันครับ

14/05/2021

ใครชอบ โตโยต้า
พรุ่งนี้ 21.00
Live : แนะนำรุ่น
Yaris
แล้วพบกันครับ

📌 “ เรียนรู้การขายเพื่อปลดล็อกศักยภาพในตัวเอง (ทักษะการขายเบื้องต้น)3.00ชม.”เพียง 599฿ บาท เท่านั้น ✅  ถ้าคุณอยากเริ่มกา...
14/05/2021

📌 “ เรียนรู้การขายเพื่อปลดล็อกศักยภาพในตัวเอง
(ทักษะการขายเบื้องต้น)3.00ชม.
”เพียง 599฿ บาท เท่านั้น
✅ ถ้าคุณอยากเริ่มการขาย ”
📌 ไม่มีประสบการณ์
📌 อยากขายสินค้า ของตัวเอง
📌 สื่อสารกับลูกค้าไม่เก่ง
📌 ขาดทักษะในการขาย
📌 ต้องการเพิ่มทักษะใหม่
📌 เป็นนักขายที่ดีและมีคุณภาพ
📌 ต้องการเพิ่มยอดขาย
✅ เราช่วยได้
📚 ด้วยประสบการณ์การขายเรากล้าวารันตี
📚 เมื่อเรียนคอร์สนี้จบ คุณจะสามารถจากขายไม่เป็น คุณจะมีทักษะการสื่อสารมากยิ่งขึ้น ส่วนคนที่ต้องการเพิ่มทักษะใหม่ ก็จะอัพskill มากยิ่งขึ้น
📚 หากคุณสนใจที่จะพัฒนาทักษะการ ขาย ศูนย์ฝึกอบรม the x ขอเเนะนำ
คอร์สเรียนออนไลน์
“ ปลดล็อกทักษะในตัวคุณ มาเรียนกับเราสิครับ ถอดหมดเปลือก...เทคนิคการขาย
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
👉 วิธีการเรียน
เชิญเข้ากลุ่ม Facebook สด 3 ชม.
[ กดปิด ]
👉 วิทยากร
คุณเมธา ประสบการณ์ตรง สายงานขาย หัวหน้าทีมขาย ครูฝึกการขาย หัวหน้าสายงานอีเว้น Mc พิธีกร
😎 เริ่มเรียน เต็มห้องรับจำกัด รุ่นละ 10 คนเท่านัน
รับงาน ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ครับ รายคน รายทีม หรือองค์กร ได้หมดครับ สอบข้อมูลเพิ่มสายตรง
099 0851135 เมธา
#พิเศษถามตอบ ทุกช่องทางที่สะดวก 30 นาที
ตัวอย่างเบื้องต้นในการนำเสนอครับ เพื่อประกอบการตัดสินใจ
https://fb.watch/7mVfVJS6ss/
https://fb.watch/7sd0DrJCzi/

ที่อยู่

จ. ขอนแก่น

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 18:00
อังคาร 08:00 - 18:00
พุธ 08:00 - 18:00
พฤหัสบดี 08:00 - 18:00
ศุกร์ 08:00 - 18:00
เสาร์ 09:00 - 12:00
อาทิตย์ 09:00 - 12:00

เบอร์โทรศัพท์

+66990851135

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศูนย์ฝึกอบรม The X M Trainingผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ศูนย์ฝึกอบรม The X M Training:

แชร์